๑. สุมนสุตฺตวณฺณนา
๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม สุมนา ราชกุมารีติ มหาสกฺการํ กตฺวา ปตฺถนํ ปตฺเถตฺวา เอวํ ลทฺธนามา ราชกญฺญา. วิปสฺสิสมฺมาสมฺพุทฺธกาลสฺมึ หิ นาคเรสุ ‘‘ยุทฺธมฺปิ กตฺวา สตฺถารํ อมฺหากํ คณฺหิสฺสามา’’ติ เสนาปตึ นิสฺสาย พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ ลภิตฺวา ปฏิปาฏิยา ปุญฺญานิ กาตุํ อารทฺเธสุ สพฺพปฐมทิวโส เสนาปติสฺส วาโร อโหสิ. ตสฺมึ ทิวเส เสนาปติ มหาทานํ สชฺเชตฺวา ‘‘อชฺช ยถา อญฺโญ โกจิ เอกภิกฺขมฺปิ น เทติ, เอวํ รกฺขถา’’ติ สมนฺตา ปุริเส ฐเปสิ. ตํทิวสํ เสฏฺฐิภริยา โรทมานา ปญฺจหิ กุมาริกาสเตหิ สทฺธึ กีฬิตฺวา อาคตํ ธีตรํ อาห – ‘‘สเจ, อมฺม, ตว ปิตา ชีเวยฺย, อชฺชาหํ ปฐมํ ทสพลํ โภเชยฺย’’นฺติ. สา ตํ อาห – ‘‘อมฺม, มา จินฺตยิ, อหํ ตถา กริสฺสามิ, ยถา พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ อมฺหากํ ปฐมํ ภิกฺขํ ภุญฺชิสฺสตี’’ติ. ตโต สตสหสฺสคฺฆนิกาย สุวณฺณปาติยา นิรุทกปายาสํ ปูเรตฺวา สปฺปิมธุสกฺขราทีหิ อภิสงฺขริตฺวา อญฺญิสฺสา ปาติยา ปฏิกุชฺชิตฺวา ตํ สุมนมาลาคุเฬหิ ปริกฺขิปิตฺวา มาลาคุฬสทิสํ กตฺวา ภควโต คามํ ปวิสนเวลาย สยเมว อุกฺขิปิตฺวา ธาติคณปริวุตา ฆรา นิกฺขมิ.
อนฺตรามคฺเค เสนาปติโน อุปฏฺฐากา, ‘‘อมฺม, มา อิโต อาคมา’’ติ วทนฺติ. มหาปุญฺญา นาม มนาปกถา โหนฺติ, น จ เตสํ ปุนปฺปุนํ ภณนฺตานํ กถา ปฏิกฺขิปิตุํ สกฺกา โหติ. สา ‘‘จูฬปิต, มหาปิต, มาตุล, กิสฺส ตุเมฺห คนฺตุํ น เทถา’’ติ อาห. เสนาปตินา ‘‘อญฺญสฺส กสฺสจิ ขาทนียํ โภชนียํ มา เทถา’’ติ ฐปิตมฺห, อมฺมาติ. กึ ปน มม หตฺเถ ขาทนียํ โภชนียํ ปสฺสถาติ? มาลาคุฬํ ปสฺสามาติ. กึ ตุมฺหากํ เสนาปติ มาลาปูชมฺปิ กาตุํ น เทตีติ? เทติ, อมฺมาติ. เตน หิ อเปถาติ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มาลาคุฬํ คณฺหถ ภควา’’ติ อาห. ภควา เอกํ เสนาปติสฺส อุปฏฺฐากํ โอโลเกตฺวา มาลาคุฬํ คณฺหาเปสิ. สา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภวาภวาภินิพฺพตฺติยํ เม สติ ปริตสฺสนชีวิตํ นาม มา โหตุ, อยํ สุมนมาลา วิย นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ปิยาว โหมิ, นาเมน จ สุมนาเยวา’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา สตฺถารา ‘‘สุขินี โหหี’’ติ วุตฺตา วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
ภควาปิ เสนาปติสฺส เคหํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. เสนาปติ ยาคุํ คเหตฺวา อุปคญฺฉิ, สตฺถา หตฺเถน ปตฺตํ ปิทหิ. นิสินฺโน, ภนฺเต, ภิกฺขุสงฺโฆติ. อตฺถิ โน เอโก อนฺตรามคฺเค ปิณฺฑปาโต ลทฺโธติ? มาลํ อปเนตฺวา ปิณฺฑปาตํ อทฺทส. จูฬุปฏฺฐาโก อาห – ‘‘สามิ มาลาติ มํ วตฺวา มาตุคาโม วญฺเจสี’’ติ. ปายาโส ภควนฺตํ อาทึ กตฺวา สพฺพภิกฺขูนํ ปโหสิ. เสนาปติ อตฺตโน เทยฺยธมฺมํ อทาสิ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา มงฺคลํ วตฺวา ปกฺกามิ. เสนาปติ ‘‘กา นาม สา ปิณฺฑปาตมทาสี’’ติ ปุจฺฉิ. เสฏฺฐิธีตา สามีติ. สปฺปญฺญา อิตฺถี, เอวรูปาย ฆเร วสนฺติยา ปุริสสฺส สคฺคสมฺปตฺติ นาม น ทุลฺลภาติ กํ อาเนตฺวา เชฏฺฐกฏฺฐาเน ฐเปสิ?
สา ปิตุเคเห จ เสนาปติเคเห จ ธนํ คเหตฺวา ยาวตายุกํ ตถาคตสฺส ทานํ ทตฺวา ปุญฺญานิ กริตฺวา ตโต จุตา กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺติ. นิพฺพตฺตกฺขเณเยว ชาณุปฺปมาเณน โอธินา สกลํ เทวโลกํ ปริปูรยมานํ สุมนวสฺสํ วสฺสิ. เทวตา ‘‘อยํ อตฺตนาว อตฺตโน นามํ คเหตฺวา อาคตา’’ติ ‘‘สุมนา เทวธีตา’’เตฺววสฺสา นามํ อกํสุ. สา เอกนวุติกปฺเป เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตี นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน อวิชหิตสุมนวสฺสา ‘‘สุมนา สุมนา’’เตฺวว นามา อโหสิ. อิมสฺมึ ปน กาเล โกสลรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตาปิ ปญฺจสตา กุมาริกา ตํทิวสญฺเญว ตสฺมึ ตสฺมึ กุเล ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา เอกทิวเสเยว สพฺพา มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมึสุ. ตํขณํเยว ชาณุปฺปมาเณน โอธินา สุมนวสฺสํ วสฺสิ. ตํ ทิสฺวา ราชา ‘‘ปุพฺเพ กตาภินีหารา เอสา ภวิสฺสตี’’ติ ตุฏฺฐมานโส ‘‘ธีตา เม อตฺตนาว อตฺตโน นามํ คเหตฺวา อาคตา’’ติ สุมนาเตฺววสฺสา นามํ กตฺวา ‘‘มยฺหํ ธีตา น เอกิกาว นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ นครํ วิจินาเปนฺโต ‘ปญฺจ ทาริกาสตานิ ชาตานี’’ติ สุตฺวา สพฺพา อตฺตนาว โปสาเปสิ. มาเส มาเส สมฺปเต ‘‘อาเนตฺวา มม ธีตุ ทสฺเสถา’’ติ อาห. เอวเมสา มหาสกฺการํ กตฺวา ปตฺถนํ ปตฺเถตฺวา เอวํลทฺธนามาติ เวทิตพฺพา.
ตสฺสา สตฺตวสฺสิกกาเล อนาถปิณฺฑิเกน วิหารํ นิฏฺฐาเปตฺวา ตถาคตสฺส ทูเต เปสิเต สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร สาวตฺถึ อคมาสิ. อนาถปิณฺฑิโก คนฺตฺวา ราชานํ เอวมาห – ‘‘มหาราช, สตฺถุ อิธาคมนํ อมฺหากมฺปิ มงฺคลํ ตุมฺหากมฺปิ มงฺคลเมว, สุมนํ ราชกุมารึ ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ ปุณฺณฆเฏ จ คนฺธมาลาทีนิ จ คาหาเปตฺวา ทสพลสฺส ปจฺจุคฺคมนํ เปเสถา’’ติ. ราชา ‘‘สาธุ มหาเสฏฺฐี’’ติ ตถา อกาสิ. สาปิ รญฺญา วุตฺตนเยเนว คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺสา ธมฺมํ เทเสสิ. สา ปญฺจหิ กุมาริกาสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. อญฺญานิปิ ปญฺจ ทาริกาสตานิ ปญฺจ มาตุคามสตานิ ปญฺจ อุปาสกสตานิ ตสฺมึเยว ขเณ โสตาปตฺติผลํ ปาปุณึสุ. เอวํ ตสฺมึ ทิวเส อนฺตรามคฺเคเยว เทฺว โสตาปนฺนสหสฺสานิ ชาตานิ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมีติ? ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกามตาย. กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กิร สหายกา เทฺว ภิกฺขู อเหสุํ. เตสุ เอโก สารณียธมฺมํ ปูเรติ, เอโก ภตฺตคฺควตฺตํ. สารณียธมฺมปูรโก อิตรํ อาห – ‘‘อาวุโส, อทินฺนสฺส ผลํ นาม นตฺถิ, อตฺตนา ลทฺธํ ปเรสํ ทตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. อิตโร ปน อาห – ‘‘อาวุโส, ตฺวํ น ชานาสิ, เทยฺยธมฺมํ นาม วินิปาเตตุํ น วฏฺฏติ, อตฺตโน ยาปนมตฺตเมว คณฺหนฺเตน ภตฺตคฺควตฺตํ ปูเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เตสุ เอโกปิ เอกํ อตฺตโน โอวาเท โอตาเรตุํ นาสกฺขิ. เทฺวปิ อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปูเรตฺวา ตโต จุตา กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. ตตฺถ สารณียธมฺมปูรโก อิตรํ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ อธิคณฺหิ.
เอวํ เต เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เขเปตฺวา อิมสฺมึ กาเล สาวตฺถิยํ นิพฺพตฺตึสุ. สารณียธมฺมปูรโก โกสลรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, อิตโร ตสฺสาเยว อุปฏฺฐากอิตฺถิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. เต เทฺวปิ ชนา เอกทิวเสเนว ชายึสุ. เต นามคฺคหณทิวเส นฺหาเปตฺวา สิริคพฺเภ นิปชฺชาเปตฺวา ทฺวินฺนมฺปิ มาตโร พหิ สกฺการํ สํวิทหึสุ. เตสุ สารณียธมฺมปูรโก อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา มหนฺตํ เสตจฺฉตฺตํ สุปญฺญตฺตํ สิริสยนํ อลงฺกตปฏิยตฺตญฺจ นิเวสนํ ทิสฺวา ‘‘เอกสฺมึ ราชกุเล นิพฺพตฺโตสฺมี’’ติ อญฺญาสิ. โส ‘‘กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อิธ นิพฺพตฺโตสฺมี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘สารณียธมฺมนิสฺสนฺเทนา’’ติ ญตฺวา ‘‘สหาโย เม กุหึ นุ โข นิพฺพตฺโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต นีจสยเน นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ภตฺตคฺควตฺตํ ปูเรมีติ มม วจนํ น คณฺหิ, อิมสฺมึ อิทานิ ตํ ฐาเน นิคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ‘‘สมฺม มม วจนํ นากาสี’’ติ อาห. อถ กึ ชาตนฺติ. ปสฺส มยฺหํ สมฺปตฺตึ, เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา สิริสยเน นิปนฺโนสฺมิ, ตฺวํ นีจมญฺเจ ถทฺธอตฺถรณมตฺเต นิปนฺโนสีติ. กึ ปน ตฺวํ เอตํ นิสฺสาย มานํ กโรสิ, นนุ เวฬุสลากาหิ กตฺวา ปิโลติกาย ปลิเวฐิตํ สพฺพเมตํ ปถวีธาตุมตฺตเมวาติ?
สุมนา เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘มม ภาติกานํ สนฺติเก โกจิ นตฺถี’’ติ เตสํ สมีปํ คจฺฉนฺตี ทฺวารํ นิสฺสาย ฐิตา ‘‘ธาตู’’ติ วจนํ สุตฺวา ‘‘อิทํ ธาตูติ วจนํ พหิทฺธา นตฺถิ. มม ภาติกา สมณเทวปุตฺตา ภวิสฺสนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘สจาหํ ‘อิเม เอวํ กเถนฺตี’ติ มาตาปิตูนํ กเถสฺสามิ, ‘อมนุสฺสา เอเต’ติ นีหราเปสฺสนฺติ. อิทํ การณํ อญฺญสฺส อกเถตฺวา กงฺขจฺเฉทกํ ปุริสเหรญฺญิกํ มม ปิตรํ มหาโคตมทสพลํเยว ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ ภุตฺตปาตราสา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ทสพลสฺส อุปฏฺฐานํ คมิสฺสามี’’ติ อาห. ราชา ปญฺจ รถสตานิ โยชาเปสิ. ชมฺพุทีปตลสฺมิญฺหิ ติสฺโสว กุมาริโย ปิตูนํ สนฺติกา ปญฺจ รถสตานิ ลภึสุ – พิมฺพิสารรญฺโญ ธีตา จุนฺที ราชกญฺญา, ธนญฺจยสฺส เสฏฺฐิสฺส ธีตา วิสาขา, อยํ สุมนา ราชกญฺญาติ. สา คนฺธมาลํ อาทาย รเถ ฐิตา ปญฺจรถสตปริวารา ‘‘อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.
อิธสฺสูติ อิธ ภเวยฺยุํ. เอโก ทายโกติ เอโก อตฺตนา ลทฺธลาภโต ปรสฺส ทตฺวา ปริภุญฺชนโก สารณียธมฺมปูรโก. เอโก อทายโกติ เอโก อตฺตนา ลทฺธํ ปรสฺส อทตฺวา ปริภุญฺชนโก ภตฺตคฺควตฺตปูรโก. เทวภูตานํ ปน เนสนฺติ เทวภูตานํ เอเตสํ. อธิคณฺหาตีติ อธิภวิตฺวา คณฺหาติ อชฺโฌตฺถรติ อติเสติ. อาธิปเตยฺเยนาติ เชฏฺฐกการเณน. อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหีติ เสสเทเว สกฺโก เทวราชา วิย อิเมหิ ปญฺจหิ การเณหิ อธิคณฺหาติ. มานุสเกนาติอาทีสุ อายุนา มหากสฺสปตฺเถโร วิย พากุลตฺเถโร วิย อานนฺทตฺเถโร วิย จ, วณฺเณน มหาคติมฺพอภยตฺเถโร วิย ภณฺฑาคารอมจฺโจ วิย จ, สุเขน รฏฺฐปาลกุลปุตฺโต วิย โสณเสฏฺฐิปุตฺโต วิย ยสทารโก วิย จ, ยเสน ธมฺมาโสโก วิย, ตถา อาธิปจฺเจนาติ อิเมหิ ปญฺจหิ การเณหิ อติเรโก เชฏฺฐโก โหติ.
ยาจิโตว พหุลนฺติ พากุลตฺเถร-สีวลิตฺเถร-อานนฺทตฺเถราทโย วิย ยาจิโตว พหุลํ จีวราทีนิ ปริภุญฺชตีติ อิเมหิ การเณหิ อติเรโก โหติ เชฏฺฐโก. ยทิทํ วิมุตฺติยา วิมุตฺตินฺติ ยํ เอกสฺส วิมุตฺติยา สทฺธึ อิตรสฺส วิมุตฺตึ อารพฺภ นานากรณํ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ตํ น วทามีติ อตฺโถ. สตฺตวสฺสิกทารโก วา หิ วิมุตฺตึ ปฏิวิชฺฌตุ วสฺสสติกตฺเถโร วา ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา อุปาสโก วา อุปาสิกา วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา, ปฏิวิทฺธโลกุตฺตรมคฺเค นานตฺตํ นาม นตฺถิ. อลเมวาติ ยุตฺตเมว. ยตฺร หิ นามาติ ยานิ นาม.
คจฺฉํ อากาสธาตุยาติ อากาเสน คจฺฉนฺโต. สทฺโธติ รตนตฺตยคุณานํ สทฺธาตา. ถนยนฺติ คชฺชนฺโต. วิชฺชุมาลีติ มาลาสทิสาย เมฆมุเข จรนฺติยา วิชฺชุลตาย สมนฺนาคโต. สตกฺกกูติ สตกูโฏ, อิโต จิโต จ อุฏฺฐิเตน วลาหกกูฏสเตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ทสฺสนสมฺปนฺโนติ โสตาปนฺโน. โภคปริพฺยูโฬฺหติ อุทโกเฆน วิย ทานวเสน ทียมาเนหิ โภเคหิ ปริพฺยูโฬฺห, เทวโลกํ สมฺปาปิโตติ อตฺโถ. เปจฺจาติ ปรโลเก. สคฺเค ปโมทตีติ ยสฺมึ สคฺเค อุปฺปชฺชติ, ตตฺเถว โมทตีติ.