๕. วปฺปสุตฺตวณฺณนา

๑๙๕. ปญฺจเม วปฺโปติ ทสพลสฺส จูฬปิตา สกฺยราชา. นิคณฺฐสาวโกติ เวสาลิยํ สีหเสนาปติ วิย นาฬนฺทายํ อุปาลิคหปติ วิย จ นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส อุปฏฺฐาโก. กาเยน สํวุโตติ กายทฺวารสฺส สํวุตตฺตา ปิหิตตฺตา กาเยน สํวุโต นาม. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อวิชฺชาวิราคาติ อวิชฺชาย ขยวิราเคน. วิชฺชุปฺปาทาติ มคฺควิชฺชาย อุปฺปาเทน. ตํ ฐานนฺติ ตํ การณํ. อวิปกฺกวิปากนฺติ อลทฺธวิปากวารํ. ตโตนิทานนฺติ ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา. ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุนฺติ ทุกฺขเวทนาย ปจฺจยภูตา กิเลสา อสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส ปุริสสฺส อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ อตฺโถ. อภิสมฺปรายนฺติ ทุติเย อตฺตภาเว. กายสมารมฺภปจฺจยาติ กายกมฺมปจฺจเยน. อาสวาติ กิเลสา. วิฆาตปริฬาหาติ เอตฺถ วิฆาโตติ ทุกฺขํ. ปริฬาโหติ กายิกเจตสิโก ปริฬาโห. ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรตีติ ญาณวชฺฌํ กมฺมํ ญาณผสฺเสน ผุสิตฺวา ผุสิตฺวา ขยํ คเมติ, วิปากวชฺฌํ กมฺมํ วิปากผสฺเสน ผุสิตฺวา ผุสิตฺวา ขยํ คเมติ. นิชฺชราติ กิเลสชีรณกปฏิปทา. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. อิธ ฐตฺวา อยํ ภิกฺขุ ขีณาสโว กาตพฺโพ, จตฺตาริ มหาภูตานิ นีหริตฺวา จตุสจฺจววตฺถานํ ทสฺเสตฺวา ยาว อรหตฺตผลํ กมฺมฏฺฐานํ กเถตพฺพํ.

อิทานิ ปน ตสฺส ขีณาสวสฺส สตตวิหาเร ทสฺเสตุํ เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺสาติ เหตุนา การเณน สมฺมา วิมุตฺตสฺส. สตตวิหาราติ นิจฺจวิหารา นิพทฺธวิหารา. เนว สุมโน โหตีติ อิฏฺฐารมฺมเณ ราควเสน น โสมนสฺสชาโต โหติ. น ทุมฺมโนติ อนิฏฺฐารมฺมเณ ปฏิฆวเสน น โทมนสฺสชาโต โหติ. อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโนติ สติสมฺปชญฺญปริคฺคหิตาย มชฺฌตฺตาการลกฺขณาย อุเปกฺขาย เตสุ อารมฺมเณสุ อุเปกฺขโก มชฺฌตฺโต หุตฺวา วิหรติ.

กายปริยนฺติกนฺติ กายนฺติกํ กายปริจฺฉินฺนํ, ยาว ปญฺจทฺวารกาโย ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ ปญฺจทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ. ชีวิตปริยนฺติกนฺติ ชีวิตนฺติกํ ชีวิตปริจฺฉินฺนํ, ยาว ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ มโนทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ปจฺฉา อุปฺปชฺชิตฺวา ปฐมํ นิรุชฺฌติ, มโนทฺวาริกเวทนา ปฐมํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา นิรุชฺฌติ. สา หิ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุรูปสฺมึเยว ปติฏฺฐาติ. ปญฺจทฺวาริกา ปวตฺเต ปญฺจทฺวารวเสน ปวตฺตมานา ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนวเสน อธิมตฺตา พลวตี โหติ, ปณฺณาสวสฺสกาเล ฐิตา โหติ, สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ปริหายมานา, อสีตินวุติวสฺสกาเล มนฺทา โหติ. ตทา หิ สตฺตา ‘‘จิรรตฺตํ เอกโต นิสีทิมฺหา นิปชฺชิมฺหา’’ติ วทนฺเตปิ น ชานามาติ วทนฺติ. อธิมตฺตานิปิ รูปาทิอารมฺมณานิ น ปสฺสาม, สุคนฺธทุคฺคนฺธํ วา สาทุอสาทุํ วา ถทฺธมุทุกํ วาติ น ชานามาติปิ วทนฺติ. อิติ เนสํ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ภคฺคา โหติ, มโนทฺวาริกา ปวตฺตติ. สาปิ อนุปุพฺเพน ปริหายมานา มรณสมเย หทยโกฏึเยว นิสฺสาย ปวตฺตติ. ยาว ปเนสา ปวตฺตติ, ตาว สตฺโต ชีวตีติ วุจฺจติ. ยทา นปฺปวตฺตติ, ตทา ‘‘มโต นิรุทฺโธ’’ติ วุจฺจติ.

สฺวายมตฺโถ วาปิยา ทีเปตพฺโพ – ยถา หิ ปุริโส ปญฺจอุทกมคฺคสมฺปนฺนํ วาปึ กเรยฺย. ปฐมํ เทเว วุฏฺเฐ ปญฺจหิ อุทกมคฺเคหิ อุทกํ ปวิสิตฺวา อนฺโตวาปิยํ อาวาเฏ ปูเรยฺย. ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต อุทกมคฺเค ปูเรตฺวา คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ โอตฺถริตฺวา อุทกํ ติฏฺเฐยฺย ตโต ตโต วิสฺสนฺทมานํ. อถ นิทฺธมนตุมฺเพ วิวริตฺวา เขตฺเตสุ กมฺเม กยิรมาเน อุทกํ นิกฺขมนฺตํ, สสฺสปากกาเล อุทกํ นิกฺขนฺตํ อุทกํ ปริหีนํ, ‘‘มจฺเฉ คณฺหามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺเชยฺย. ตโต กติปาเหน อาวาเฏสุเยว อุทกํ สณฺฐเหย. ยาว ปน ตํ อาวาเฏสุ โหติ, ตาว มหาวาปิยํ อุทกํ อตฺถีติ สงฺขํ คจฺฉติ. ยทา ปน ตตฺถ ฉิชฺชติ, ตทา ‘‘วาปิยํ อุทกํ นตฺถี’’ติ วุจฺจติ. เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.

ปฐมํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจหิ มคฺเคหิ อุทเก ปวิสนฺเต อาวาฏานํ ปูรณกาโล วิย หิ ปฐมเมว ปฏิสนฺธิกฺขเณ มโนทฺวาริกเวทนาย วตฺถุรูเป ปติฏฺฐิตกาโล, ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจมคฺคานํ ปูรณกาโล วิย ปวตฺเต ปญฺจทฺวาริกเวทนาย ปวตฺติ, คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ อชฺโฌตฺถรณํ วิย ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนาทิวเสน ตสฺส อธิมตฺตพลวภาโว, ยาว วาปิโต อุทกํ น นิคฺคจฺฉติ, ตาว ปูราย วาปิยา ฐิตกาโล วิย ปญฺญาสวสฺสกาเล ตสฺส ฐิตกาโล, นิทฺธมนตุมฺเพสุ วิวเฏสุ กมฺเม กยิรมาเน อุทกสฺส นิกฺขมนกาโล วิย สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ตสฺส ปริหานิ, อุทเก ภฏฺเฐ อุทกมคฺเคสุ ปริตฺตอุทกสฺส ฐิตกาโล วิย อสีตินวุติกาเล ปญฺจทฺวาริกเวทนาย มนฺทกาโล, อาวาเฏสุเยว อุทกสฺส ปติฏฺฐิตกาโล วิย หทยวตฺถุโกฏึ นิสฺสาย มโนทฺวาเร เวทนาย ปวตฺติกาโล, อาวาเฏสุ ปริตฺเตปิ อุทเก สติ ‘‘วาปิยํ อุทกํ อตฺถี’’ติ วตฺตพฺพกาโล วิย ยาว สา ปวตฺตติ, ตาว ‘‘สตฺโต ชีวตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา ปน อาวาเฏสุ อุทเก ฉินฺเน ‘‘นตฺถิ วาปิยํ อุทก’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ มโนทฺวาริกเวทนาย อปฺปวตฺตมานาย สตฺโต มโตติ วุจฺจติ. อิมํ เวทนํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน’’ติ.

กายสฺส เภทาติ กายสฺส เภเทน. อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุทฺธํ. อิเธวาติ ปฏิสนฺธิวเสน ปรโต อคนฺตฺวา อิเธว. สีตี ภวิสฺสนฺตีติ ปวตฺติวิปฺผนฺทนทรถรหิตานิ สีตานิ อปฺปวตฺตนธมฺมานิ ภวิสฺสนฺติ.

ถูณํ ปฏิจฺจาติ รุกฺขํ ปฏิจฺจ. กุทฺทาลปิฏกํ อาทายาติ กุทฺทาลญฺจ ขณิตฺติญฺจ ปจฺฉิญฺจ คเหตฺวาติ อตฺโถ. เทสนา ปน กุทฺทาลวเสเนว กตา. มูเล ฉินฺเทยฺยาติ มูลมฺหิ กุทฺทาเลน ฉินฺเทยฺย. ปลิขเณยฺยาติ ขณิตฺติยา สมนฺตา ขเณยฺย.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – รุกฺโข วิย หิ อตฺตภาโว ทฏฺฐพฺโพ, รุกฺขํ ปฏิจฺจ ฉายา วิย กุสลากุสลํ กมฺมํ, ฉายํ อปฺปวตฺตํ กาตุกาโม ปุริโส วิย โยคาวจโร, กุทฺทาโล วิย ปญฺญา, ปิฏกํ วิย สมาธิ, ขณิตฺติ วิย วิปสฺสนา, ขณิตฺติยา มูลานํ ปลิขณนกาโล วิย อรหตฺตมคฺเคน อวิชฺชาย เฉทนกาโล, ขณฺฑาขณฺฑํ กรณกาโล วิย ขนฺธวเสน ทิฏฺฐกาโล, ผาลนกาโล วิย อายตนวเสน ทิฏฺฐกาโล, สกลีกรณกาโล วิย ธาตุวเสน ทิฏฺฐกาโล, วาตาตเปน วิโสสนกาโล วิย กายิกเจตสิกสฺส วีริยสฺส กรณกาโล, อคฺคินา ฑหนกาโล วิย ญาเณน กิเลสานํ ฑหนกาโล, มสิกรณกาโล วิย วตฺตมานก-ปญฺจกฺขนฺธกาโล, มหาวาเต โอผุนนกาโล วิย นทีโสเต ปวาหนกาโล วิย จ ฉินฺนมูลกานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อปฺปฏิสนฺธิกนิโรโธ, โอผุนนปฺปวาหเนหิ อปญฺญตฺติกภาวูปคโม วิย ปุนพฺภเว วิปากกฺขนฺธานํ อนุปฺปาเทน อปณฺณตฺติกภาโว เวทิตพฺโพ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ สตฺถริ เทสนํ วินิวฏฺเฏนฺเต โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา เอตํ ‘‘เสยฺยถาปิ, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อุทยตฺถิโกติ วฑฺฒิอตฺถิโก. อสฺสปณิยํ โปเสยฺยาติ ปญฺจ อสฺสโปตสตานิ กิณิตฺวา ปจฺฉา วิกฺกิณิสฺสามีติ โปเสยฺย. สหสฺสคฺฆนกสฺส อสฺสสฺส ปญฺจสตมตฺตํ อุปกรณํ คนฺธมาลาทิวเสน โปสาวนิกํเยว อคมาสิ. อถสฺส เต อสฺสา เอกทิวเสเนว โรคํ ผุสิตฺวา สพฺเพ ชีวิตกฺขยํ ปาปุเณยฺยุนฺติ อิมินา อธิปฺปาเยน เอวมาห. อุทยญฺเจว นาธิคจฺเฉยฺยาติ วฑฺฒิญฺจ เคหโต นีหริตฺวา ทินฺนมูลญฺจ กิญฺจิ น ลเภยฺย. ปยิรุปาสินฺติ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหึ. สฺวาหํ อุทยญฺเจว นาธิคจฺฉินฺติ โส อหํ เนว อุทยํ น เคหโต ทินฺนธนํ อธิคจฺฉึ, ปณิยอสฺสชคฺคนโก นาม ชาโตสฺมีติ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.