๘. อุปกสุตฺตวณฺณนา

๑๘๘. อฏฺฐเม อุปโกติ ตสฺส นามํ. มณฺฑิกาปุตฺโตติ มณฺฑิกาย ปุตฺโต. อุปสงฺกมีติ โส กิร เทวทตฺตสฺส อุปฏฺฐาโก, ‘‘กึ นุ โข สตฺถา มยิ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคเต วณฺณํ กเถสฺสติ, อุทาหุ อวณฺณ’’นฺติ ปริคฺคณฺหนตฺถํ อุปสงฺกมิ. ‘‘เนรยิโก เทวทตฺโต กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ’’ติ (จูฬว. ๓๔๘) วจนํ สุตฺวา สตฺถารํ ฆฏฺเฏตุกาโม อุปสงฺกมีติปิ วทนฺติ. ปรูปารมฺภํ วตฺเตตีติ ปรครหํ กเถติ. สพฺโพ โส น อุปปาเทตีติ สพฺโพปิ โส กุสลธมฺมํ น อุปฺปาเทติ, อตฺตโน วา วจนํ อุปปาเทตุํ อนุจฺฉวิกํ กาตุํ น สกฺโกติ. อนุปปาเทนฺโต คารโยฺห โหตีติ กุสลํ ธมฺมํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตโน จ วจนํ อุปปนฺนํ อนุจฺฉวิกํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต คารโยฺห โหติ. อุปวชฺโชติ อุปวทิตพฺโพ จ โหติ, วชฺเชน วา อุเปโต โหติ, สโทโส โหตีติ อตฺโถ.

อถ ภควา ตสฺส วาทํ คเหตฺวา ตสฺเสว คีวาย ปฏิมุญฺจนฺโต ปรูปารมฺภนฺติอาทิมาห. อุมฺมุชฺชมานกํเยวาติ อุทกโต สีสํ อุกฺขิปนฺตํเยว. ตตฺถ อปริมาณา ปทาติอาทีสุ ตสฺมึ อกุสลนฺติ ปญฺญาปเน ปทานิปิ อกฺขรานิปิ ธมฺมเทสนาปิ อปริมาณาเยว. อิติปิทํ อกุสลนฺติ อิทมฺปิ อกุสลํ อิทมฺปิ อกุสลํ อิมินาปิ การเณน อิมินาปิ การเณน อกุสลนฺติ เอวํ อกุสลปญฺญตฺติยํ อาคตานิปิ อปริมาณานิ. อถาปิ อญฺเญนากาเรน ตถาคโต ตํ ธมฺมํ เทเสยฺย, เอวมฺปิสฺส เทสนา อปริมาณา ภเวยฺย. ยถาห – ‘‘อปริยาทินฺนาวสฺส ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา, อปริยาทินฺนํ ธมฺมปทพฺยญฺชน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๖๑). อิมินา อุปาเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยาว ธํสี วตายนฺติ ยาว คุณธํสี วต อยํ. โลณการทารโกติ โลณการคามทารโก. ยตฺร หิ นามาติ โย หิ นาม. อาสาเทตพฺพํ มญฺญิสฺสตีติ ฆฏฺเฏตพฺพํ มญฺญิสฺสติ. อเปหีติ อปคจฺฉ, มา เม ปุรโต อฏฺฐาสิ. เอวญฺจ ปน วตฺวา คีวาย คณฺหาเปตฺวา นิกฺกฑฺฒาเปสิเยวาติ.