๓. มหาโกฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา
๑๗๓. ตติเย ผสฺสายตนานนฺติ ผสฺสากรานํ, ผสฺสสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานานนฺติ อตฺโถ. อตฺถญฺญํ กิญฺจีติ เอเตสุ อเสสโต นิรุทฺเธสุ ตโต ปรํ โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส อตฺถีติ ปุจฺฉติ. นตฺถญฺญํ กิญฺจีติ อิธาปิ ‘‘อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส นตฺถี’’ติ ปุจฺฉติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อิเม ปน จตฺตาโรปิ ปเญฺห สสฺสตุจฺเฉทเอกจฺจสสฺสตอมราวิกฺเขปวเสน ปุจฺฉติ. เตนสฺส เถโร ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ ปฏิพาหนฺโต มา เหวนฺติ อาห. เอตฺถ หิอิติ นิปาตมตฺตํ, เอวํ มา ภณีติ อตฺโถ. อตฺตูปลทฺธิวเสเนว ‘‘อตฺถญฺญํ กิญฺจิ อญฺโญ โกจิ อตฺตา นาม อตฺถี’’ติ สสฺสตาทิอากาเรน ปุจฺฉติ. กึ ปเนส อตฺตูปลทฺธิโกติ? น อตฺตูปลทฺธิโก. เอวํลทฺธิโก ปน ตตฺเถโก ภิกฺขุ นิสินฺโน, โส ปุจฺฉิตุํ น สกฺโกติ. ตสฺส ลทฺธึ วิสฺสชฺชาปนตฺถํ เอวํ ปุจฺฉติ. เยปิ จ อนาคเต เอวํลทฺธิกา ภวิสฺสนฺติ, เตสํ ‘‘พุทฺธกาเลเปโส ปโญฺห มหาสาวเกหิ วิสฺสชฺชิโต’’ติ วจโนกาสุปจฺเฉทนตฺถํ ปุจฺฉติเยว.
อปฺปปญฺจํ ปปญฺเจตีติ น ปปญฺเจตพฺพฏฺฐาเน ปปญฺจํ กโรติ, อนาจริตพฺพํ มคฺคํ จรติ. ตาวตา ปปญฺจสฺส คตีติ ยตฺตกา ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ คติ, ตตฺตกาว ตณฺหาทิฏฺฐิมานปฺปเภทสฺส ปปญฺจสฺส คติ. ฉนฺนํ, อาวุโส, ผสฺสายตนานํ อเสสวิราคนิโรธา ปปญฺจนิโรโธ ปปญฺจวูปสโมติ เอเตสุ ฉสุ อายตเนสุ สพฺพโส นิรุทฺเธสุ ปปญฺจาปิ นิรุทฺธาว โหนฺติ, วูปสนฺตาว โหนฺตีติ อตฺโถ. อารุปฺเป ปน ปุถุชฺชนเทวตานํ กิญฺจาปิ ปญฺจ ผสฺสายตนานิ นิรุทฺธานิ, ฉฏฺฐสฺส ปน อนิรุทฺธตฺตา ตโยปิ ปปญฺจา อปฺปหีนาว. อปิจ ปญฺจโวการภววเสเนว ปโญฺห กถิโตติ. จตุตฺเถ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.