๓. อสุภสุตฺตวณฺณนา

๑๖๓. ตติเย อสุภานุปสฺสี กาเย วิหรตีติ อตฺตโน กรชกาเย ‘‘ยถา เอตํ, ตถา อิท’’นฺติ อิมินา นเยน พหิทฺธา ทิฏฺฐานํ ทสนฺนํ อสุภานํ อุปสํหรณวเสน อสุภานุปสฺสี วิหรติ, อตฺตโน กายํ อสุภโต ปฏิกูลโต ญาเณน ปสฺสตีติ อตฺโถ. อาหาเร ปฏิกูลสญฺญีติ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน กพฬีการาหาเร ปฏิกูลสญฺญี. สพฺพโลเก อนภิรติสญฺญีติ สพฺพสฺมิมฺปิ เตธาตุเก โลกสนฺนิวาเส อนภิรตาย อุกฺกณฺฐิตสญฺญาย สมนฺนาคโต. สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสีติ สพฺเพปิ เตภูมกสงฺขาเร อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต. มรณสญฺญาติ มรณํ อารพฺภ อุปฺปนฺนสญฺญา. อชฺฌตฺตํ สูปฏฺฐิตา โหตีติ นิยกชฺฌตฺเต สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา โหติ. เอตฺตาวตา พลววิปสฺสนา กถิตา. เสขพลานีติ สิกฺขนกานํ พลานิ. เสสเมตฺถ ปาฬิวเสน อุตฺตานเมว. ‘‘อสุภานุปสฺสี’’ติอาทีนิ ปน ทุกฺขาย ปฏิปทาย ทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ, ปฐมชฺฌานาทีนิ สุขาย. อสุภาทีนิ หิ ปฏิกูลารมฺมณานิ, เตสุ ปน ปกติยาว สมฺปิยายมานํ จิตฺตํ อลฺลียติ. ตสฺมา ตานิ ภาเวนฺโต ทุกฺขปฏิปทํ ปฏิปนฺโน นาม โหติ. ปฐมชฺฌานาทีนิ ปณีตสุขานิ, ตสฺมา ตานิ ปฏิปนฺโน สุขปฏิปทํ ปฏิปนฺโน นาม โหติ.

อยํ ปเนตฺถ สพฺพสาธารณา อุปมา – สงฺคามาวจรปุริโส หิ ผลกโกฏฺฐกํ กตฺวา ปญฺจาวุธานิ สนฺนยฺหิตฺวา สงฺคามํ ปวิสติ, โส อนฺตรา วิสฺสมิตุกาโม ผลกโกฏฺฐกํ ปวิสิตฺวา วิสฺสมติ เจว ปานโภชนาทีนิ จ ปฏิเสวติ. ตโต ปุน สงฺคามํ ปวิสิตฺวา กมฺมํ กโรติ. ตตฺถ สงฺคาโม วิย กิเลสสงฺคาโม ทฏฺฐพฺโพ, ผลกโกฏฺฐโก วิย ปญฺจนิสฺสยพลานิ, สงฺคามปวิสนปุริโส วิย โยคาวจโร, ปญฺจาวุธสนฺนาโห วิย วิปสฺสนาปญฺจมานิ อินฺทฺริยานิ, สงฺคามํ ปวิสนกาโล วิย วิปสฺสนาย กมฺมกรณกาโล, วิสฺสมิตุกามสฺส ผลกโกฏฺฐกํ ปวิสิตฺวา วิสฺสมนปานโภชนานิ ปฏิเสวนกาโล วิย วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตสฺส จิตฺตุปฺปาทสฺส นิรสฺสาทกฺขเณ ปญฺจ พลานิ นิสฺสาย จิตฺตํ สมฺปหํสนกาโล, วิสฺสมิตฺวา ขาทิตฺวา ปิวิตฺวา จ ปุน สงฺคามสฺส ปวิสนกาโล วิย ปญฺจหิ พเลหิ จิตฺตํ สมฺปหํเสตฺวา ปุน วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตสฺส วิวฏฺเฏตฺวา อรหตฺตคฺคหณกาโล เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต พลานิ เจว อินฺทฺริยานิ จ มิสฺสกาเนว กถิตานีติ.