๙. อานนฺทอจฺฉริยสุตฺตวณฺณนา
๑๒๙. นวเม ภิกฺขุปริสา อานนฺทํ ทสฺสนายาติ เย ภควนฺตํ ปสฺสิตุกามา เถรํ อุปสงฺกมนฺติ, เย วา ‘‘อายสฺมา กิรานนฺโท สมนฺตปาสาทิโก อภิรูโป ทสฺสนีโย พหุสฺสุโต สงฺฆโสภโน’’ติ เถรสฺส คุเณ สุตฺวา อาคจฺฉนฺติ, เต สนฺธาย ‘‘ภิกฺขุปริสา อานนฺทํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมตี’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อตฺตมนาติ ‘‘สวเนน โน ทสฺสนํ สเมตี’’ติ สกมนา ตุฏฺฐจิตฺตา. ธมฺมนฺติ ‘‘กจฺจิ, อาวุโส, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิ โยนิโสมนสิการกมฺมํ กโรถ, อาจริยุปชฺฌายวตฺตํ ปูเรถา’’ติ เอวรูปํ ปฏิสนฺถารธมฺมํ. ตตฺถ ภิกฺขุนีสุ ‘‘กจฺจิ, ภคินิโย, อฏฺฐ ครุธมฺเม สมาทาย วตฺตถา’’ติ อิทมฺปิ นานากรณํ โหติ. อุปาสเกสุ ‘‘สฺวาคตํ, อุปาสก, น เต กิญฺจิ สีสํ วา องฺคํ วา รุชฺชติ, อโรคา เต ปุตฺตภาตโร’’ติ น เอวํ ปฏิสนฺถารํ กโรติ, เอวํ ปน กโรติ – ‘‘กถํ, อุปาสกา, ตีณิ สรณานิ ปญฺจ สีลานิ รกฺขถ, มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรถ, มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐานวตฺตํ ปูเรถ, ธมฺมิกสมณพฺราหฺมเณ ปฏิชคฺคถา’’ติ. อุปาสิกาสุปิ เอเสว นโย.