๗. ปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๘๗. สตฺตเม สมณมจโลติ สมณอจโล, มกาโร ปทสนฺธิกโร, นิจฺจลสมโณติ อตฺโถ. อิมินา สตฺตวิธมฺปิ เสขํ ทสฺเสติ. โส หิ สาสเน มูลชาตาย สทฺธาย ปติฏฺฐิตตฺตา อจโล นาม. สมณปุณฺฑรีโกติ ปุณฺฑรีกสทิโส สมโณ. ปุณฺฑรีกํ นาม อูนสตปตฺตํ สโรรุหํ. อิมินา สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวํ ทสฺเสติ. โส หิ ฌานาภิญฺญานํ อภาเวน อปริปุณฺณคุณตฺตา สมณปุณฺฑรีโก นาม โหติ. สมณปทุโมติ ปทุมสทิโส สมโณ. ปทุมํ นาม ปริปุณฺณสตปตฺตํ สโรรุหํ. อิมินา อุภโตภาควิมุตฺตํ ขีณาสวํ ทสฺเสติ. โส หิ ฌานาภิญฺญานํ ภาเวน ปริปุณฺณคุณตฺตา สมณปทุโม นาม โหติ. สมเณสุ สมณสุขุมาโลติ สพฺเพสุปิ เอเตสุ สมเณสุ สุขุมาลสมโณ มุทุจิตฺตสรีโร กายิกเจตสิกทุกฺขรหิโต เอกนฺตสุขี. เอเตน อตฺตานญฺเจว อตฺตสทิเส จ ทสฺเสติ.
เอวํ มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา อิทานิ ปฏิปาฏิยา วิภชนฺโต กถญฺจ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ เสโขติ สตฺตวิโธปิ เสโข. ปาฏิปโทติ ปฏิปนฺนโก. อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมาโน วิหรตีติ อรหตฺตํ ปตฺถยนฺโต วิหรติ. มุทฺธาวสิตฺตสฺสาติ มุทฺธนิ อวสิตฺตสฺส, กตาภิเสกสฺสาติ อตฺโถ. อาภิเสโกติ อภิเสกํ กาตุํ ยุตฺโต. อนภิสิตฺโตติ น ตาว อภิสิตฺโต. มจลปฺปตฺโตติ รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ปุตฺตภาเวน เจว ปุตฺเตสุ เชฏฺฐกภาเวน จ น ตาว อภิสิตฺตภาเวน จ อภิเสกปฺปตฺติอตฺถาย อจลปฺปตฺโต นิจฺจลปตฺโต. มกาโร นิปาตมตฺตํ. กาเยน ผุสิตฺวาติ นามกาเยน ผุสิตฺวา.
ยาจิโตว พหุลํ จีวรํ ปริภุญฺชตีติ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, ปริภุญฺชถา’’ติ เอวํ ทายเกหิ ยาจมาเนเหว อุปนีตํ จีวรํ พหุํ ปริภุญฺชติ, กิญฺจิเทว อยาจิตํ, พากุลตฺเถโร วิย. ปิณฺฑปาตํ ขทิรวนมคฺเค สีวลิตฺเถโร วิย. เสนาสนํ อฏฺฐกนาครสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๗ อาทโย; อ. นิ. ๑๑.๑๖ อาทโย) อานนฺทตฺเถโร วิย. คิลานปจฺจยํ ปิลินฺทวจฺฉเถโร วิย. ตฺยสฺสาติ เต อสฺส. มนาเปเนวาติ มนํ อลฺลียนเกน. สมุทาจรนฺตีติ กตฺตพฺพกิจฺจานิ กโรนฺติ ปวตฺตนฺติ วา. อุปหารํ อุปหรนฺตีติ กายิกเจตสิกอุปหารํ อุปหรนฺติ อุปนียนฺติ. สนฺนิปาติกานีติ ติณฺณมฺปิ สนฺนิปาเตน นิพฺพตฺตานิ. อุตุปริณามชานีติ อุตุปริณามโต อติสีตอติอุณฺหอุตุโต ชาตานิ. วิสมปริหารชานีติ อจฺจาสนอติฏฺฐานาทิกา วิสมปริหารโต ชาตานิ. โอปกฺกมิกานีติ วธพนฺธนาทิอุปกฺกเมน นิพฺพตฺตานิ. กมฺมวิปากชานีติ วินาปิ อิเมหิ การเณหิ เกวลํ ปุพฺเพ กตกมฺมวิปากวเสเนว ชาตานิ. จตุนฺนํ ฌานานนฺติ เอตฺถ ขีณาสวานมฺปิ พุทฺธานมฺปิ กิริยชฺฌานาเนว อธิปฺเปตานิ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.