๗. ปฐมนาถสุตฺตวณฺณนา
๑๗. สตฺตเม สนาถาติ สญาตกา พหุญาติวคฺคา หุตฺวา วิหรถ. นาถํ กโรนฺตีติ นาถกรณา, อตฺตโน สนาถภาวกรา ปติฏฺฐากราติ อตฺโถ. กลฺยาณมิตฺโตติอาทีสุ สีลาทิคุณสมฺปนฺนา กลฺยาณา มิตฺตา อสฺสาติ กลฺยาณมิตฺโต. เตวสฺส ฐานนิสชฺชาทีสุ สห อยนโต สหายาติ กลฺยาณสหาโย. จิตฺเตน เจว กาเยน จ กลฺยาณมิตฺเตสุเยว สมฺปวงฺโก โอณโตติ กลฺยาณสมฺปวงฺโก. สุวโจ โหตีติ สุเขน วตฺตพฺโพ โหติ, สุเขน อนุสาสิตพฺโพ. ขโมติ คาเฬฺหน ผรุเสน กกฺขเฬน วุตฺโต ขมติ น กุปฺปติ. ปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนินฺติ ยถา เอกจฺโจ โอวทิยมาโน วามโต คณฺหาติ, ปฏิปฺผรติ วา, อสฺสุณนฺโต วา คจฺฉติ, เอวํ อกตฺวา ‘‘โอวทถ, ภนฺเต, อนุสาสถ, ตุเมฺหสุ อโนวทนฺเตสุ โก อญฺโญ โอวทิสฺสตี’’ติ ปทกฺขิณํ คณฺหาติ.
อุจฺจาวจานีติ อุจฺจนีจานิ. กึกรณียานีติ ‘‘กึ กโรมี’’ติ เอวํ วตฺวา กตฺตพฺพกมฺมานิ. ตตฺถ อุจฺจกมฺมํ นาม จีวรสฺส กรณํ รชนํ, เจติเย สุธากมฺมํ, อุโปสถาคารเจติยฆรโพธิฆเรสุ กตฺตพฺพกมฺมนฺติ เอวมาทิ. อวจกมฺมํ นาม ปาทโธวนมกฺขนาทิขุทฺทกกมฺมํ. ตตฺรูปายายาติ ตตฺรุปคมนิยาย. อลํ กาตุนฺติ กาตุํ สมตฺโถ โหติ. อลํ สํวิธาตุนฺติ วิจาเรตุํ สมตฺโถ โหติ.
ธมฺเม อสฺส กาโม สิเนโหติ ธมฺมกาโม, เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปิยายตีติ อตฺโถ. ปิยสมุทาหาโรติ ปรสฺมึ กเถนฺเต สกฺกจฺจํ สุณาติ, สยญฺจ ปเรสํ เทเสตุกาโม โหตีติ อตฺโถ. อภิธมฺเม อภิวินเยติ เอตฺถ ธมฺโม อภิธมฺโม, วินโย อภิวินโยติ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ธมฺโมติ สุตฺตนฺตปิฏกํ. อภิธมฺโมติ สตฺต ปกรณานิ. วินโยติ อุภโตวิภงฺโค. อภิวินโยติ ขนฺธกปริวารา. อถ วา สุตฺตนฺตปิฏกมฺปิ อภิธมฺมปิฏกมฺปิ ธมฺโม เอว, มคฺคผลานิ อภิธมฺโม. สกลวินยปิฏกํ วินโย, กิเลสวูปสมกรณํ อภิวินโย. อิติ สพฺพสฺมิมฺปิ เอตฺถ ธมฺเม จ อภิธมฺเม จ วินเย จ อภิวินเย จ อุฬารปาโมชฺโช โหตีติ อตฺโถ. กุสเลสุ ธมฺเมสูติ การณตฺเถ ภุมฺมํ, จาตุภูมกกุสลธมฺมการณา เตสํ อธิคมตฺถาย อนิกฺขิตฺตธุโร โหตีติ อตฺโถ.