๑. สุตฺตนฺตภาชนียํ

๒๒๕. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ.

๒๒๖. ตตฺถ กตมา อวิชฺชา? ทุกฺเข อญฺญาณํ, ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ – อยํ วุจฺจติ ‘‘อวิชฺชา’’.

ตตฺถ กตเม อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา? ปุญฺญาภิสงฺขาโร, อปุญฺญาภิสงฺขาโร, อาเนญฺชาภิสงฺขาโร, กายสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร, จิตฺตสงฺขาโร.

ตตฺถ กตโม ปุญฺญาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา กามาวจรา รูปาวจรา ทานมยา สีลมยา ภาวนามยา – อยํ วุจฺจติ ‘‘ปุญฺญาภิสงฺขาโร’’.

ตตฺถ กตโม อปุญฺญาภิสงฺขาโร? อกุสลา เจตนา กามาวจรา – อยํ วุจฺจติ ‘‘อปุญฺญาภิสงฺขาโร’’.

ตตฺถ กตโม อาเนญฺชาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา อรูปาวจรา – อยํ วุจฺจติ ‘‘อาเนญฺชาภิสงฺขาโร’’.

ตตฺถ กตโม กายสงฺขาโร? กายสญฺเจตนา กายสงฺขาโร, วจีสญฺเจตนา วจีสงฺขาโร, มโนสญฺเจตนา จิตฺตสงฺขาโร. อิเม วุจฺจนฺติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’.

๒๒๗. ตตฺถ กตมํ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ? จกฺขุวิญฺญาณํ, โสตวิญฺญาณํ, ฆานวิญฺญาณํ, ชิวฺหาวิญฺญาณํ, กายวิญฺญาณํ, มโนวิญฺญาณํ – อิทํ วุจฺจติ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ’’.

๒๒๘. ตตฺถ กตมํ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ? อตฺถิ นามํ, อตฺถิ รูปํ. ตตฺถ กตมํ นามํ? เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญากฺขนฺโธ, สงฺขารกฺขนฺโธ – อิทํ วุจฺจติ ‘‘นามํ’’. ตตฺถ กตมํ รูปํ? จตฺตาโร มหาภูตา, จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูปํ – อิทํ วุจฺจติ ‘‘รูปํ’’. อิติ อิทญฺจ นามํ, อิทญฺจ รูปํ. อิทํ วุจฺจติ ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ’’.

๒๒๙. ตตฺถ กตมํ นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ? จกฺขายตนํ, โสตายตนํ, ฆานายตนํ, ชิวฺหายตนํ, กายายตนํ, มนายตนํ – อิทํ วุจฺจติ ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ’’.

๒๓๐. ตตฺถ กตโม สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส? จกฺขุสมฺผสฺโส โสตสมฺผสฺโส ฆานสมฺผสฺโส ชิวฺหาสมฺผสฺโส กายสมฺผสฺโส มโนสมฺผสฺโส – อยํ วุจฺจติ ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’.

๒๓๑. ตตฺถ กตมา ผสฺสปจฺจยา เวทนา? จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา, โสตสมฺผสฺสชา เวทนา, ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา, ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา, กายสมฺผสฺสชา เวทนา, มโนสมฺผสฺสชา เวทนา – อยํ วุจฺจติ ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’.

๒๓๒. ตตฺถ กตมา เวทนาปจฺจยา ตณฺหา? รูปตณฺหา, สทฺทตณฺหา, คนฺธตณฺหา, รสตณฺหา, โผฏฺฐพฺพตณฺหา, ธมฺมตณฺหา – อยํ วุจฺจติ ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’.

๒๓๓. ตตฺถ กตมํ ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ? กามุปาทานํ, ทิฏฺฐุปาทานํ, สีลพฺพตุปาทานํ, อตฺตวาทุปาทานํ – อิทํ วุจฺจติ ‘‘ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ’’.

๒๓๔. ตตฺถ กตโม อุปาทานปจฺจยา ภโว? ภโว ทุวิเธน – อตฺถิ กมฺมภโว, อตฺถิ อุปปตฺติภโว. ตตฺถ กตโม กมฺมภโว? ปุญฺญาภิสงฺขาโร, อปุญฺญาภิสงฺขาโร, อาเนญฺชาภิสงฺขาโร – อยํ วุจฺจติ ‘‘กมฺมภโว’’. สพฺพมฺปิ ภวคามิกมฺมํ กมฺมภโว.

ตตฺถ กตโม อุปปตฺติภโว? กามภโว, รูปภโว, อรูปภโว, สญฺญาภโว, อสญฺญาภโว, เนวสญฺญานาสญฺญาภโว, เอกโวการภโว, จตุโวการภโว, ปญฺจโวการภโว – อยํ วุจฺจติ ‘‘อุปปตฺติภโว’’. อิติ อยญฺจ กมฺมภโว, อยญฺจ อุปปตฺติภโว. อยํ วุจฺจติ ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’.

๒๓๕. ตตฺถ กตมา ภวปจฺจยา ชาติ? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย ชาติ สญฺชาติ โอกฺกนฺติ อภินิพฺพตฺติ, ขนฺธานํ ปาตุภาโว, อายตนานํ ปฏิลาโภ – อยํ วุจฺจติ ‘‘ภวปจฺจยา ชาติ’’.

๒๓๖. ตตฺถ กตมํ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ? อตฺถิ ชรา, อตฺถิ มรณํ. ตตฺถ กตมา ชรา? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก – อยํ วุจฺจติ ‘‘ชรา’’.

ตตฺถ กตมํ มรณํ? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหา ตมฺหา สตฺตนิกายา จุติ จวนตา เภโท อนฺตรธานํ มจฺจุ มรณํ กาลกิริยา [กาลํกิริยา (ก.)] ขนฺธานํ เภโท กเฬวรสฺส นิกฺเขโป ชีวิตินฺทฺริยสฺสุปจฺเฉโท – อิทํ วุจฺจติ ‘‘มรณํ’’. อิติ อยญฺจ ชรา, อิทญฺจ มรณํ. อิทํ วุจฺจติ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณํ’’.

๒๓๗. ตตฺถ กตโม โสโก? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส โสโก โสจนา โสจิตตฺตํ อนฺโตโสโก อนฺโตปริโสโก เจตโส ปริชฺฌายนา โทมนสฺสํ โสกสลฺลํ – อยํ วุจฺจติ ‘‘โสโก’’.

๒๓๘. ตตฺถ กตโม ปริเทโว? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส อาเทโว ปริเทโว อาเทวนา ปริเทวนา อาเทวิตตฺตํ ปริเทวิตตฺตํ วาจา ปลาโป วิปฺปลาโป ลาลปฺโป ลาลปฺปนา ลาลปฺปิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ ปริเทโว’’.

๒๓๙. ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ? ยํ กายิกํ อสาตํ กายิกํ ทุกฺขํ กายสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ กายสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา – อิทํ วุจฺจติ ‘‘ทุกฺขํ’’.

๒๔๐. ตตฺถ กตมํ โทมนสฺสํ? ยํ เจตสิกํ อสาตํ, เจตสิกํ ทุกฺขํ, เจโตสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ, เจโตสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา – อิทํ วุจฺจติ ‘‘โทมนสฺสํ’’.

๒๔๑. ตตฺถ กตโม อุปายาโส? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส, อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส อายาโส อุปายาโส อายาสิตตฺตํ อุปายาสิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ ‘‘อุปายาโส’’.

๒๔๒. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตีติ, เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สงฺคติ โหติ, สมาคโม โหติ, สโมธานํ โหติ, ปาตุภาโว โหติ. เตน วุจฺจติ ‘‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ.

สุตฺตนฺตภาชนียํ.