๑. โทสาวโพธ ปฐมปริจฺเฉท
รตนตฺตยปฺปณามวณฺณนา
๑. มุนินฺทวทนมฺโภช-คพฺภสมฺภวสุนฺทรี;
สรณํ ปาณินํ วาณี, มยฺหํ ปีณยตํ มนํ.
๑. อถายํ คนฺถกาโร คนฺถารมฺเภ ปุพฺพปโยคานุพนฺธสภาวสิทฺธิกวิคุโณเปตานํ ยติโปตานํ ตทุปายนฺตรวิรตา กมนฺตราเปตปรกฺกมสมฺภเวนาธิคตพฺยสนสตมุปลพฺภ ทยาสญฺชาตรสรสหทยตาย ตทุปายภูตํ พนฺธลกฺขณํ วิรจยิตุกาโมภิมตสิทฺธินิมิตฺตมตฺตโนธิคตสทฺธมฺมเทวตานุสฺสรณํ ตาว ทสฺเสตุมาห ‘‘มุนินฺเท’’จฺจาทิ. นนุ ‘‘พนฺธลกฺขณํ วิรจยิตุกาโม’’ติ วุตฺตํ, กิเมตฺถ ลกฺขณกรเณน อทิฏฺฐลกฺขณาปิ ทิสฺสนฺติ พนฺธนฺตาติ? สจฺจํ, ตถาปิ เต ฆุณกฺขรปฺปกาสา ตพฺพิทูนํ ปโยคานุสาริโน วา สิยุํ, ปุพฺเพ กตสตฺถปริจยา วา สิยุนฺติ วิญฺเญยฺยํ. วาณี มยฺหํ มนํ ปีณยตนฺติ สมฺพนฺโธ. วาณีติ วา สรสฺสตฺยปรนามเธยฺยา กาจิ เทวตา, สา สพฺพาวทาตา ยถิจฺฉิตตฺถสาธนปุณฺฑรีกคพฺเภ นิสีทตีติ โลกวาโท. วาณีติ ปน ปจฺจุหวิรเหนาภิมตสิทฺธินิพนฺธเนกตาโณ สมฺมาสมฺพุทฺธภาสิโต สทฺธมฺโม, ตโตเยวายํ เทวตา รุปฺปเต. ตตฺถ สรสฺสติยา ยถา’สตฺตา ชาตาย มโนสมฺปีณนนฺติ โลโก, สทฺธมฺมเทวตาย ตุ มโนปีณนํ, ตสฺสา สพฺพวชฺชรหิตายจฺจนฺตนิมฺมลาย นิรนฺตรตฺถเนกตาณปฺปวตฺติยา มนโส สมฺปีณนํ. เตน จ ปสฺสทฺธิ, ตาย ปน สุขํ, เตนาปิ สมาธิ, สมาธิสมฺภเวน ยถาภูตาวโพธสมฺภวโต วิจิตฺตาเนกสทฺทตฺถวิเสสา ปฏิภนฺตฺยนายาเสน, ตโต จ ยถิจฺฉิตสิทฺธินิปฺผตฺตีติ วงฺกวุตฺติยา ตปฺปสาทมาสีสติ.
กึวิสิฏฺโฐจฺจาห ‘‘มุนินฺเท’’จฺจาทิ. อุโภ โลเก มุนาติ ชานาตีติ มุนิ, อินฺทติ ปรมิสฺสริยํ ปวตฺเตติ สพฺพตฺถาติ อินฺโท, มุนิ จ โส อินฺโท จ, มุนีนํ อินฺโทติ วา มุนินฺโท, สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ตโตยํ ตสฺส นิมิตฺตกสญฺญา. วิชฺชมาเนสุปิ ปริยายสทฺเทสฺวญฺเญสุ กวิกามิตสฺสตฺถสฺเสกนฺตวาจกตฺเตโน’ จิตฺยสมฺโปสโกยํ มุนินฺทสทฺโท, ตถา หิ โย อุภยโลกชานเนน มุนีนํ ปรมิสฺสริยปุคฺคลานมฺปิ ปรมิสฺสริยํ วตฺเตติ, โส ปรํ ปีเณติ เหตุภาเวน’เตฺร’ตฺยุ’จิตเมว, ตถา ปทนฺตรานมฺปิ โอจิตฺยํ โปเสติ. ตถา หิ ตาทิสสฺส วทนารวินฺโททเร สมฺภวา สุนฺทรี, ตโตเยว ปฏิสรณํ, ตสฺมา จ มโน ปีเณตีติ. ตสฺส วทนํ, ตมิว มุนินฺทวทนํ, อมฺโภชํ. ตเมว วา ลกฺขิสํโยคิตาทิสธมฺเมน’มฺโภชํ, ปทุมํ. ตสฺส คพฺโภ. ตตฺถ สมฺภเวน ปวตฺติยา, อุปฺปตฺติยา วา สุนฺทรี นิรวชฺชา เทวตา. วาจา ปน โทสเลเสนาป’สมฺผุฏฺฐาว นิรวชฺชา, ตถา จ วกฺขติ ‘‘คุณาลงฺการสํยุตฺตา’’ [สุโพธาลงฺการ ๑๔ คาถา] อิจฺจาทิ. ตโตวายํ สรณํ ปาณินํ สตฺตานํ ปฏิภานาทิคุณวิเสสาวหตฺตมตฺเตน ปฏิสรณภูตา เทวตา. วาจา ปน สพฺพุปทฺทวนิวารเณน สพฺพหิตสุขสมฺปทาสมฺปาทเนนจฺจนฺตปฏิสรณภูตา. สภาวนปุํสกตฺตา เจตฺถ น ลิงฺคปริวตฺตนํ. มยฺหนฺติ เอกวจเนนตฺตโน นิรภิมานต’มาเนติ สชฺชนมาจารํ. อภินฺนปทสิเลโส จายํ, สพฺพตฺเถวาวีกตสทฺทปฺปโยคโต. สิเลโส จายํ วงฺกวุตฺติยา สพฺพตฺถ สิรึ โปเสติ. ตถา จ วกฺขติ ‘‘วงฺกวุตฺตีสุ โปเสติ, สิเลโส ตุ สิรึ ปร’’นฺติ [สุโพธาลงฺการ ๑๗๒ คาถา]. อยเมตฺถ สงฺเขเปน นเยน อตฺถวณฺณนา. วิตฺถารนเยน ปน นานปฺปกาเรนตฺโถ สํวณฺเณตุํ สกฺกา. ตถา สติ คนฺถคารโวปิ สิยาติ ปกาโรยเมวพฺภุปคโต.
๑. สุปริสุทฺธพุทฺธิโคจรปรมวิจิตฺตคนฺถการโกยมาจริย- สงฺฆรกฺขิตมหาสามิปาโท สปิฏกตฺตยสพฺพสตฺถปาราวตรเณน สญฺชาตานปฺปกปีติสุขมนุภวํ ปฏิปตฺติปฏิเวธสาสนทฺวยสฺส ปริยตฺติมูลกตฺตา เยน เกนจิ ปริยาเยน ตสฺสา ปริยตฺติยา อตฺถาวโพเธน ‘‘อปฺเปว นาม สาธุชนํ ปริโตเสยฺย’’มิติ ตทธิคโมปายภูตมิทํ ปกรณมารภนฺโต คนฺถารมฺเภ อิฏฺฐเทวตาย ปณามกรณํ สตาจารานุรกฺขณตฺถํ [สทาจารานุรกฺขณตฺถํ (ก.)], วิเสสโต อภิมตคนฺถสฺสานนฺตราเยน ปริสมตฺติยา จ การณมิติ อิฏฺฐเทวตานุสฺสรณํ, คนฺถนฺตรารมฺภปฏิกฺเขปกชนปฏิพาหนปุพฺพกานิ อภิธานาภิเธยฺยกรณปฺปการปโยชนานิ จ ทสฺเสนฺโต ‘‘มุนินฺทวทนมฺโภช…เป… ปริสฺสโม’’ติ คาถตฺตยมาห. เอตฺถ ปฐมคาถาย อิฏฺฐเทวตาสงฺขาตรตนตฺตยปฺปณาโม ทสฺสิโต, ทุติยคาถาย อารมฺภปฏิกฺเขปกชนา นิเสธิตา, ตติยคาถาย อภิธานาทิกํ ทสฺสิตํ. ตถา หิ โลกุตฺตรธมฺมนิสฺสิตปริยตฺติสงฺขาตสพฺพญฺญุภารติยา มโนสมฺปีณนาสีสนาปเทเสน อตฺตโน นิสฺเสสธมฺมรตเน ปสาโท ปกาสิโต. โส ปน ธมฺมปฺปสาโท ตทวินาภาวโต พุทฺธสงฺเฆสุปิ สิทฺโธติ รตนตฺตยวิสยํ ปณามํ วงฺกวุตฺติยา ทสฺเสติ. โส หิ อตฺถโต ปณามกฺริยาภินิปฺผาทิกา กุสลเจตนา. เอตฺถ ผลํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
ปุน สนฺเตสุ รามสมฺมาทฺยลงฺกาเรสุ ปิฏฺฐปิสนํ วิย โหตีทํ อลงฺการกรณนฺติ วทนฺตา วิรุทฺธวาทิโน รามสมฺมาทีนมตฺถิภาวํ อุพฺภาเวตฺวา [อภฺยุปคเมตฺวา (ก.)] เต สุทฺธมาคธิกา น วฬญฺเชนฺตีติ อิมินา ปฏิสิทฺธา. นิรากรณผลญฺหิ คนฺถสฺส นิทฺโทสภาโวว. อปิจ สทฺทาลงฺการอตฺถาลงฺการทีปเกน อลงฺการสทฺเทน คนฺถสรีรสงฺขาตสญฺญิโน สญฺญาสงฺขาตอภิธานญฺจ อลงฺการสทฺทสฺส สทฺทาลงฺการาทฺยภิเธยฺยญฺจ สุทฺธมาคธิกตฺตํ วตฺวา อลงฺการสทฺทสฺส วิเสสนภูตอนุรูปสทฺโทปาทาเนน พุทฺธวจนสฺส อุปโยคตฺตํ มาคธิกโวหาเรน ภวตีติ คมฺยมานตฺตา กรณปฺปการญฺจ อลงฺการคนฺถปฺปวตฺติยา อตฺถาลงฺการาทินิสฺสิตตฺตา อิมินา อลงฺการสทฺเทเนว อลงฺการสงฺขรณสงฺขาตปฺปโยชนญฺจ ทสฺเสติ.
สตฺถปฺปโยชนานํ สาธฺยสาธนลกฺขโณ สมฺพนฺโธ ปน สมฺพนฺธสฺส นิสฺสยภูตสตฺถปฺปโยชนานํ ทสฺสเนเนว ตนฺนิสฺสิตตฺตา สยมฺปิ วุตฺโต โหติ. วุตฺตํ หิ–
‘‘สตฺถํ ปโยชนญฺเจว, อุโภ สมฺพนฺธนิสฺสยา;
วุตฺตา ตํวุตฺติยาเยว, วุตฺโต ตนฺนิสฺสิโตปิ โส’’ติ.
ตสฺสตฺโถ– สมฺพนฺธนิสฺสยา สมฺพนฺธสฺส อาธารภูตา สตฺถํ, ปโยชนญฺจ อุโภ วุตฺตา, ตํวุตฺติยาเยว เตสํ อุภินฺนํ กถเนเนว ตนฺนิสฺสิโต เต นิสฺสาย ปวตฺโต โสปิ สมฺพนฺโธ วุตฺโต ภวตีติ.
เอตฺถ อภิธานกถนํ โวหารสุขตฺถํ, อภิเธยฺยาทิกถนํ ปน เตหิ ยุตฺตานํเยว คนฺถานํ สุพุทฺธิปุพฺพกาทีนํ อุปาเทยฺยตฺตญฺจ ตพฺพิปรีตานํ อุมฺมตฺตกวจนาทีนมิวอนุปาเทยฺยตฺตญฺจ ปกาสนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘สมฺพนฺธานุคุโณปายํ [สมฺพนฺธฺยนุคุโณปายํ (ก.)], ปุริสตฺถาภิธายกํ;
วีมํสาธิคตํ [วีมํสาธิกตํ (สี.)] วากฺย-มโตนธิคตํ […นธิกตํ (สี.)] ปร’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ– สมฺพนฺธานุคุโณปายํ สาธิยสาธนลกฺขณสมฺพนฺธสฺส นิสฺสยภูตวาจฺจวาจกานํ สมฺพนฺธิภูตานํ อญฺญมญฺญานุรูปคุณปริชานเน การณภูตํ ปุริสตฺถาภิธายกํ จตุพฺพิธธมฺมอตฺถกามโมกฺขสงฺขาตานํ ปุริสตฺถานํ วาจกภูตํ วากฺยํ ‘‘เอกาขฺยาโต ปทจฺจโย, สิยา วากฺยํ สการโก’’ติ [อภิธานปฺปทีปิกา ๑๐๖ คาถา] วุตฺตลกฺขณมชฺฌปติตวากฺยสมุทาโยเปตํ มหาวากฺยสรูปสตฺถํ วีมํสาธิคตํ ญาณคติลกฺขณอุปปริกฺขาย อธิคตํ อธิปฺเปตํ, อโต ปรํ วุตฺตลกฺขณสตฺถโต อญฺญํ อนธิคตํ นาธิปฺเปตนฺติ. อิทํ ปเนตฺถ คาถานํ นิกฺเขปปฺปโยชนํ.
โลเก ปทุมคพฺเภ วสนฺติยา สพฺพงฺคธวลาย ยถิจฺฉิตตฺถสาธิกาย สรสฺสตีนามิกาย เทวตาย ‘‘วาณี’’ติ โวหารโต อิมินา อตฺเถน โยเชตฺวา อภินฺนปทสิเลสาลงฺการวเสน วุตฺตตฺตา ปทตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพ – มุนินฺทสฺส โสภาสุคนฺธาทิคุณโยคโต มุขสทิสสฺส, โน เจ มุขสงฺขาตอมฺโภชสฺส คพฺเภ อุทเร สมฺภเวน ปวตฺติยา อุปฺปตฺติยา วา สุนฺทรี นิทฺโทสา, โสภนา วา ปาณินํ สรณํ อโตเยว อหิตาปนยนหิตาวหตฺเถน สพฺพสตฺตานํ ปฏิสฺสรณภูตา วาณี ยถาวุตฺตคุโณเปตา สรสฺสตีเทวตา, โน เจ สพฺพญฺญุภารตีติ วุตฺตสทฺธมฺมรตนํ มยฺหํ มนํ คนฺถวิรจเน พฺยาวฏสฺส เม จิตฺตํ ปีณยตํ อภิมตตฺถสมฺปาทเนน ปีณยตูติ.
อุภยโลกชานนโต มุนิ จ โส อินฺทภาวปวตฺตนโต อินฺโท เจติ กมฺมธารเยน วา, อคาริยมุนิอนคาริยมุนิเสขมุนิอเสขมุนีนํ จตุนฺนํ ปญฺจโม หุตฺวา อินฺโทติ ฉฏฺฐีตปฺปุริเสน วา มุนินฺโท. เทวตาปกฺเข วทนมิว วทนนฺติ อมฺโภเช, สทฺธมฺมปกฺเข อมฺโภชมิว อมฺโภชนฺติ วทเน จ อุปจาเรน คหิเต กมฺมธารโย. มุนินฺทสฺส วทนมฺโภชมิติ จ, ตสฺส คพฺโภติ จ, ตสฺมึ สมฺภโวติ จ, เตน สุนฺทรีติ จ วากฺยํ. วาณิยา วิเสสนตฺเตปิ เอกนฺตนปุํสกตฺตา สรณสทฺทสฺส น ลิงฺคปริวตฺตนภาโว. ปาณินนฺติ รสฺสตฺตํ, ทีฆสฺส พฺยภิจารตฺตา. มยฺหนฺติ เอกวจเนน อตฺตโน สาธุคุโณทยการณํ นิรติมานตํ ทีเปติ. สนฺเตสุปิ อญฺเญสุ ชินปริยาเยสุ มุนินฺทสทฺโท อิฏฺฐมโนสมฺปีณนอมฺโภชตุลฺยตาสุนฺทริตฺตสรณตฺตสงฺขาตานํ อตฺถนฺตรานํ โอจิตฺยํ โปเสตีติ ปยุตฺโต. ตถา หิ ตาทิสสฺส มุขํ อมฺโภชตุลฺยํ, ตสฺมึ มุโขทเร สมฺภวา สุนฺทรี, ตโตเยว ปาณินํ สรณํ. ตสฺมาเยว มโนสมฺปีณเน ปฏุตฺตํ สุพฺยตฺตมิติ โอจิตฺยํ โหติ. โลเก ปตฺถฏมิทโมจิตฺยมาทรณียํ โหติ. ตสฺมิญฺหิ อุตฺตมกวโยเยว อุปเทสกาติ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘โอจิตฺยํ นาม วิญฺเญยฺยํ, โลเก วิขฺยาตมาทรา;
ตตฺโถปเทสปฺปภวา, สุชนา กวิปุงฺควา’’ติ [สุโพธาลงฺการ ๑๐๔ คาถา].
นิมิตฺตวณฺณนา
๒. รามสมฺมาทฺยลงฺการา, สนฺติ สนฺโต ปุราตนา;
ตถาปิ ตุ วฬญฺเชนฺติ, สุทฺธมาคธิกา น เต.
๒. อเถวมภิคตามิตสิทฺธิสมฺปทาปาทเนกจตุรปรมิฏฺฐเทวตา- ภาวรูปิตสทฺธมฺมรตนสฺโส’ ปทสฺสิตนิปจฺจกาเรน อิฏฺฐเทวตาปูชํ ทสฺเสตฺวา ‘‘นนุ พนฺธลกฺขณมตฺถิเยว ปุพฺพกํ, ตสฺมา กิมเนน ปิฏฺฐปิสเนเน’’ติ ลกฺขณนฺตรารมฺภปฏิกฺเขปกชนปฏิพาหนปุพฺพกมภิเธยฺยปฺปโยชน- สมฺพนฺเธ ทสฺเสตุมาห ‘‘รามสมฺเม’’จฺจาทิ. รามสมฺมาทีนํ รามสมฺมปภุตีนํ ปุพฺพาจริยานํ, รามสมฺมาทโย วา ตํสมฺพนฺธโต. ภวติ หิ ตํสมฺพนฺธโต ตพฺโพหาโร ยถา กิญฺจิปิ เวชฺชสตฺถํ ‘‘พิมฺพิสาโร’’ติ. อลงฺการา ภูสาวิเสสา, พนฺธาลงฺการปฏิปาทกตฺเถน อลงฺการขฺยา คนฺถวิเสสา วา. สนฺโต โสภนา. เทฺวปิ ปุรา ปุพฺพกาเล ภวา ปุราตนา, โปราณิกา. อุโภปิ สนฺติ. ยชฺชปิ สํวิชฺชนฺติ. ตถาปิ ตูติ นิปาตสมุทาโยยํ วิเสสาภิธานารมฺเภ. เอวํ สนฺเตปีติ อตฺโถ. สุทฺธมาคธิกาติ มคเธสุ ภวา, ตตฺถ วิทิตา วา มคธา, สทฺทา. เต เอเตสํ สนฺติ, เตสุ วา นิยุตฺตาติ มาคธิกา. สุทฺธา จ สกฺกฏาทิภาสิตกาลุสิยาภาเวน วิสุทฺธา, อสมฺมิสฺสา วา อปริจิตตฺตา เต มาคธิกา จาติ สุทฺธมาคธิกา, ยติโปตา. เต ยถาวุตฺเต อลงฺกาเร อาภรณวิเสเส น วฬญฺเชนฺติ, ปสาธนวิเสเส นานุภวนฺติ. คนฺถวิเสเส ปน อุคฺคหณธารณาทิวเสน อตฺตโน สุทฺธมาคธิกตฺตา, รามสมฺมาทีนญฺจ สกฺกฏาทิภาวโตติ อยเมตฺถ สทฺทตฺโถ. ภาวตฺถเลโสเปตฺถ ปริปูรติ, ตถาวิธปตีติโยคโต. สุทฺธมาคธิกา อตฺตโน ปริสุทฺธภาเวน ปุพฺเพ โสภนาปิ เต อลงฺการา อิทานิ มลคฺคหิตภาวปฺปตฺตา ‘‘กึ เตหิ มลคฺคหิเตหิ อมฺหาทิสานํ สุทฺธสตฺตาน’’นฺติ น วฬญฺเชนฺตีติ.
‘‘ปตียมานํ ปน กิญฺจิ วตฺถุ,
อตฺเถว วาณีสุ มหากวีนํ;
ยํ ตํ ปสิทฺธาวยวาติริตฺต-
มาภาติ ลาวณฺยมิวงฺคนาสู’’ติ.
หิ วุตฺตํ.
๒. สนฺโต วิญฺญูหิ ปสตฺถตฺตา โสภนา ปุราตนา ปุพฺพกาลสมฺภูตา รามสมฺมาทฺยลงฺการา รามสมฺมาทีหิ อาจริเยหิ วิรจิตตฺตา, เตสํ ตํสมฺพนฺธโต ตพฺโพหารสทิสนามตฺตา วา รามสมฺมาทโย นาม อลงฺการา กิสฺมิญฺจิ เวชฺชสตฺเถ ‘‘พิมฺพิสาโร’’ติ โวหาโร วิย. อลงฺการา ภูสาวิเสสา, อลงฺการตฺตปฏิปาทนโต อลงฺการนามิกา คนฺถวิเสสา วา สนฺติ กิญฺจาปิ วิชฺชนฺติ, ตถาปิ ตุ เอวํ สนฺเตปิ สุทฺธมาคธิกา สกฺกฏปากตาทีสุ อญฺญภาสาสุ ปริจยาภาวโต เกวลมาคธิกา เต รามสมฺมาทิเก อลงฺกาเร น วฬญฺเชนฺติ ปสาธนวเสน, อุคฺคหณธารณาทิวเสน น เสวนฺติ. มคเธสุ ภวา, เตสุ วา วิทิตา มคธา, สทฺทา. เต เอเตสํ อตฺถิ, เตสุ นิยุตฺตาติ วา มาคธิกา. สุทฺธสทฺโท มคธวิเสสโน, มาคธิกวิเสสโน วา โหติ. สทฺทานํ ตาทิสปตีติวิเสสโยคโต ภาวตฺถเลโสปิ อิธ ทิปฺปติ. ตถา หิ สุทฺธมาคธิกา อตฺตโน สุทฺธตฺตา เตสํ วินฺยาเสน โสภนตฺเต สติปิ ภาสาย ปุราตนตฺตา อปริสุทฺโธติ อวมญฺญมานา น วฬญฺเชนฺตีติ. วตฺติจฺฉิตสฺสตฺถสฺส อุปตฺถมฺภกภูโต ภาวตฺถเลโสปิ มหากวีนํ วจเนสุเยว ลพฺภตีติ ทฏฺฐพฺโพ. วุตฺตํ หิ–
‘‘ปตียมานํ ปน กิญฺจิ วตฺถุ,
อตฺเถว วาณีสุ มหากวีนํ;
ยํ ตํ ปสิทฺธาวยวาติริตฺต-
มาภาติ ลาวณฺยมิวงฺคนาสู’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – มหากวีนํ ปูชิตกวีนํ วาณีสุ วจนวิเสเสสุ ปตียมานํ คมฺมมานํ ยํ กิญฺจิ วตฺถุ โย โกจิ อตฺถเลโส อตฺเถว อตฺถิ เอว, ตํ วตฺถุ องฺคนาสุ วนิตาสุ ปสิทฺธาวยวาติริตฺตํ หตฺถปาทาทิปากฏสรีราวยวโต อธิกํ ลาวณฺยมิว มโนโคจรีภูตสุนฺทรตฺตํ วิย ปสิทฺธาวยวาติริตฺตํ ปกาสสทฺทาวยวโต อธิกํ หุตฺวา อาภาติ ทิปฺปตีติ.
อภิธานาทิวณฺณนา
๓. เตนาปิ นาม โตเสยฺย-เมเต’ลงฺการวชฺชิเต;
อนุรูเปนา’ลงฺกาเร-เน’สเมโส ปริสฺสโม.
๓. เตเนจฺจาทิ. เยน เต อลงฺกาเร น วฬญฺเชนฺติ, เตน การเณน อลงฺการวชฺชิเต อาภรเณหิ, คนฺถวิเสเสหิ วา รหิเต, อลงฺการา วา ยถาวุตฺตวชฺชิตา เยหิ เต, เอเต ยติโปเต เอสํ ยติโปตานํ อนุรูเปน อิทานิ วิรจิยมานตฺตาภินวภาวโต, ทสพลวทนกมลมชฺฌวาสิตภาสิตวิรจิตภาวโต จ อนุจฺฉวิเกน อลงฺกาเรน อาภรเณน, อลงฺการสตฺเถน วา โตเสยฺยํ อปินาม ยถิจฺฉิตปสาธนวเสน, สวนธารณาทิวเสน วา วฬญฺชเนน สนฺตุฏฺเฐ กเรยฺยํ อปฺเปว นาม ยนฺนูนาติ เอโส ปริสฺสโม อยํ อมฺหากํ ตาทิสสนฺตุฏฺฐิชนกาลงฺการปกรณปฺปโยโค.
อลงฺกโรนฺติ อตฺตภาวมเนนาติ อลงฺกาโร, อาภรณํ หารเกยูราทิ. อลงฺกโรนฺติ พนฺธสรีรมเนนาติ อลงฺกาโรติมินา ปน อลงฺการสทฺเทน ปสาทาทโย สทฺทาลงฺการา, สภาววุตฺยาทโย จ อตฺถาลงฺการา นานปฺปการา สงฺคหิตา, เยหิ สทฺทตฺถสงฺขาตํ พนฺธสรีรํ โสภเต, ยถา หิ ปุริสสรีเร หารเกยูราทฺยลงฺกาโร นฺยสฺยเต, เยน โสภเต, ตถา พนฺธสรีเรปิ สทฺทาลงฺการา, อตฺถาลงฺการา จ นิกฺขิปียนฺติ, ยโต โสภเต. เตเนว วกฺขติ ‘‘ตํ ตุ ปาเปนฺตุลงฺการา, วินฺทนียตรตฺตน’’นฺติ [สุโพธาลงฺการ ๙ คาถา] จ, ‘‘อตฺถาลงฺการสหิเต’’จฺจาทิกญฺจ [สุโพธาลงฺการ ๑๖๔ คาถา].
อลงฺการวิธานภาเวน ตุ พนฺธสรีรมฺปิ ตทตฺถิยา อลงฺกาโร, ตถา ตปฺปฏิปาทกํ สุโพธาลงฺการนามเธยฺยสตฺถํ อลงฺกตปฏิปาทกตฺเตน มงฺคลสุตฺตนฺติ วิย. วกฺขติ หิ ‘‘คนฺโถปิ กวิวาจาน-มลงฺการปฺปกาสโก’’ [สุโพธาลงฺการ ๑๒ คาถา] จฺจาทิ. อตฺร อุจฺจเต –
‘‘มุโขฺยลงฺการสทฺโทยํ, สทฺทตฺถาลงฺกติสฺสิโต;
สามตฺถิยา ตฺวธิฏฺฐาเน, ตถา สตฺเถปิ ตพฺพตี’’ติ.
อเนนสฺสาภิเธยฺยาทีนิ วุจฺจนฺติ. อภิธียเต อิติ อภิเธยฺยํ, สมุทิเตน สตฺเถน วจนียตฺโถ. โส จ สรีราลงฺการวิภาคกปฺปนาย เตสํ ปฏิปาทนํ. สุโพธาลงฺกาเรน หิ เต ปฏิปาทียนฺติ. เยน จ โย ปฏิปาทียติ, ตสฺสายมตฺโถ ภวตีติ อภิเธยฺยสตฺโถปิ. ทสฺสิตเมว ตุ สรีราลงฺการสงฺขรณํ ปโยชนํ, ตํ นิสฺสาย สุโพธาลงฺการปฺปวตฺติโต. ยสฺส หิ ยมุทฺทิสฺส ปวตฺติ โหติ, ตํ ตสฺส ปโยชนํ, ตํ ปน กวิตฺตกิตฺติปสิทฺธาทิลกฺขณํ, ปรมฺปราย ตทตฺถตาย สุโพธาลงฺการสงฺขรณสฺส. สตฺถปโยชนานํ, สาธิยสาธนลกฺขโณ สมฺพนฺโธ ตุ นิสฺสยปทสฺสินา ทสฺสิโตเยว. ยถาห –
‘‘สตฺถํ ปโยชนญฺเจว, อุโภ สมฺพนฺธนิสฺสยา;
วุตฺตาตํวุตฺติยาเยว, วุตฺโต ตนฺนิสฺสิโตปิ โส’’ติ.
อภิเธยฺยาทิกถนญฺจ ตํสมงฺคิสฺเสว จ วีมํสาวิเสสสมงฺคีนมุปาทียมานตฺตา, อญฺญาทิสสฺส ปน อุมฺมตฺตกวจนาทิโน วิย เหยฺยตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สมฺพนฺธานุคุโณปายํ, ปุริสตฺถาภิธายกํ;
วีมํสาธิคตํ วากฺย-มโตนธิคตํ ปร’’นฺติ.
วากฺยนฺติ เจตฺถ วากฺยลกฺขโณเปตมนฺตรวากฺยสนฺนิจยํ มหาวากฺยสรูปํ สตฺถเมวาธิปฺเปตํ.
๓. เยน เต เต อลงฺกาเรน วฬญฺเชนฺติ, เตน การเณน อลงฺการวชฺชิเต อาภรณวิเสเสหิ, คนฺถวิเสเสหิ วา วชฺชิเต, เต วิรหิเต เยหิ เอเต สุทฺธมาคธิเก เอสํ สุทฺธมาคธิกานํ อนุรูเปน อภินวภาวโต มาคธิกสรูปํ อนุคตรูเปน, ทสพลภาสิตวิรจิตตฺตา วา อนุกูเลน อลงฺกาเรน อาภรณวิเสเสน, คนฺถวิเสเสน วา โตเสยฺยํ อลงฺการวฬญฺชาปเนน, คนฺถวิเสเส [คนฺถวิสเย (ก.)] อุคฺคหณธารณาทิการาปเนน วา สนฺตุฏฺเฐ กเรยฺยํ อปินาม ยํนูน สุนฺทรมิติ, เอโส ปริสฺสโม อยํ มม อลงฺการปกรณปฺปโยโค. อปินามาติ เอตฺถ อิติสทฺโท คมฺยมาโน.
อลงฺกาเรหิ วชฺชิตา, อลงฺการา วชฺชิตา เยหิ วาติ จ. รูปสฺส อนุ อนุรูปํ, รูปํ อนุคตํ อนุรูปํ วา, เตน อนุรูเปน. อลงฺกโรนฺติ อตฺตภาวมเนเนติ อลงฺกาโร, หารเกยูราทิ อาภรณปกฺเข, คนฺถปกฺเข ตุ อลงฺกโรนฺติ พนฺธสรีรมเนเนติ อลงฺกาโร. อิมินา มุขฺยภาเวน ปสาทาทิสทฺทาลงฺการา จ สภาววุตฺยาทิอตฺถาลงฺการา จ ปวุจฺจนฺติ. อมุขฺยโต ปน อิเมสํ ทฺวินฺนํ อลงฺการานมธิฏฺฐานภูตพนฺธสรีรมฺปิ, ตถา มงฺคลสุตฺตรตนสุตฺตาทิโวหาโร วิย อลงฺการปกาสกํ ‘‘สมฺมา พุชฺฌนฺติ ทฺวิปฺปการา อลงฺการา อเนเน’’ติ อิมินา อตฺเถน ลทฺธสุโพธาลงฺการวรนามเธยฺยสตฺถมฺปิ วุจฺจติ. วุตฺตมิทเมว –
‘‘มุโขฺยลงฺการสทฺโทยํ, สทฺทตฺถาลงฺกติสฺสิโต;
สามตฺถิยา ตฺวธิฏฺฐาเน, ตถา สตฺเถปิ ตพฺพตี’’ติ.
เอตฺถ สามตฺถิยํ นาม ตทาธารตปฺปฏิปาทกตฺตโวหารโต ตทาเธยฺยตปฺปฏิปาทนียํ น ภวติ เจ, อญฺญํ กึ ภวตีติ อญฺญถานุปปตฺติลกฺขณเมวาติ.
๔. เยสํ น สญฺจิตา ปญฺญา-เนกสตฺถนฺตโรจิตา;
สมฺโมหพฺภาหตาเว’เต, นาวพุชฺฌนฺติ กิญฺจิปิ.
๕. กึ เตหิ ปาทสุสฺสูสา, เยสํ นตฺถิ คุรูนี’ห [ครูนิห (ก.)];
เย ตปฺปาทรโชกิณฺณา, เต’ว สาธูวิเวกิโน.
๔-๕. เอวํ ลกฺขณารมฺภปฏิกฺเขปกชนปฏิพาหนปุพฺพกมภิเธยฺยาทิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สตฺถโตว สพฺพตฺถ คุณโทสวิเวจนํ. อโตเยว วุจฺจติ –
‘‘สพฺพตฺถ สตฺถโตเยว, คุณโทสวิเวจนํ;
ยํ กโรติ วินา สตฺถํ, สาหสํ กิมโตธิก’’นฺติ.
ตสฺมา คุณโทสวิภาควิจารณํ นาม ตพฺพิทูนํเยว, นาสตฺถญฺญูนํ ปุริสปสูนํ. ตถา จาห –
‘‘คุณโทสมสตฺถญฺญู, ชโน วิภชเต กถํ;
อธิกาโร กิมนฺธสฺส, รูปเภโทปลทฺธิย’’นฺติ [กาพฺยาทาส ๑.๘].
เยเนวํ, เตเนตฺถ คุณโทสทสฺสเน ปสนฺนาเนกสตฺถจกฺขุเยวาธิคโต, นญฺโญ ตพฺพิปรีโตตฺยนฺวยพฺยติเรกวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เยส’’นฺติอาทิคาถาทฺวยมาห. ตตฺถ เยสนฺติ อนิยมุทฺเทโส, เยหีติ อตฺโถ. เยหิ น สญฺจิตา น ราสิกตา, นานาสนฺตานวุตฺตินีปิ เอกตฺตนเยน เอกสฺมึ สนฺตาเน น วาสิตา นปริภาวิตาติ วุตฺตํ โหติ. กา สา? ปญฺญา เหยฺโยปาเทยฺยวิเวกรูปา. กีทิสีติ อาห ‘‘อเนกสตฺถนฺตโรจิตา’’ติ. อเนกสฺมึ ติปิฏกตกฺกพฺยากรณาลงฺการสตฺถาทิเก สตฺถนฺตเร อุจิตา สวนธารณาทิวเสน ปริจิตา สายํ ปญฺญา เยสํ น สญฺจิตาติ ปกตํ. เอเตติ ยถาอุทฺทิฏฺฐานํ นิยมวจนํ. สมฺโมหพฺภาหตาติ ยถาวุตฺตายาติสยวติยา ปญฺญายาภาวโต พลปฺปตฺเตน โมเหน อพฺภาหตา วิเสเสน ปหตา, เอวสทฺทิตา โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. ยโต เอวํ, ตสฺมาปิ กิญฺจิปิ เหยฺโยปาเทยฺยรูปํ ยํ กิญฺจิเทว อฏฺฐานานิโยชกตาทิสคุรุปาทสุสฺสูสานิสฺสยปฏิลทฺธวิเวกปญฺญาติ- สยาลาเภน นาวพุชฺฌนฺติ, น ชานนฺตีตฺยตฺโถ. ยโต อาลสิยาทิโทสเลสปริคฺคโหปิ สตตาจริยเสวนวเสน สิโรวิกิณฺณตาทิสคุรุปาทปงฺกชมฺพุชปรายโน จิเรนปิ กาเลน นานาวิธสตฺถนฺตรกตปริจยพเลน ปปฺโปติ ตาทิสํ ปญฺญาเวยตฺติยํ. เตเนวาห ภควา –
‘‘นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี,
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี;
เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ,
ตสฺมา’ตฺตโน อุตฺตริตรํ ภเชถา’’ติ [อ. นิ. ๓.๒๖].
ตโต เอตาทิโส ปญฺญวาเยเวตฺถ คุณโทสวิภาควิเวจเน อธิการี, นญฺโญ ตพฺพิปรีโต ปุริสปสูติ อยเมตฺถาธิปฺปาโย. รุโฬฺห อตฺถวิเสโส. เตนาห ‘‘กึ เตหิ ปาทสุสฺสูสา, เยสํ นตฺถิ คุรูนิหา’’ติ. อิหาติ อิมสฺมึ โลเก เยสํ ชนานํ คุรูนํ กาตพฺพา ปาทสุสฺสูสา ปาทปริจริยา นตฺถิ, เตหิ ชเนหิ ยถาวุตฺตนเยน ปญฺญาเวยตฺติยรสานภิญฺเญหิ กึ ปโยชนํ, เลสมตฺตมฺปิ นตฺถิ, อนธิคตาเยเวตฺถ เอเตติ อธิปฺปาโย. อิทานิ พฺยติเรกมุเขน อาห ‘‘เย’’ติอาทิ. เย ปุพฺเพ กตปุญฺญตาทิสมฺปตฺติสมฺปนฺนา ตปฺปาทรเชหิ เตสํ คุรูนํ ปาทธูลีหิ โอกิณฺณา โอนทฺธา ควจฺฉิตา, เตว สาธู ยถาวุตฺตนเยน ปญฺญาเวยตฺติเยน อภิญฺญาตา สชฺชนา เอว วิเวกิโน เหยฺโยปาเทยฺยคุณโทสวิภาคนิยมนปญฺญาสมฺปตฺติสมงฺคิโน โหนฺติ, เตเยเวตฺถ คุณโทสวิเวจเน อธิคตาติ อธิปฺปาโย. สา จายํ คุรุปาทสุสฺสูสา วิสิฏฺฐาทเรน กรณียาติ วงฺกวุตฺติยา ตทภฺยาเส สาธุชเน นิโยเชติ.
๔-๕. เย สกลสตฺถปริจิตญฺญาณปาฏวา ยทิ โทสมาโรปยนฺติ, เตสํ ตทฺโทสนิรากรณํ วินา ปเทสาวโพธนมตฺเตน ปณฺฑิตมานีนํ วจนสฺสาคุรุกรณํ วงฺกวุตฺติยา ทสฺเสนฺโต จ ตํทฺวาเรเนว อตฺตโน อนญฺญสาธารณคุรุคารวตํ สาธุชเนหิ ปรมาทเรน สมฺปาเทตพฺพมิติ ทสฺเสตุํ ‘‘เยสํ…เป… กิโน’’ติ คาถาทฺวยมาห. อเนกสตฺถานํ ติปิฏกตกฺกพฺยากรณาทีนํ อเนเกสํ คนฺถานํ อนฺตเร ตตฺวตฺถสงฺขาตอพฺภนฺตเร อุจิตา สวนอุคฺคหณธารณาทิวเสน ปริจิตา ปญฺญา สุตมยา ปญฺญา เยสํ เยหิ น สญฺจิตา, ทฺวินฺนเมกกฺขเณ ปวตฺติยาภาเวปิ อุปจิตสมูหภาวโต, ปุพฺพกาลิกปญฺญาย อปรกาลิกปญฺญาย อนนฺตรอาเสวนาทิปจฺจยลาภโต อวตฺถพาหุลฺลปวตฺติโต วา สญฺจิตพฺพาปิ น ราสิกตา. เอเต อีทิสปญฺญาปาฏวรหิตา อิเม สมฺโมหพฺภาหตา ปญฺญาปาฏวาภาวโต พลปฺปตฺเตน โมเหน วิเสเสน ปหตา เอว กิญฺจิปิ เหยฺโยปาเทยฺยํ นาวพุชฺฌนฺติ. น เอเก อเนเกติ จ, เต จ เต สตฺถา เจติ จ, เตสมนฺตรมิติ จ, ตสฺมึ อุจิตาติ จ สมฺโมเหน อพฺภาหตาติ จ วิคฺคโห. เตน วุตฺตํ–
‘‘คุณโทสมสตฺถญฺญู, ชโน วิภชเต กถํ;
อธิกาโร กิมนฺธสฺส, รูปเภโทปลทฺธิย’’นฺติ [กาพฺยาทาส ๑.๘].
ตสฺสตฺโถ – อสตฺถญฺญู ชโน คุณโทสํ กถํ วิภชเต. ตถา หิ รูปเภโทปลทฺธิยํ นีลปีตาทิรูปวิเสสาวโพธเน อนฺธสฺส อธิกาโร อภิมุขกรณํ กึ โหติ, น ภวเตฺยว, ตสฺมา อเนกสตฺถนฺตรคตสุปฺปสนฺนปญฺญาจกฺขุนา เอว คุณโทสวิเวจนํ ภวติ, ตทภาเว น ภวเตฺยว. อิทเมว วุจฺจเต–
‘‘สพฺพตฺถ สตฺถโตเยว, คุณโทสวิเวจนํ;
ยํ กโรติ วินา สตฺถํ, สาหสํ กิมโตธิก’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – สพฺพตฺถ คุณโทสวิเวจนํ สตฺถโตเยว โหติ, สตฺถํ วินา สตฺโถจิตตาทิสปญฺญํ วินา ยํ กโรติ คุณาคุณวิภาคํ กโรติ, ยํ กรณํ อตฺถิ, อโตธิกํ สาหสํ กึ อาสุํ กิริยา อนุปปริกฺขนกิริยา นตฺเถว.
อิห อิมสฺมึ โลเก เยสํ อกตปุญฺญานํ ชนานํ คุรูนํ
‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย,
วตฺตา จ วจนกฺขโม;
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา,
โน จา’ฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ [อ. นิ. ๗.๓๗].
นิทฺทิฏฺฐคุโณเปตานํ อาจริยานํ กาตพฺพา ปาทสุสฺสูสา ปาทปริจริยา นตฺถิ, เตหิ กึ ปโยชนํ. เย กตปุญฺญา ชนา ตปฺปาทรโชกิณฺณา เตสํ คุรูนํ ปาทรเชหิ ควจฺฉิตา, เตว สาธู ชนา เอว วิเวกิโน กลฺยาณมิตฺตคุรุปาสนาหิ อธิคตวิสิฏฺฐวิเวกพุทฺธิโน ภวนฺติ, เต เอว วิเวกํ ชานนฺตีติ ภาโว. โสตุมิจฺฉา สุสฺสูสา, ตํ นิสฺสาย กตฺตพฺพปาทปริจริยาปิ ตทตฺถิยา สุสฺสูสา นาม โหติ. ปาเทสุ สุสฺสูสาติ จ, เตสํ ปาทาติ จ, เตสุ รชานีติ จ, เตหิ โอกิณฺณาติ จ วิคฺคโห. สิสฺสานํ สกลาภิพุทฺธิยา คุรุปฏิพทฺธตฺตา อตฺตโน คุณโต อธิกตราเยว เสวิตพฺพา. วุตฺตญฺหิ ภควตา –
‘‘นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี,
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี;
เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ,
ตสฺมา’ตฺตโน อุตฺตริตรํ ภเชถา’’ติ [อ. นิ. ๓.๒๖].
๖. กพฺพนาฏกนิกฺขิตฺต-เนตฺตจิตฺตา กวิชฺชนา;
ยํกิญฺจิ รจยนฺเต’ตํ, น วิมฺหยกรํ ปรํ.
๗. เตเย’ว ปฏิภาวนฺโต, โส’ว พนฺโธ สวิมฺหโย;
เยน โตเสนฺติ วิญฺญูเย, ตตฺถาปฺย’วิหิตาทรา.
๖-๗. เอวเมตฺถานฺวยพฺยติเรกวเสนาธิคเต ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘กึ อมฺหากํ กพฺพนาฏกปริจยาภาเวรจนาวิเสสาภิโยโคปชนิตปริสฺสเมนา’’ติ โอลีนวุตฺติโน โสตุชเน สมุสฺสาเหติ ‘‘กพฺพนาฏกา’’ติอาทินา. กวิปฺปโยคสงฺขาโต พนฺโธว กวิโน อิทนฺติ กพฺพํ. มุตฺตกาทิวากฺยสฺวมุตฺติกาทฺยวยวสภาวา อนฺตรวากฺยสมุทายสมฺปนฺนํ วุตฺตชาติเภทภินฺนํ ปชฺชมยํ คชฺชมยํ ปชฺชคชฺชมยํ จมฺปูนามกญฺจ, มหาวากฺยรูปํ มหากพฺพญฺจ, ตํ ปน มหากพฺพํ สคฺเคหิ สคฺคนามเกหิ ปริจฺเฉทวิเสเสหิ พนฺธฺยเต กรียตีติ สคฺคพนฺโธติ ปวุจฺจติ. ตสฺส ตุ ลกฺขณํ ‘‘สคฺคพนฺธสฺส มุขํ อิฏฺฐาสีสนํ สิยา ปณาโม วา พนฺธสมฺพนฺธิโน กสฺสจิ อตฺถสฺส นิทฺเทโส วา’’ติอาทินา อเนกธา วณฺเณนฺติ. ตํ ยถา?
‘‘สคฺคพนฺโธ มหากพฺพ-มุจฺจเต ตฺวสฺส ลกฺขณํ;
ปณาโม วตฺถุนิทฺเทโส, อาสีสาปิ จ ตมฺมุขํ.
อิติหาสกถุพฺภูตํ, สนฺตสนฺนิสฺสยมฺปิ วา;
จตุวคฺคผลายตฺตํ, จตุโรทาตฺตนายกํ.
ปุรณฺณวุตุเสลินฺทุ-สวิตูทยวณฺณนํ;
อุยฺยานสลิลกฺกีฬา, มธุปานรตุสฺสวํ.
วิปฺปลมฺภวิวาเหหิ, กุมาโรทยวฑฺฒิหิ;
มนฺตทูตปฺปยานาชิ-นายกาภฺยูทเยหิปิ.
อลงฺกตมสํขิตฺต-รสภาวนิรนฺตรํ;
นาติวิตฺถิณฺณสคฺเคหิ, ปิยวุตฺตสุสนฺธิภิ.
สพฺพตฺถ ภินฺนสคฺคนฺเต-หุเปตํ โลกรญฺชกํ;
กพฺพํ กปฺปนฺตรฏฺฐายิ, ชายเต สาธฺวลงฺกตี’’ติ [กาพฺยาทาส ๑.๑๔ – ๑๙ คาถา].
ตตฺถ อิติหาสกถุพฺภูตนฺติ ปุราวุตฺตกถาสนฺนิสฺสยํ. สนฺตสนฺนิสฺสยนฺติ อิตรโสภนาธิกรณคุณราชจริตาทินิสฺสยํ วา. จตุวคฺคผลายตฺตนฺติ ธมฺมาทิจตุวคฺคผลายตฺตํ. ธมฺโม นาม อพฺภูทยนิพฺพานเหตุโก. อตฺโถ นาม วิชฺชาภุมฺยาทีนํ ยถาญฺญายมชฺชนํ, อชฺชิตานญฺจ รกฺขณํ. กาโม นาม นิรโย วิสโย ปโยโค. โมกฺโข นาม สพฺพสํสารทุกฺขนิวตฺติ. จตุโรทาตฺตนายกนฺติ อุสฺสาหสตฺติมนฺตสตฺติปภูสตฺติโยเคน จตุโร กุสโล จาคาติสยาทิโยเคน อุทาตฺโต อุทาโร นายโก วิปกฺโข, ปฏิปกฺโข จ ยตฺถ, ตํ. มธุ นาม สุรา. วิปฺปลมฺโภ วิรโห. มนฺโต นีติเวทีหิ สห การียนิจฺฉโย. ทูโต สนฺธานปฺปวตฺโต ปุริโส. ปยานํ สงฺคามาทินิมิตฺตคมนํ. อาชิ สนฺธฺยาภาเว วิคฺคโห. อสงฺขตฺตรสภาวนิรนฺตรนฺติ อสํขิตฺตา พหุตฺตา รสา สิงฺคารวีราทโย, ภาวา รติอุสฺสาหาทโย, เตหิ นิรนฺตรํ ปตฺถฏํ. ปิยวุตฺตสุสนฺธิภีติ ปิยานิ สุติสุภคานิ วุตฺตานิ อินฺทวชิราทีนิ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธสํสคฺคตาย โสภโน สนฺธิ อญฺญมญฺญสงฺคหา เยสํ สคฺคานํ, เตหีติ.
ปุนปิ ยถาวุตฺเตสุ องฺเคสุ นครวณฺณนาทีสุ กิญฺจ ยถาสมฺภวํ มธุปานาทิรหิตมฺปิ ตญฺญูนํ มโน รญฺเชติ อุปาทิยเตว สพฺภีติ ทสฺเสตุมาห–
‘‘กพฺพํ น ทุสฺสตงฺเคหิ, นฺยูนมปฺยตฺร เกหิจิ;
พนฺธงฺคสมฺปทา ตญฺญู, กามมาราธยนฺติ เจ’’ติ [กาพฺยาทาส ๑.๒๐].
ปุนปิ –
‘‘คุณโต ปฐมํ วตฺวา, นายกํ เตน สตฺตุโน;
นิรากรณมิจฺเจส, มคฺโค ปกติสุนฺทโร.
วํสวีรสุตาทีนิ, วณฺณยิตฺวา ริปุสฺสปิ;
ตชฺชยา นายกุกฺกํส-กถนญฺจ สุเขติ โน’’ติ [กาพฺยาทาส ๑.๒๑ ๒๒ คาถา] อาหุ.
สพฺพมฺเปตํ สทฺธมฺมามตรสปานสรสหทยานํ สมฺผปฺปลาปวิปุลวิสปฺปเวโสปทฺทุตกพฺพนาฏกปรมฺมุขานํ สตตจริตสญฺจริตรตนภาชนานํ สปฺปุริสานํ กึ หทยเขโทปชนิตปริสฺสเมเนติ ตทนุรูปเมโวปทสฺสิตนฺติ.
นาฏกํ นาม ภรตาทินาฏฺยสตฺเถ นานปฺปการนิรูปิตรูปํ กปฺปํ, ตํลกฺขเณกเทสภูตลกฺขณานิ ปกรณาทีนิ นว รูปกานิ. นาฏิกา จ เอตฺเถวาวรุมฺภนฺติ. กพฺพญฺจ นาฏกญฺจ, เตสุ นิกฺขิตฺตํ ฐปิตํ เนตฺตญฺจ จิตฺตญฺจ เยหีติ วิคฺคโห. เก เต? กวิโน. ตตฺถ นิกฺขิตฺตเนตฺตจิตฺตวจเนน สุตสฺส จินฺตนญฺจ อูหาโปหมุเขน ยถุคฺคหิตนิยามํ, อวิปรีตตฺถนิจฺฉยนํ, นิจฺฉิตสฺส ภาวนา, นิรนฺตราภิโยโค จ ทสฺสิโต. กพฺพนาฏกวจเนน สุตํ, จินฺติตํ, ภาวิตญฺจ ทสฺสิตํ. สุเต ทสฺสิเต ตนฺนิสฺสยํ สุตมยญาณมฺปิ ทสฺสิตเมว สิยาติ. ‘‘กพฺพนาฏกนิกฺขิตฺตเนตฺตจิตฺตา’’ติ อิมินา สุตจินฺตาภาวนานุกฺกเมน สมฺปาทิตปญฺญาปาฏวานํ กพฺพรจนาย สามตฺถิยํ ทสฺเสติ. โหติ หิ ตาทิสานํ ตํสุตาทิ พนฺธนการณํ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘สาภาวิกี จ ปฏิภา,
สุตญฺจ พหุ นิมฺมลํ;
อมนฺโท จาภิโยโคยํ,
เหตุ โหติห พนฺธเน’’ติ [กาพฺยาทาส ๑.๑๐๓ คาถา].
ยํกิญฺจีติ อตฺตโน จิตฺตารุฬฺหํ ยํกิญฺจิ พนฺธชาตํ. อิมินา ปน อนิยมวจเนน อตฺตโน ตตฺถ อาทราภาวํ ทีเปติ. รจยนฺติ กโรนฺติ. เอตํ เตหิ รจิตํ พนฺธชาตํ ปรํ อจฺจนฺตเมว วิมฺหยกรํ น โหติ, ตาทิโสปายสมฺปตฺติสมฺปนฺนสฺส อุเปยฺยสมฺปตฺติสพฺภาวโต อนจฺฉริยเมวาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ เตสุ กพฺพนาฏเกสุ รจนาวิเสสเอกนฺโตปายภูเตสุ อวิหิตาทราอปิ สุตาทิวเสน อกตาทราปิ เย สปฺปุริสา ปญฺญวนฺโต เยน พนฺธวิเสเสน วิญฺญู คุณโทสวิทุโน สตฺถญฺญุโน ปณฺฑิตชเน โตเสนฺติ ปีเณนฺติ. โตเสนฺติเยว หิ เต ตาทิเส สาภาวิกิปฏิภาวิรเหปิ เอตาทิเสสุ อตฺเถสุ สุตจินฺตาภาวนาวเสน วายมนฺตา. วุตฺตญฺหิ –
‘‘น วิชฺชตี ยชฺชปิ ปุพฺพวาสนา-
คุณานุพนฺธิ ปฏิภานมพฺภุตํ;
สุเตน วาจุ’สฺสหเนนุปาสิตา,
ธุวํ กโรเตฺยว กมปฺยนุคฺคห’’นฺติ [กาพฺยาทาส ๑.๑๐๔ คาถา].
ปฏิภาวนฺโต เหยฺโยปาเทยฺยปริจฺเฉทลกฺขณปญฺญาย ปญฺญวนฺโต นาม, เตเยว สปฺปุริสา. สวิมฺหโย ‘‘กีทิสายํ, ตาทิโสปายนฺตรรหิตานมฺปิ เอตาทิโส พนฺโธ สิยา’’ติ วิมฺหเยน สห วตฺตมาโนปิ. โสว พนฺโธ ตเมว พนฺธนํ ตาทิโสปายสมฺปตฺติวิรเหโนเปยฺยสมฺปตฺติยา สพฺภาวโต, นาญฺโญติ.
๖-๗. อิทานิ กพฺพนาฏเกสุ อปริจิตานมมฺหากํ คนฺถรจนาสภาวาวโพโธว กุโตติ โอสกฺกนฺเต ‘‘กพฺพนาฏกา’’ทิคาถาทฺวเยน สมุสฺสาเหติ. กพฺพนาฏกนิกฺขิตฺตเนตฺตจิตฺตา กพฺพนาฏเกสุ สุตานุโลกนจินฺตาภาวนาวเสน ฐปิตเนตฺตจิตฺตา กวิชฺชนา กพฺพการกา ยํ กิญฺจิ อตฺตโน อภิมตํ รจยนฺติ กโรนฺติ, เอตํ พนฺธนํ ปรํ อติสเยน น วิมฺหยกรํ อจฺฉริยกรํ น โหติ, นิรนฺตราภิโยคโต สิทฺโธปายมูลปญฺญาสมฺปทาย อุเปยฺยภูตคนฺถสงฺขรณํ ภวเตฺยวาติ อธิปฺปาโย. กวิโน อิทํ กพฺพนฺติ จ, นฏกสฺส อิทํ นาฏกํ, นจฺจคีตาทิ. อิธ ปน ตปฺปฏิปาทกกถาปกาสกคนฺโถ นาฏกํ นาม. กพฺพญฺจ นาฏกญฺจาติ จ, กพฺพนาฏเกสุ นิกฺขิตฺตํ เนตฺตจิตฺตํ เยหีติ จ วิคฺคโห. เย ชนา ตตฺถ เตสุ กพฺพนาฏเกสุ อวิหิตาทราปิ สวนธารณาทิวเสน อกตสมฺภมา เอว วิญฺญู เยน คนฺถรจนาวิเสเสน โตเสนฺติ ปีเณนฺติ, เตเยว ปฏิภาวนฺโต ปฏิภานสงฺขาตปญฺญวนฺโต ภวนฺติ. โสว พนฺโธ สวิมฺหโย อญฺเญสํ อุปฺปชฺชมานวิมฺหเยน สหิโต. ปฏิภา เอเตสํ อตฺถีติ จ, สห วิมฺหเยน วตฺตตีติ จ, อวิหิโต อาทโร เยหีติ จ วิคฺคโห. พาหิรสตฺถาภิโยคาภาเวปิ ปุพฺพวาสนาภาเวปิ อิห นิรนฺตราภิโยคํ กโรนฺโต ตาทิสสามตฺถิยํ สาเธตีติ วุตฺตํ โหติ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘น วิชฺชตี ยชฺชปิ ปุพฺพวาสนา-
คุณานุพนฺธิ ปฏิภานมพฺภุตํ;
สุเตน วาจุ’สฺสหเนนุปาสิตา,
ธุวํ กโรเตฺยว กมปฺยนุคฺคห’’นฺติ [กาพฺยาทาส ๑.๑๐๔ คาถา].
ตสฺสตฺโถ – ยทิ ปุพฺพวาสนาคุณานุพนฺธี อตีตชาติยา ปริจยวาสนาคุณสฺส อนุพลปฺปทานวเสน อนุพนฺโธ ยสฺสตฺถิ, ตาทิสํ อพฺภุตํ ปฏิภานํ น วิชฺชติปิ, ตถาปิ สุเตน สวเนน อุสฺสหเนน ปคุณกรณาทิวาจุสฺสหเนน วา อุปาสิตา กตคุรุปาสนา วาจา กมปิ อนุคฺคหํ กิญฺจิปิ ปญฺญาปาฏวํ ธุวํ เอกนฺเตน กโรติ เอวาติ.
เอตฺถ กพฺพํ นาม มุตฺตกกุลกาทิวากฺยวเสน จ อวยวสภาเวหิ เตสํเยว อนฺตรวากฺยาวยวสมูเหหิ ปริปุณฺณํ วุตฺตวิเสเสหิ ปเภทคตํ เกวลํ ปชฺชมยํ วา คชฺชมยํ วา จมฺปูติขฺยาตปชฺชคชฺชมยํ วาติ มหาวากฺยสภาเวน จ ติฏฺฐติ. นาฏกํ นาม ภรตาทินฏสตฺถคตนานปฺปการทสฺสิตสภาวํ. กพฺพญฺจ อิเธว ทสฺสิตลกฺขณโต เอกเทสยุตฺตปฺปกรณาทินวรูปกานิ จ นาฏิกา จ ภวนฺติ. กพฺพลกฺขณํ ปน เอวํ ทฏฺฐพฺพํ–
‘‘สคฺคพนฺโธ มหากพฺพ-มุจฺจเต ตฺวสฺส ลกฺขณํ;
ปณาโม วตฺถุนิทฺเทโส, อาสีสาปิ จ ตมฺมุขํ.
อิติหาสกถุพฺภูตํ, สนฺตสนฺนิสฺสยมฺปิ วา;
จตุวคฺคผลายตฺตํ, จตุโรทาตฺตนายกํ.
ปุรณฺณวุตุเสลินฺทุ-สวิตูทยวณฺณนํ;
อุยฺยานสลิลกฺกีฬา, มธุปานรตุสฺสวํ.
วิปฺปลมฺภวิวาเหหิ, กุมาโรทยวฑฺฒิหิ;
มนฺตทูตปฺปยานาชิ-นายกาภฺยูทเยหิปิ.
อลงฺกตมสํขิตฺต-รสภาวนิรนฺตรํ;
นาติวิตฺถิณฺณสคฺเคหิ, ปิยวุตฺตสุสนฺธิภิ.
สพฺพตฺถ ภินฺนสคฺคนฺเต-หุเปตํ โลกรญฺชกํ;
กพฺพํ กปฺปนฺตรฏฺฐายิ, ชายเต สาธฺวลงฺกตี’’ติ [กาพฺยาทาส ๑.๑๔ – ๑๙ คาถา].
ตสฺสตฺโถ – สคฺคพนฺโธ สคฺคสงฺขาเตหิ ปริจฺเฉทวิเสเสหิ พนฺโธ ‘‘มหากพฺพ’’นฺติ อุจฺจเต. อสฺส ลกฺขณํ ตุ วุจฺจเตติ สมฺพนฺโธ กากกฺขิโคฬกนเยน ตมฺมุขํ ตสฺส กพฺพสฺส อาทิ ปน ปณาโม เทวตานมสฺสนํ วา, วตฺถุนิทฺเทโส –
‘‘อสฺตฺยุตฺตรสฺยาํ ทิคิ เทวตาตฺม,
หิมาลโย นาม นคาธิราช?;
ปูวาปเรง วารินิธี วิคาหฺย,
สฺถิต? ปถิฌา อิว มานทณฺฑ?’’ [กุมารสมฺภว ๑.๑.].