๙. ปเญฺห

ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ปทนฺติอาทีสุ ปโญฺหติ ปุริมํ ปทํ, สมฺปุจฺฉนาติ ปจฺฉิมํ ปทนฺติอาทินา ทฏฺฐพฺพํ. สเมจฺจ อญฺญมญฺญํ ปุจฺฉนา สมฺปุจฺฉนา, ยาจนํ เทหี ตฺยาทินา ยาจนมตฺถํ, อิฏฺฐสฺสาสมฺปตฺตสฺสาตฺถนมิฏฺฐาสึสนํ. ปตฺตกาลวเสน จ วิสยเภเทน ภินฺนาย ปีติ โยเชตฺวา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ปตฺตกาลํ ทสฺเสติ นิมิตฺตภูตสฺสาติอาทินา. นิมิตฺตภูตสฺสาติ ตํตํกิจฺจสมฺปชฺชเน การณภูตสฺส. วิธิ นาม ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิก นิมนฺตณามนฺตณาชฺเฌสนเปสนานิ. เอตฺถ จ อนุญฺญาปตฺตกาเลสุ จ ปญฺจมี วิหิตา ปเรหิ, ทิฏฺฐธมฺมิกาทีสุ ปญฺจสุ สตฺตมี. อิธ ปน เต เทฺวปิ วิธิวิเสสาเยวาติ วิธิมฺหิ อนฺโตกริตฺวา เอยฺยาทึ วิธาตุํ ยํ วุตฺตํ วุตฺติกาเรน, ตทิทานิ วตฺตุกาโม อาห- ‘อนุญฺญาปตฺตกาเลสุปิ’จฺจาทิ. วิธิปฺปตีติเมว ปกาเสติ ‘เอวํ กเรยฺยาสี’’ติจฺจาทินา. อนุชานนฺโตปิ ทีเปนฺโตปิ กิริยาสุ พฺยาปาเรติเยวาติ พฺยาปารณมฺปตีติโตติ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เปสเนปิ เกสญฺจิ พฺยากรณญฺญูนํ สตฺตมีวิธิจฺฉิโตติวุตฺติกาเรน ยํ วุตฺตํ, ตํ ทานิ วตฺตุมาห- ‘เปสเน ปิ’จฺจาทิ. สมูลตนฺติ เกสญฺจิ สทฺทิกานํ สตฺตมีวิธิวิธานมูเลน สมูลตํ. ‘‘อนุมติปริกปฺปตฺเถสุ สตฺตมี’’ติ (๓-๑-๑๑) กจฺจานสุตฺตํ. กตฺตุมิจฺฉโต ปรสฺส อนุชานนํ อนุมติ, ปริกปฺปนํ สลฺลกฺขณํ นิรูปนํ ปริกปฺโป เหตุผลกิริยา สมฺภโว จ, ตสฺมึ อนุมตฺยตฺเถ จ ปริกปฺปตฺเถ จ สตฺตมีวิภตฺติ โหตีติ อตฺโถ. อตฺถคฺคหเณน วิธินิมนฺตณามนฺตณาชฺเฌสน ปตฺถนาปตฺตกาเลสุ จ.