๑. วตฺต

ตทตฺถสฺเสวาติ ตสฺส กฺริยตฺถสฺส. โย กิริยาสงฺขาโต อตฺโต ตสฺเสว. เอเตน อาธารเมตํ กฺริยตฺถสฺสาติ ญาเปติ. นหิจฺจาทินา ตทตฺถสฺเสว วิเสสเน การณมาห. สุตฺตํวินาติปเรสํวิย สุตฺตํ วินา. ตาปิ วตฺตมาเนเยว ภวิสฺสนฺตีติ อิมินา วตฺตุมิฏฺฐตฺตาติ เอตฺถ เสสวจนมวโพเธติ. เอวกาเรนา (ติ วตฺตมานสฺเสวาติ เอตฺถ เอวสทฺเทน.) ตพฺพิวจฺฉาติ วตฺตมานวจนิจฺฉา.

ตํสมีปสฺสาติ เอตฺถ ตสทฺเทน มหากสฺสปสฺส สุภทฺทวจนานุสฺสรณสงฺขาโต มรณปฺปตฺติเหตุ ทุกฺขานุภวสงฺขาโต จ กิริยาวิเสโส ปริคฺคหิโต, เต วา วตฺตมานกิริยาวิเสสาติ เตสมุภินฺนมาสนฺนานิ กเมน อธมฺมทีปนมรณานิ, เตนาห-ทีปน มรณานมาสนฺนตฺตา’ติ. เอวํ มญฺญเต ‘‘ตกฺกาลวตฺตมานกิริยาวิเสสสฺส ทีปนมรณสงฺขาตํ ตํสมีปตาวิปิ กิริยนฺตรํ วตฺตมานคฺคหเณน ตํสามีปฺยํ คยฺหติ, ยถา (คงฺคาสมีโป) เทโส คงฺคาติ วุจฺจติ ตโต ‘คงฺคายํ คาโว’ติ สิยา’’ติ. ปุเร อิจฺจาทินา ปกฺขนฺตรํ วิรจิตํ วุตฺติกาเรน, ตทุปทสฺเสตุํ มุขยติ ‘สภาวโต’ อิจฺจาทิ.

กิริยากาโลติ วตฺตมานกิริยากาโล. อวสิสฺสตีติ ปุเรปุราสทฺเทหิ ทีปิตอนาคตกาลโต อวสิสฺสติ. กิริยา กาเลติ ทีปนมรณกิริยากาเล. ตสฺสาติ ทีปนมรณสฺส. วตฺตมานตฺตาติ เอตฺถ วตฺตมาเนเยว ภวิสฺสนฺตีติ เสโส. อเนนาติ ปุเรจฺจาทิวุตฺติวจเนน. ปุเรปุราสทฺเทหิ อนาคตกาลาวคเม สติ ทิปฺปติ มรตีติ เอตฺถ ทีปนมรณกิริยากาโล มุเขฺย ตทา วตฺตตีติอาห- ‘มุขฺยํ วตฺตมานตฺตมาเห’ติ. ปุน ปกฺขนฺตรมุปนีตํ กาเลจฺจาทินา วุตฺติกาเรน, ตมุปทสฺเสตุํ มุขมาวตฺตยติ ‘อนาคเต’จฺจาทิ.

วุตฺติยํ กาลพฺยตฺตโยติ กาลาติวตฺตนํ, วตฺตมานกาลาติกฺกเมน อนาคตกาเลปิ พาหุลกาตฺยาทโย โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. ตเทว สมตฺเถติ ‘ภวนฺเตว’อิจฺจาทินา. ตฺยาทโยตีมินา สพฺเพสํ อาขฺยาติกานํ คหณํ. ลสฺส ทีโฆติ สมฺพนฺโธ. คจฺฉตีติ สกฺกสฺส สหภาวํ คมิสฺสตีติ อตฺโถ.