๖๐. อาหา
อาธาเรเจติ อนุวุตฺติยา เอตฺถ จการโต ‘ยถาปตฺตญฺเจ’ติ สมฺพนฺธา วุตฺตนฺติ เสโส. เอวํ น กุโตจิ อปกสฺสนํ สิยาติ เอวมาธาราทิเก อนุวตฺตมาเน สติ กุโตจิ อาธาราทิโต อปกสฺสนํ วิสุํ กรณํ น สิยาติ อตฺโถ. ตถา สติ เหฏฺฐา สุตฺเตเนกโยคเมว กเรยฺยาติ อธิปฺปาโย. ภาวกมฺเมสูติ สมฺพชฺฌเตติ โยชนา.
พหุลสฺส ภาโว กมฺมํวาติ พหฺวตฺถาทานเมวาตฺร พหุลสทฺทสฺส ปวตฺตินิมิตฺตํ ภาโว กมฺมํเจติ ตตฺถ ปจฺจโย. เกจีติ ปาณินิเย เยว สนฺธายาห. ตสฺสาปิ ภูเตเยว ปวตฺติมุปทิสติ ‘โสปิ’จฺจาทิ
นา. ภิชฺชมานนฺติ ปจฺจมานํ. ปรรูเปน ปสฺสินฺโนติ โยชนา. เกจิติ เตเยว. ‘‘มติพุทฺธิปูชตฺเถหิ เจ’’ติ (๓-๒-๑๘๘) เตสํ สุตฺเต จสทฺทากฑฺฒิเต ทสฺเสติ ‘ยถา’ติอาทินา. อกฺโกจฺฉิ ตนฺติ กมฺเม วิคฺคหมาห, ตนฺติ กมฺมปทํ, เอวมุปริปิ จุราทิณิโลเป ‘‘นิมิตฺตาภาเว เนมิตฺติกสฺสาปฺยภาโว’’ตฺยาการนิวตฺติ. กสิรยํ คตฺยาทฺยเน กตฺโถ, กฏฺฐํตฺยตฺร กิมตฺโถติ อาห- ‘เอตฺถ หึสตฺโถ’ติ.
เหตุโนติ ทุกฺขผลสฺส เหตุโน อคฺยาทิโน. กฏฺฐสทฺทสฺส ผลเหตุภูเต อคฺยาทิเก วตฺตมาเน เอวํ โหตุ ผเลวตฺตมาเน กถนฺติ อาห- ‘ยทาปนา’ติอาทิ. โกธาติโก อิธ.