๑๖. ปโย

ปโยชโก โจทโก พฺยาปารโกติ อตฺโถ นนุ จ วุตฺติยํ ‘กตฺตารํ ปโยชยตี’ติ วุตฺตํ กถํ ปยุชฺชมานสฺส กตฺตุตฺตํติ อาห- ‘ปยุชฺชมาโน’จฺจาทิ. นาวสฺสํ กิริยาปวตฺตกตฺเตเนว โยคฺคตามตฺเตนปิ กตฺตุตฺตํ สิยาติ ทสฺเสนฺโต อาห- ‘กิริยาย โยคฺโค’ติอาทิ. ปาสาณมฺพเลนุฏฺฐาเปติ’จฺจาทีสุ หิ โยคฺยตายปิ กตฺตุตฺตาวสาโยสิยา, โกปนายํ ปโยชกพฺยปาโรติ อาห- ‘เปสเน’จฺจาทิ. ทาสาทิโน หีนสฺส กตฺถจิ อตฺเถ นิโยชนํ เปสนํ. คุรุอาทิโน สกฺการปุพฺพํ พฺยาปารณมชฺเฌสนํ. ตํ เปสนชฺเฌสนาทิกํ ลกฺขณํ สภาโว ยสฺส โส ตถา วุตฺโต.

อาทิสทฺเทน อานุกูลฺยภาคิโน พฺยาปารสฺส คหณํ, ตถา จ ‘ภิกฺขา วาสยติ การีโส-ชฺฌาเปสี’ติ สิชฺฌติ. ภิกฺขา หิ ปจุรพฺยญฺชนวตี ลพฺภมานา วาสานุกูลํ ติตฺติวิเสสมุปชนยติ. การีโสปิ นิวาเต ปเทเส สุฏฺฐุ ปชฺชลิโตชฺฌยนวิโรธิ สีตกตมุปทฺทวมปนยนฺโต-ชฺฌยนานุกูลสามตฺถิยมาทธาติ ตโต เตสมฺปิ ยุตฺตมฺปโยชกตฺตนฺติ.

ปโยชกพฺยาปาเรตีทํ ปจฺจยวิเสสนํ วา สิยา ปกติวิเสสนํ วา. ตตฺถ ยทิ ปกติวิเสสนํ สิยา, ตทา ปโยชกพฺยาปาเร วตฺตมานา ณีณาปี วิธียนฺตีติ (คมนํ) ปติ โย นิโยโค ตทตฺโถ คมิ, น คตฺยตฺโถ, ตสฺส จายํ ปโยชฺโชติ ‘คมยติ มาณวกํ คาม’นฺติ คตฺยตฺถสฺส ปโยชฺเช ‘‘คติโพธาหาเร’’จฺจาทินา (๒-๔) วิหิตา ทุติยา น ปปฺโปติ, ตโต ปกตฺยตฺถวิเสสนปกฺโข ทุฏฺโฐติ ปจฺจยวิเสสนปกฺขํ ทสฺเสตุมาห- ‘ปจฺจยวิเสสนํ เวทํ น ปกติวิเสสน’นฺติ.

ปโยชกมตฺตคฺคหเณติ มตฺตสทฺโท สามญฺญวาจี, ยถา ‘กญฺญา มตฺตํ วารยตี’ติ. กตฺตารํ โย ปยุชฺชติ โย จ กรณาทีนํ ปโยชโก เตสํ สามญฺเญน คหเณ สตีติ อตฺโถ. พฺยาปาเรเตฺววาติ ปโยชกคฺคหณมนฺตเรน พฺยาปาเรอิจฺเจว วจนํ กตฺตพฺพํ สิยาติ ภาโว, ตนฺติ ปโยชกคฺคหณํ, วิสิฏฺโฐ วิสโย ยสฺส ปโยชกคฺคหณสฺสตํตถาวุตฺตํ. โกปนายํวิสิฏฺโฐ วิสโยจฺจาห- ‘โย โลเก’อิจฺจาทิ. อิโตวาติ วกฺขมานสฺส เหตุโน ปรามาโส. ตนฺติ จุราทีหิ ณิวิธานํ. เอวํสทฺโท วกฺขมานาเปกฺโข. ตํ วิสุํ จุราทีหิ ณิวิธานเมว วกฺขมานปฺปกาเรน สผลํ สิยา นาญฺญถาติ อตฺโถ. ตเมว ปการํ ทสฺเสติ‘ยทิมินา’จฺจาทิ.