๑๒. นกฺข

ตติยนฺตโต วิชฺฌตฺถํ เตนาติ อนุวตฺตเตติ สมฺพนฺโธ. สุตฺเต อยมตฺโถ ‘‘อินฺทุยุตฺเตน นกฺขตฺเตน ลกฺขิโต เจ กาโล, ตทา เตน ลกฺขิเต กาเลตฺยสฺมึ อตฺเถ ตติยนฺตโต นกฺขตฺตา โณ โหตี’’ติ. สุตฺตวิวรเณ ตุ ตญฺเจตฺยาทิกมธิปฺปายวเสน วุตฺตํ. เตนาตฺยนุวุตฺติยา ตติยนฺตโตติ ลพฺภติ นกฺขตฺเตนาติ สุตตฺตาติ, กาเลติ ปน อตฺถนิทฺเทสโต ณปฺปจฺจยาเธยฺยสฺส กาโล อาธาโรติ วิญฺญายตีติ ‘ลกฺขิเต กาเล’ติ วุตฺตํ, วิเสสฺสคตวิภตฺติยา วิจาริตาย วิเสสน คตา จ (วิจาริตา) นามาติ อาห- ‘นกฺขตฺเตเน’ติจฺจาทิ, อิห เกจิ ขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ กิริยาสภาวมิจฺฉนฺติ อนิจฺจํ, อปเร ตุ ทพฺพสภาวํ นิจฺจํ. ตสฺโส ภยสฺสปิ กาลสฺส จนฺทยุตฺเตน ผุสฺสาทินา ลกฺขิยภาวา ลกฺขเณ ตติยา ยุตฺตนฺติ วตฺตุมาห- ‘กิริยา รูโป กาโล’จฺจาทิ.

วิเสสาวสาโยติ กาลสฺส วิเสสาวธารณตฺถเมว หิ ‘ผุสฺสี รตฺติ’จฺจาทิ. โลเก ปยุชฺชเต. คุรุนาติ เอตฺถ คุรุ ชีโว, น นกฺขตฺตํ, จนฺทยุตฺตตา ปเนตฺถ อตฺถิ… จนฺทยุตฺเตน คุรุนา รตฺติยา ลกฺขิตตฺตา. กตฺติกาย ลกฺขิโต มุหุตฺโตติ เอตฺถ จนฺทํ วินา กตฺติกาย ตุ เกวลาย มุหุตฺโต กาโล ลกฺขิโต ‘กตฺติกา มุหุตฺโต’ติ. ผุสฺเสน ลกฺขิตา อตฺถสิทฺธีติ เอตฺถ ผุสฺเสนินฺทุยุตฺเตน อตฺถสิทฺธิ ลกฺขิตา น กาโล ผุสฺโสติ. นกฺขตฺตยุตฺตสฺส กาลสฺส รตฺยาทิวิเสสาปรามาเสน นกฺขตฺตวาจิโต อุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยสฺส สุตฺตนฺตเรน โลปํ วิธาย ปุน อญฺเญน สุตฺเตน ยุตฺตาติ เทสวิธาเนน สกลิงฺคสงฺขฺยายุตฺเตหิ-ฏฺฐมภิธานํ ปเรหิ, ตทาห- ‘อโห รตฺโต’จฺจาทิ.

รตฺยาทิวิเสสาปรามาเสนาติ ผุสฺสี รตฺติ ผุสฺโส อโหติ เอวํ รตฺยาทิวิเสสสฺส อปรามาเสน อสมฺมสฺเสน อคฺคหเณน. สกลิงฺคสงฺขฺยายุตฺเตนาติ ผุสฺสกตฺติกาทีนํ ยํยํ ลิงฺคํ ยายา สงฺขฺยา, อตฺตนิเยหิ เตหิ เตหิ ลิงฺเคหิ ตาหิตาหิ จ สงฺขฺยาหิ ยุตฺเตน นกฺขตฺตสทฺเทน. น ตทุปลกฺขิโต กาโลติ กตฺติกา สทฺโทพหุวจนนฺโต พหุตารกตฺตา กตฺติกาย, ตายกตฺติกาย ลกฺขิโตกาโลปเรหิวิย น กถียตีติ อตฺโถ. อถ ตทุปลกฺขิตสฺสกาลสฺเสวกตฺติกาสทฺเทนาภิธาเน โก โทโส เย เนวมุจฺจเตจฺจาห- ‘อชฺเชติ’จฺจาทิ. อิมินา จ ปรมเต โทโส อุพฺภาวิโต, ตทตฺถตฺเต สตีติ ตทุปลกฺขิตกาลตฺถตฺเต สติ.

สตฺตมี สิยาติ นกฺขตฺตสทฺทา ตทฺธิตโลปนฺตา ผุสฺเสน ปายสํ ภุญฺเชยฺย, ผุสฺเส ปายสํ ภุญฺเชยฺยา’ตฺยาโท อาเธยฺยนฺตราเปกฺขา สิยา สตฺตมี, ยา สุตฺตนฺตเรน วิธียติ ปาณินีเยหิ, ตโต ‘อชฺชกตฺติกา’เตตฺถาปฺยาเธยฺยนฺตราเปกฺขา สตฺตมี สิยา โลปนฺตตฺตา ‘อชฺชกตฺติกาสู’ติ, น ปฐมา. ปฐมาเยว ปนายํ ปโยโค ‘อชฺชกตฺติกา,ติ. อชฺเชตฺยธิกรณปฺปธาโน อโหรตฺตกาลวาจี สทฺโท, กตฺติกาสทฺโทปิ ตทฺธิตโลเปน ตกฺกาลาภิธายโก, ตโต เยวอุภินฺนมฺปิสามานาธิกรณฺยา กตฺติกาโยปฺยธิกรณํ สมฺปชฺชนฺเต, ตญฺจ น วินาเธยฺเยน โหตีตฺยาเธยฺยนฺตราเปกฺขายํ เตสุ สตฺตมีเยว สิยา, น ปฐมา (อุป) ปชฺเชยฺยาตฺยธิปฺปาโย. อตฺตโนทานิ ทสฺสเน สตฺตมิยา อปฺปสงฺคํ ปฐมาเยโวปปตฺตึ ทสฺเสตุมาห- ‘จนฺเท ปนูปจาเรเน’จฺจาทิ, นาเธยฺยนฺตราเปกฺขาจฺจเนน สตฺตมิยา อปฺปสงฺคมาห. เอวญฺจรหิ วจนมนฺตเรน ปเรสํ วิย สตฺตมีวิธายกํ กถํ กตฺติกาย ชาโตจฺจาสงฺกิย ตมฺปฏิปาเทตุมาห- ‘กตฺติกาย ชาโต’จฺจาทิ. พหุวจนนฺตตฺเตปิ กตฺติกาย ชาติยเมก วจนนฺตํ. ปการนฺตรมาห- ‘โลโปติ’จฺจาทิ. โลเปนาติ กตฺติกาหิ อินฺทุยุตฺตาหิ ลกฺขิโต กาโลติ วิคฺคยฺห กตณปฺปจฺจยสฺส โลเปน.