๖. สมี
‘‘อนุ ยํ สมยา’’ติ (๒-๑-๑๕) จ ‘‘ยสฺส จายาโม’’ติ (๒-๑-๑๖) จ ปาณินิโน วจนทฺวยํ, อยเมเตสมตฺโถ ‘‘ยสฺส สมยา สมีปวาจี อนุสทฺโท, เตน สห สมสฺสเตติ จ, อนุ ยสฺสายามวาจี, เตน สฺยาทฺยนฺเตน สห สมสฺสเต’’ติ จ. วตฺถุโต ตุ สามีปฺยายามวนฺตานมนิทฺเทเสปิ สามตฺถิยา ตทากฺเขโปติ ทสฺเสนฺโต อาห-‘สมีปายามาน’มิจฺจาทิ.
สมฺพนฺธิตฺตาติ สมฺพนฺธิสทฺทา สกตฺถมิว นิยตปฏิโยคินมากฺขปนฺติ… เตน วินา เตสํ สกตฺถาภาวา. อายาโม ทีฆตา, ‘‘ยสฺส สมีปายาเมสฺวนุ’’ติ ยถาวุตฺตสุตฺตทฺวยมากฺเขเปนุปทิสติ, วนสฺส สามิปฺยมนุวนํ, ‘‘อสงฺขฺยํ วิภตฺติสมฺปตฺติสมีป’’ อิจฺเจว (๓-๒) สิทฺเธปุน สมีปคฺคหณํ วิกปฺปตฺถํ, เตน วนสฺสานุติ วาเกฺยนาปิ ภวิตพฺพํ.
คงฺคาย อายาโม อนุคงฺคํ, ภาควุตฺติกาโร ‘‘ลกฺขเณเน’’ติ วตฺตเต. ยสฺสายามวาจี อนุ, เตน ลกฺขเณน สมสฺสเต อนุคงฺคํ พาราณสี, คงฺคาย ลกฺขณภูตาย ปสิทฺธายามคุณาย พาราณสี ลกฺขียเต ยาวายตายามา คงฺคา ตาวายมฺปีติ สภาวโต ตูปมาโนปเมยฺยภาโว สมาเส ปตียเต คงฺคา วิย ทีฆา’’ติ ลกฺขิยลกฺขณภาวํ วณฺเณติ. เอวํ สติ พาราณสีติ ปฐมา โนปปชฺชเตติ มญฺญมาโน อาห-‘คงฺคายา เมน ยุตฺตา ‘‘ตฺยาทิ. อนุคงฺคํ พาราณสิยาติ พาราณสิยา คงฺคายาโม ลกฺขณนฺติ อตฺโถ.