๕๐. ทารุ
สมาสตฺโถ (เอตฺถ) ทารุ, นาสฺส มุขฺยาหิ องฺคุลีหิ สมฺพนฺโธ ยุชฺชติ, นนุ เทฺว องฺคุลี ปมาณมสฺส ทารุโนจฺจาทึ มุโขฺย องฺคุลิสทฺโทคหิโตติ สมฺพนฺโธ สมฺภวติ กิเมวํ วุจฺจเตจฺจาสงฺกิยาห-‘ยทิปิ’จฺจาทิ, ปมาณวจเนนาติ มตฺตาทิปจฺจยตฺถภูตปมาณวาจเกน, องฺคุลิ สทฺทสฺส ทารุโน ปมาณวาจกตฺตา วุตฺตํ- ‘ทารุโน สมฺพนฺโธ อตฺถี’ติ. วิเสสนสมาสโต ปรํ ตทตฺถวิสเย ตสฺมึปมาณตฺถวิสเย ‘‘มาเนมตฺโต’’ติอาทินา (๔-๔๖) มตฺตาทิปฺปจฺจเยนภวิตพฺพนฺติอตฺโถ, โลเปนภวิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ, ‘‘อสงฺเขฺยหิ จางฺคุลฺยา นญฺญาสงฺขฺยตฺเถสุ’’อิจฺจตฺร (๓-๔๔) ยทาขฺยาตํ, ตทิหาปฺยติทิสมาห-‘ปุพฺเพ วิยสิทฺธ’นฺติ, อนการนฺตานนฺติ ภูมิอาทีนํ, ตพฺพิธาเน ตสฺส อปฺปจฺจยสฺส วิธาเน ปโยชนํสิสฺโสกาโรติสมฺพนฺโธ. อิมินา กจฺจายนานํ ปกรเณ ปโยชนํ ทสฺสิตํ. อถจ ปเนตฺถ ‘‘กฺวจิ สมาสนฺตคตานมการนฺโต’’ติ (ก, ๒-๗-๒๒) อิมินา อการนฺตสฺส สมาสนฺเต กเต สามตฺถิยา ‘สฺยาจ’อิติ (ก, ๒-๓-๒๙) สิสฺสาการาเทสาภาวา นิจฺจโมการนฺตรูปํ สมฺปชฺชตีติ ปริกปฺปิยตสฺสายุตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ ยํ วุตฺตํวุตฺติกาเรน, ตํ ทสฺเสตุมาห‘อการนฺตสฺสปิ’จฺจาทิ, ยํ-วุตฺตํ สิสฺสาการา เทสนิวตฺตเน อการกรเณ สามตฺถิยํ, ตทภาวา สิสฺสาการาเทโส น นิวารียตีติ ทสฺเสตุมาห-‘นเจ’จฺจาทิ. จริตตฺถตาย นิฏฺฐิตปฺปโยชนตาย, เตเนว กจฺจายนวุตฺติกาเรเนว อปฺปจฺจยนฺต มุทาหฏํ สกฺกตคนฺถานุสาเรน, อพฺยญฺชนนฺตตฺตาติ อิมินา ติณฺณเมสํ สทฺทานํ สกฺกเต พฺยญฺชนนฺตตฺตเมว โพเธติ, นิรตฺถกนฺติ ปุพฺเพว อการนฺตตฺตา นิรตฺถกํ, อาการวิธาเนเนวาติ (ก, ๒-๗-๒๕) ‘‘ธนุมฺหาจ’’ อิตฺยาการวิธาเนเนว.