๒๑. สงฺขฺยา
อถ ‘‘สมาหาเร นปุํสก’’นฺติ (๓-๒๐) วิชฺชมาเน กึ ‘‘สงฺขฺยาที’’ ติ อิมินา สตฺถคารวกเรนาติ อาสงฺกิย โจเทติ ‘นนุเจ’จฺจาทิ. ตถาหิจฺจาทินา ‘‘สมาหาเร นปุํสก’’นฺเตว สิชฺฌนํ สมตฺเถติ. ยถาวุตฺตโจทนาจาลเน ปราธิปฺปายํ ปริกปฺเปนฺโต’จตฺเถ’ติอาทิมาห.
เนติ อิมินา จตฺเถติอาทินา กตปริกปฺปนา น สิชฺฌตีติ ทสฺเสติ, ตตฺถ เหตุมาห- ‘สมฺพนฺธสฺส ปุริสาธีนตฺตา’ติ, สติเจจฺจาทินา ‘สมาหาเร นปุํสก’นฺเตตฺถ วิเสสนคฺคหเณ ปโยชนํ วตฺวา ‘สงฺขฺยาที’ติ อิมสฺส นิรตฺถกตฺตเมว ถิรีกโรติ.
ปโยชเนติ ลาฆวปฺปโยชเน;
สมฺพนฺธียตีติ วิเสสนคฺคหณํ สมฺพนฺธียติ;
เอตฺถาติ เอตสฺมึ ‘สงฺขฺยาที’สุตฺเต;
ตนฺเนติ อิมินา ยถาวุตฺตํ โจทนํ นิวตฺเตติ.
‘สงฺขฺยาที’ติ สุตฺตสฺส สาตฺถกตฺตมาห- ‘จตฺถสมาสานนฺตร’มิจฺจาทินา. เอกตฺตพฺยปเทโส กาตพฺโพติ ‘‘สงฺขฺยาปุพฺโพ ทิคู’’ติ (๒-๑-๕๒) สงฺขฺยาปุพฺพสฺส สมาสสฺส ทิคุสญฺญํ วิธาย ตทตฺถสฺส ‘‘ทิคุเรกวจน’’นฺตีมินา (๒-๔-๑) เอกตฺตพฺยปเทโส ปเรหิ วิย กาตพฺโพ.
สมาหรณํ สมาหาโรติ อิมินา ภาวสาธโน-ยํ สมาหารสทฺโท. ยทิ สมาหรียตีติ สมาหาโรติ กมฺมสาธโน สิยา, ตทา ปญฺจ กุมาริโย สมาหฏาติ วากฺยสฺสาตฺเถ วุตฺติ สิยา ปญฺจกุมารีเตฺยตฺถ สกปทตฺถปฺปธานตฺตา พหุวจนํ สิยา ‘‘ฆาปสฺสานฺตสฺสาปฺปธานสฺสา’’ติ (๓-๒๔) อปฺปธานรสฺสตฺตญฺจ น สิยา… สมาหฏานเมว กุมารีนํ ปธานตฺตา, ตสฺมา ปญฺจ คาโว ส มาหฏาเตฺยตสฺมึ วาเกฺย สมาโสว นตฺถิ กมฺมสาธนสฺสานุปคมโต. ปญฺจนฺนํ คุนฺนํ สมาหาโร, จตุนฺนํ ปถานํ สมาหาโรติ วาเกฺย ปน อตฺถิ, สมาหารสฺเสกตฺตา ตุ สตํ ยูถํ วนนฺติ เอตฺถ วิย สาภาวิกเมกวจนํ สิทฺธเมเวติ วิญฺญาเปติ.