๑๗. วาเน

อเนกคฺคหณสฺส ปโยชนํ วตฺตุมุปสกฺกติ ‘อิเธ’จฺจาทิ, วิวจฺฉิเตกสงฺขฺยาสามญฺญนฺติ วิวจฺฉิตํ เอกสงฺขฺยาย สามญฺญํ, เอวํ มญฺญเต ‘‘ยทิ‘สฺยาทิ สฺยาทิเน’ติ วตฺตุมิจฺฉิเตกสงฺขฺยาสามญฺญสฺส ปริคฺคโห น สิยา ตทา อิหานตฺถก (มเนก)คฺคหณํ สิยา เตเนหาเน กคฺคหณสามตฺถิยาเยว ‘สฺยาทิสฺยาทิเน’ติ วตฺตุมิจฺฉิเตกสงฺขฺยา สามญฺญมฺปริคฺคหิตนฺติ วิญฺญายเต’’ติ เตเนจฺจาทินา อิทํ ทสฺเสติ ‘‘เตน ยถาวุตฺเตน ปุพฺเพ วุตฺโต สพฺโพปิ สมาโส ปุพฺพปรานํ ทฺวินฺนํเยว สฺยาทฺยนฺตานํ โหตี’’ติ.

ยชฺเชวํ กถํ ‘ตทหุชาโต’ติ พหุลาธิกาเรน วิเสสน สมาสคพฺภการกสมาเสน วา สิชฺฌติ, อยํ อญฺญปทตฺถสมาโส. จตฺเถ พหุนฺนมิฏฺฐตฺตา ตทตฺถญฺจาเนกคฺคหณํ, เตน ‘โหตุ โปตุ ปิตา ปุตฺตา’ติ โหติ อุตฺตรปเท (โยนิ) สมฺพนฺเธ ปรโต ปุพฺพปทสฺส ‘‘ปุตฺเต’’ติ (๓-๖๕) สุตฺเตนาตฺเตน, อญฺญถา ทฺวินฺนํทฺวินฺนํ สมาเส สพฺพตฺถ อุตฺตรปทสมฺภเวน ‘‘วิชฺชาโยนิสมฺพนฺธานมา ตตฺร จตฺเถ’’ติ (๓-๖๔) ‘‘ปุตฺเต’’ติ จ สุตฺตทฺวเยนาตฺเตน‘โหตา โปตา ปิตา ปุตฺตา’ติ อาปชฺเชยฺย. อเนกนฺติ ปฐมนฺตตฺตา สฺยาทีตีทเมวานุวตฺตเต, เตเนวาเนกํ สฺยาทฺยนฺตมิจฺเจว วุตฺตํ. อถาญฺญตฺเถติ วุตฺเต-ญฺญสฺส วากฺยสฺสตฺเถติ อวตฺวา ปทสฺเสจฺเจว กสฺมา วุตฺตนฺตฺยาสงฺกิยา ห- ‘สฺยาทฺยนฺตสฺเส’จฺจาทิ, ตสฺเสวาติ สามตฺถิยลทฺธสฺส สฺยาทฺยนฺต ปทสฺเสว สมาโส วิญฺญายตีติ สมฺพนฺโธ.

ตสฺส คุณา ตคฺคุณา ตสฺเสจฺจเนนาญฺญปทตฺโถ นิทฺทิสียเต, ตสฺส อญฺญปทตฺถสฺส เย คุณา ยานิ วิเสสนานิ, เตสํ สํวิญฺญาณํ คหณํ ตคฺคุณสํวิญฺญาณํ, อถวา โส คุโณ ยสฺส โส ตคฺคุโณ, ตคฺคุณสฺส ตคฺคุณยุตฺตสฺสาญฺญปทตฺถสฺสสํวิญฺญาณํ, น คุณวิรหิตสฺสา(ติ) ตคฺคุณสํวิญฺญาณํ, เอตฺถ ปน ‘อญฺญปทตฺเถ ตคฺคุณสํวิญฺญาณํ ปฺยตฺถี’ติ ปริภาสียติ, ตตฺถายมตฺโถ ‘‘อญฺญปทตฺเถ สมาเส-ญฺญปทตฺโถ วิเสสเนน สห วิญฺญายติ นวิเสสนรหิโต’’ติ, กฺวจิ อตคฺคุณสํวิญฺญาณสฺสาปิ ทสฺสเน นาปิสทฺโท, ยตฺราวยเวน วิคฺคโห สมุทาโย สมาสตฺโถ ตตฺเถว ตคฺคุณสํวิญฺญาณํ ภวติ, ตคฺคุณสํวิญฺญาณโต อญฺญํ อตคฺคุณสํวิญฺญาณํ, ตสฺมึ, ยตฺราวยโวเยว สมาสตฺโถ ตตฺราตคฺคุณสํวิญฺญาณํ.

เอตฺถ ปน พหุธนสทฺโท ปุริสสฺส อุปลกฺขณภาเวน กตตฺตา. อภิมโตติ ปาณินียานํ อภิมโต ทสนฺนํ สมีเป อาสนฺนา ทสนฺนมิจฺจาทิวาเกฺย.

ปริมาณเมวสงฺเขฺยยนฺติ ปริมาณลกฺขณเมว สงฺเขฺยยํ, ตญฺจ ปริมาณลกฺขณํ สงฺเขฺยยญฺจ.

สงฺขฺยานรูปนฺติ สงฺขฺยานสภาวํ.

ปริมาเณนาติ ปญฺจสงฺขฺยาย ปริจฺฉิชฺชมาเนน สงฺเขฺยยสงฺขาเตน ปริมาเณน.

สงฺขฺยานวุตฺตีติ เตน อนติวตฺติยมานตปฺปริจฺเฉทก สงฺขฺยานรูป สงฺขาเต สงฺขฺยาเน วุตฺติ ยสฺสา สา สงฺขฺยานวุตฺติ-ปญฺจสงฺขฺยา.

ทิฏฺฐนฺเตนิมินา อิมํ ทีเปติ ‘‘ยถา ปญฺจ ปริมาณเมสนฺติ ปญฺจกาติ เอตฺถ ปริมาณรูโป-วยวเภทสมุทายสภาโว ปกติยตฺโถ สมุทายิโน สกุนา ปจฺจยตฺโถ, ตถา ติทสาติ เอตฺถาปิ’’ติ, กปฺปจฺจโย ปกติปฺปจฺจยตฺถเภทสมฺภเวน.

เกจิ ปนาติ อิมินา ปาณินีเย ทสฺเสติ.

ปกติปฺปจฺจยตฺถเภทสมฺภวาติ อิมินา ปเรสํ ปกติปฺปจฺจยตฺถานํ เภทาภาวสฺส อิจฺฉิตตฺตา สญฺญายํ สกตฺเถ กปฺปจฺจยสฺส วิธานํ ทสฺเสติ.

สฺยาทฺยนฺตสฺสาติ อิมินา วาสทฺทสฺส ปทตฺตํ ทสฺเสติ.

ตทตฺเถปีติ ตสฺส วาอิติ อญฺญปทสฺส อตฺเถปิ, ตทตฺโถ เจตฺถ วิกปฺปตฺโถ วา สิยา ตทา ปน ทฺวินฺนํ คหเณ น ติณฺณํ, เตสนฺตุ คหเณ น ทฺวินฺนํ, สํสโย วา, ตทา ตุ สํสยสฺโสภยา ลมฺพนรูปตฺตา เทฺววาติ วุตฺเต ตโย, ตโยวาติ วุตฺเต เทฺว อเปกฺขียนฺตีติ พุทฺธิวิสยา ปญฺจ อตฺถา สมาสาภิเธยฺโย โหนฺติ.

นามตฺเตนาติ รุฬฺหินามตฺเตน, อภิมโต ปาณินิยานํ, วิกปฺปิตํ สุตฺตนฺตเรน วิภาสา สพฺพนามสญฺญาวิธาเนน.

อวยวธมฺเมนาติ อวยวสงฺขาเตน สภาเวน.

นนุ จ สมานาธิกรณานํ พหุพฺพีหิ วุตฺโต ปาณินิเยหิ ‘ปญฺจหิ ภุตฺตมสฺเสติ พฺยธิกรณานํ น สิยา’ติ, ตถา ปฐมตฺถํ วชฺเชตฺวา สพฺพวิภตฺยตฺเถสุ อิฏฺโฐ ‘วุฏฺเฐ เทเวคโตจฺจตฺร วุฏฺฐเทโวติ น สิยา’ติ ตสฺมา กถมตฺร พฺยธิกรณานํ ปฐมตฺเถ สมาโส วณฺณียเตจฺจาสงฺกิยาห-‘พฺยธิกรณานมฺปิ’จฺจาทิ, พฺยธิกรณานมฺปิ ยถาภิธานํสมาสสพฺภาวโต ปญฺจหิ ภุตฺตมสฺเสตฺยาโท พหุลาธิการา อนภิธานโต วา น ภวิสฺสติ, ตโตเยว จ ปญฺจ ภุตฺต วนฺโต-สฺเสติ สมานาธิกรณานมฺปิ กฺวจิ น ภวิสฺสติ, ตถา ปฐมตฺเถปิ กฺวจิ น ภวิสฺสติ วุฏฺเฐ เทเว คโต’ติ. ตุลฺยโยเค คมฺยมาเนติ อตฺโถ.

อญฺญตฺรจาติ ตุลฺยโยคโต-ญฺญตฺร สโลมโกตฺยาทีสุ จ, วิชฺชมานานิ โลมานฺยสฺส, วิชฺชมานา ปกฺขา อสฺสาติ วิคฺคโห. อุปสงฺขฺยาโต ‘‘สฺยาทฺยธิกาเร-ตฺถิขีราทีนมุปสงฺขฺยาน’’นฺติ (๒-๒-๒๔-วา) สภาวโต เอว นิวตฺโต น สุตฺตนฺตรโต, คตตฺถสฺสาปิ หิ ปโยเค อนวฏฺฐานํ สิยา ปิฏฺฐเปสเน วิย, กถญฺจรหิ พฺราหฺมเณ พหู อานย, อหํ ปจามีติ นาวสฺสเมวํ ปโยโค, กตฺถจิ ปน วจนสิลิฏฺฐตาทิปฺปโยชเน สติ โหเตว.

กณฺเฐ สมฺภโวติ กาฬสฺส กณฺเฐ สมฺภโว. ฏฺฐสทฺทตฺโถติ กณฺฐฏฺฐสทฺเท ฏฺฐสทฺทตฺโถ. โอฏฺฐสทฺโทว มุขวุตฺตีตฺยเนน คมฺมมานตฺถตฺตา ทุติยสฺส มุขสทฺทสฺสาปฺปโยคมาห, ตสฺมา โอฏฺโฐว มุขมสฺสาติ วิคฺคยฺห โอฏฺฐมุโขติ สมาโส, น จ ปาณิ ปาณฺยนฺตรสฺส มุขํ, มุเขเนว จ ปาณิมุขสฺส สทิสตฺตํ ปสิทฺธนฺติ สามตฺถิยา โอฏฺฐมุขมิว มุขมสฺเสตฺยตฺเถว ติฏฺฐเต, อุปนฺยสฺยนฺเตตฺยุปนฺยาสา, วิสยทสฺสนตฺถาติ อิมินา’กณฺเฐ กาโฬ ยสฺสา’ตฺยาทีกเมว วากฺยนฺติ ทสฺเสติ. สมุทาเย วิกาเรจาติ สมุทายสมฺพนฺเธ วิการสมฺพนฺเธ จ. ตํสมาสสฺสาติ ตสฺสา ฉฏฺฐิยา สมาสสฺส, ตทภิธายินนฺติ สงฺฆาต วิการาภิธายีนํ, เกสานํ สงฺฆาโต อิจฺจาทิ ปเรสํ วากฺยํ. ธาตุโต ชาตํ ธาตุชํ, อุตฺตรปทํ ปติตสทฺทาทิ, ตสฺส ปโยโคติ ปติตสทฺทสฺส ปโยโค.

‘‘นญฺสฺมาตฺถฺยตฺถาน’’นฺติ (๒-๒-๒๔) วาตฺติกํ, เอตนาห-‘ญ การานุ พนฺธา’อิจฺจาทิ. ปาณินิยา ตุ อวิชฺชมานสทฺโท นญฺสมาโส, ปทนฺตเร นาสฺส พหุพฺพีหิ โวตฺตรปทโลโป, อวิชฺชมานา ปุตฺตาสฺส อปุตฺโตวิชฺชมานปุตฺโตติ สาเธนฺติ, อิจฺฉเต ปาณินีเยหิ… ทกฺขิณปุพฺพา สทฺทานํ นานตฺถตฺตา พฺยธิกรณตฺตา, วจเนปีติ สุตฺเต วิชฺชมาเนปิ, อย มญฺญปทตฺถสมาโส ปเรหิ พหุพฺพีหีติ วุจฺจติ ตถาหิ พหโว วิหโย ยสฺส โส พหุพฺพีหิ, ยถา พหุพฺพีหีติ อญฺญปทตฺถปฺปธาโน ตถา อยมฺปิ.