๑๒. นญ
เอตฺเถวาติ ‘‘ฏ นญฺสฺส’’อิติ (๓-๗๔) สุตฺเตเอว. ปามนปุตฺโตติปามา กุฏฺฐวิเสโส อสฺส อตฺถีติ ปามสทฺทา ‘‘ทิสฺสนฺตญฺเญปิ ปจฺจยา’’ติ (๔-๑๒๐) นปฺปจฺจโย, ปามนสฺส ปุตฺโต, ยทิ เหตฺถ ญกาโร วิเสสนตฺโถ น กรีเยถ, ตทา ‘‘ฏ นสฺสา’’ติ สุตฺตํ กรีเยถ, ตถา จ สตฺยุตฺตรปเท ปรโต ปามนสทฺเท นการสฺสาปิ โฏ
สิยาติ ภาโว, นนุ จิห สมาสวิธิมฺหิ ญ กาโรจฺจารณา ญ โลป รหิตสฺส สมาโส น ภวตีติ วตฺตุมุจิตํ, น ตุ ‘‘ฏ นญฺสฺสา’’ติ วิเสสนตฺโถติ [ญฺญกาโร เอตฺโถว วิเสสนตฺโถ, ติ ภวิตพฺพ] สจฺจํ, กินฺตฺวิห สมาสวิธิมฺหิ ญ การสฺส พฺยวจฺฉชฺชํ น ทิสฺสเต.
ปริยุทาสวุตฺตีติ ปริ ตุลิตมุคฺคยฺห นิเสธนียสฺส อสนํ เขปนํ วชฺชนํ ปริยุทาโส, เตน ปริยุทาเสน วิสิฏฺเฐ-ตฺเถ วุตฺติ อสฺเสติ ปริยุทาสวุตฺติ, ปสชฺชปฺปฏิเสธวุตฺตีติ ปฏิเสธนียเมว ปสชฺช ปตฺวา ตํสทิสมนเปกฺขิย นิเสโธ, เตน วุตฺติ อสฺเสติ ปสชฺชปฺปฏิเสธ วุตฺติ.
ยตฺถ พฺราหฺมณา อญฺโญว ภวตีเตฺยวํ วาเกฺยนาตฺถนฺตรวิธานา วิธิโน ปธานตฺตํ, อตฺถนฺตรวิธานสามตฺถิเยเนว พฺราหฺมณสฺส ปฏิเสโธ ปตียเต, พฺราหฺมณสฺส [พฺราหฺมณสฺสา (โปตฺถเก)] นิวตฺตเน ตทเปกฺขายาญฺญสฺส วิธานโยคโต สกปเทน นญฺเขฺยน วิธิภาคี น วุจฺจเต, กิญฺจรหิ อญฺญสทฺเทน… ปริยุทาสนิสฺสยิโนญฺญสทฺทสฺเสว วาเกฺย ปโยคโต’ อญฺโญ พฺราหฺมณา อพฺราหฺมโณ’ติ, นญฺสฺสจ สฺยาทฺยนฺเตน สามตฺถิยํ, น ตฺยาทฺยนฺเตเนเตฺยกวากฺยตา… อญฺโญ พฺราหฺมณา อพฺราหฺมโณติ ตตฺถ ตตฺถ ปริยุทาสวุตฺติตฺตา.
ปสชฺชปฺปฏิเสเธตุ ปฏิเสธสฺส ปธานตฺตา พฺราหฺมโณ น ภวตีติ วาเกฺยน พฺราหฺมณสฺส ปฏิเสโธ วิธิ อตฺถคมฺโม วากฺยเภโท, สกปเทน จ นญฺเขฺยน ปฏิเสธภาคิวาจี สมฺพชฺฌเต. โก โส พฺราหฺมณา อญฺโญติ อาห- ‘พฺราหฺมณตฺตานชฺฌาสิโต’จฺจาทิ.
อิตรสฺมินฺติ ปสชฺชปฺปฏิเสเปกฺเข, เกนจิ สํสยนิมิตฺเตนาติ อุปวีตทสฺสนาทินา เกนจิ สํสยการเณน, สพฺพมฺปิ ปทํ สกตฺเถ ปโยคมฺปติ ญาณมเปกฺขเต, ตญฺจ ญาณํ ทฺวิธา สมฺมาญาณํ มิจฺฉา ญาณญฺจ. อุภยมฺเปตพฺราหฺมณสทฺทํ ปวตฺตยติ. ตตฺถ สมฺมาญาณ ปุพฺพเก อพฺราหฺมณสทฺทปฺปโยเค นตฺถิ นญฺสฺส พฺยาปาโร, น หิ ตตฺถ เตน กิญฺจิ กรียติ. มิจฺฉาญาณปุพฺพเก ตุ วิชฺชเต ตสฺส พฺยาปา โร ตตฺถ หิ เตน มิจฺฉาญาณปฺปภวตา ปรสฺสาขฺยายเต, มิจฺฉาญาณํ เจนฺทฺริยเหตุกํ, วินา สทิสตฺตํ น ภวตีติ ปฏิเสเธ สติ อุตฺตรปทตฺถสทิโส สมาสตฺโถ ชายเตจฺจาห- ‘ตตฺถ สทิสตฺตํ วิเน’จฺจาทิ. รชฺชุยํ หิ สปฺปพุทฺธิ สทิสตฺตา.
ปโยคสามตฺถิยาเจติ อพฺราหฺมณมานเยจฺจาทิปโยคสามตฺถิยา จ. เอวมฺมญฺญเต- ‘‘ยทฺยตฺร พฺราหฺมณมตฺตสฺสานยนํ สิยา ปุพฺพปทสฺสุจฺจารณมนตฺถกํ สิยา, อถ น กสฺสจิ อานยนํ เอวมฺปิ สพฺพสฺเสวา พฺราหฺมณสทฺทสฺสานตฺถกตฺตํ, ตสฺมา ปโยคสามตฺถิยาปิ สทิสปฺปฏิปตฺตี’’ติ.
ตคฺคตาติ สทิสตฺถคตา. ยถาวุตฺตสฺเสวา-ตฺถสฺสุปพฺรูหนาย วิญฺญูวจนมุปญฺญสฺสติ ‘อโตเยว วุจฺจเต’จฺจาทิ. อยญฺเจตฺถ อตฺโถ ‘‘นญฺวจเนน อิวสทฺเทน จ ยํ ยุตฺตํ ตทญฺญสฺมึ ตปฺปทตฺถสทิเส-ตฺเถ ปฏิปตฺตึ ชเนติ, ตถาหฺยตฺถสมฺปจฺจโย โลเก ทิสฺสติ ‘อพฺราหฺมณมานยา’ติ พฺราหฺมณสทิโส ขตฺติยาทิ อานียตีติ, อธิกรียติ นิยุชฺชเต สทฺโท-สฺมินฺตฺยธิกรณํ. ยถาวุตฺเตน จ พฺยาขฺยาเนน กิมิฏฺฐํ สิทฺธนฺตฺยาห- ‘ตเทว’มิจฺจาทิ. เกจิ ปน อุตฺตรปทตฺถปฺปธานตฺตมิห วณฺเณนฺติ.
สมตฺถวาทีนนฺติ ‘‘สมตฺโถ ปทวิธิ’’ (ปา ๒-๑-๑) เตฺววํ วาทีนํ. สมตฺถ วาทีนํ สมาโส วิเธยฺโยติ สมฺพนฺโธ, วิเธยฺโยติ วจนนฺตเรน วิเธยฺโย, ตถาหิ อปุนเคยฺยาติ คายเนน นญฺสฺส สมฺพนฺโธ, น ตุ ปุนสทฺทตฺเถน. อโนกาสํ กาเรตฺวาติ กรเณน สมฺพนฺโธ น โอกาเสน. อมูลามูลํ คนฺตฺวาติ คมเนน, น มูเลนาติ อสามตฺถิยํ. คมกตฺตวาทิโนติ อสามตฺถิเยปิ ยตฺร คมกตฺตํ ตตฺถ สมาโส โหเตว, ตโต คมกตฺตญฺจ สมาสสฺส นิพนฺธนนฺติ โย วทติ ตสฺเสตฺยตฺโถ. เอตฺถาปีติ อปุนเคยฺยาตฺยาโทปิ, นนฺวยมปฺยาจริโย คมกตฺตวาที, ตถาสติ คมกตฺตาอิจฺจนภิธาย พหุลาธิการาติ กสฺมาวุตฺตนฺติ อาห-‘โส เจ’จฺจาทิ.
เกหิจีติ วุตฺติคฺคนฺเถน พฺยวจฺฉินฺนมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห- ‘เกหิจิเยว น สพฺเพหี’ติ, อปุนเคยฺยาติ ‘‘ฏ นญฺสฺสา’’ติ (๓-๗๔) นสฺสโฏ, อติปฺปสงฺคาภาวโตติ สุตฺตนฺตเรน สมาเส อวิหิเตปิ อนภิมตตฺถานมฺปตีติยา อภาวโต.