๘. ลกฺขณิ

ลกฺขณาทีสฺวตฺเถสุติ นามสฺสา [กสฺสา (โปตฺถเก)] ยมตฺถนิทฺเทโสติ อาห ‘อภินาโย ยุตฺโต’จฺจาทิ, เตนาติ อภินา ยุตฺตสฺสาตฺถนิทฺเทส การเณน, ลกฺขณสทฺเทน เหตุ วตฺตุมิจฺฉิโตติ อาห-‘ตตฺเถ’จฺจาทิ, ทุวิโธ เหตุ, วุตฺตญฺหิ สุโพธาลงฺกาเร ‘‘ชนโก ญาปโก เจติ, ทุวิธา เหตโว สิยุ’’นฺติ (๒๕๒), สมุปลกฺขยตีติ สมุปลกฺขณํ, สงฺเกตมตฺตํ ญาปกํ, น ตุ ชนกํ, สงฺเกโตปิ ลกฺขณมุจฺจเต ลกฺขียเต การิยมาเนนาติ กตฺวา, ชนกสฺสาปฺยตฺร ลกฺขณตฺเตน คหเณ ปโยชนํ ‘‘อนุนา’’ (๒-๑๐) อิจฺจตฺร ทฏฺฐพฺพํ. กญฺจิปการนฺติ อิมินา อิตฺถํสทฺทสฺส อตฺถํ วทติ. ปตฺโตติ อิมินา ภูตสทฺทสฺส, เอตฺถ หิ ภูธาตุ ปตฺติยํ วตฺตเต, รุกฺโขลกฺขณนฺติ รุกฺโข ญาปกเหตูติ อตฺโถ… รุกฺเขน วิชฺชุยา ญาปียมานตฺตา, อาจริยชินินฺทพุทฺธิ ปน อญฺญถา วณฺณยติ, ตสฺเสทํ มตํ-

กฺริยาย โชตโก นายํ, สมฺพนฺธสฺส น วาจโก;

นาปิ กฺริยนฺตราเปกฺขี, สมฺพนฺธสฺส ตุ เภทโกติ.

อยเมตฺถ อตฺโถ ‘‘อยมภิ อภินนฺทติตฺยาทีสุ วิย กิริยาย โชตโก น โหติ, ฉฏฺฐี วิย สมฺพนฺธสฺส วาจโก น โหติ, นิกฺโกสมฺพีตฺยตฺร คมนกิริยาเปกฺขี นิสทฺโท วิย นาปิ กิริยนฺตรา เปกฺขี, กิญฺจรหิ สมฺพนฺธสฺส ตุ เภทโก วิเสสโก ภวตี’’ติ ตมุปทสฺเสตุมาห-‘อญฺเญ ตฺวิ’จฺจาทิ, เอตฺถ อิติสทฺโท นิทสฺสเน, รุกฺขมฺปตฺวา วิชฺโชตเต อิติเอวํ ปตฺติกิริยาย ปตฺวาติวุตฺตรุกฺขปาปนกิริยาย ชนิโตติ อตฺโถ, ตถาหิ รุกฺขสฺส วิชฺชุยา ปาปนาภาเว วิชฺชุยา ลกฺขิยาย ตลฺลณสฺส จ รุกฺขสฺส โย ลกฺขิยลกฺขณภาโว สมฺพนฺโธ, โส เกน สมฺปาทิโต ภเวยฺย, นนุ สมฺพนฺเธ อภินา โชตียมาเน รุกฺขสฺส ลกฺขณวุตฺติตา กถํ โชตียตีติ อาห-‘ลกฺขณตฺโถจ วิสยภาเวนา’ติ, ตถาเจตฺยาทินา ตสฺมึ ปกฺเข สมฺภาวิตํ โทสมุพฺภาวยติ, ตตฺราย มิจฺจาทินา ยถาวุตฺตโทสปริหาราย ปเรเหวาภิธียมานมฺปริหารมาห, ปริหาโรปทสฺสเนนาสฺสาปิ ปกฺขสฺสาทุฏฺฐตาขฺยาปเนเนโสปิ ปกฺโข-พฺภุปคโตตฺยวเสโย, อโตเยวุปริ ยถาวุตฺต ปกฺขนิสฺสเยเนว พฺยาขฺยายเต, เทวทตฺตสฺส สาธุตฺตสงฺขาตอิตฺถมฺปการปฺปตฺติยา วิสยภาเวนาวฏฺฐิตา มาตา ตตฺถ วตฺตติ นามาติ อาห-‘มาตุยา’ติอาทิ, มาตา จ อิตฺถมฺภูเต ปวตฺตา วิสย ภาเวน เทวทตฺโต จ ตตฺถ วิสยีภาเวน, เตสญฺจ วิสยวิสยีภาวลกฺขโณ สมฺพนฺโธ อิตฺถมฺปตฺติลกฺขณาย กิริยาย ชาโต, โส มาตุสมฺพนฺโธ โหติ การณวเสน, โสจาตินา โชตียตีติ มาตุ เตนาภินา โยโคติ อาห-‘ยฺวาย’จฺจาทิ, มาตุสมฺพนฺโธอิติ โยชนา, อิตฺถมฺปตฺติยาติ อิตฺถมฺปตฺติลกฺขณาย กิริยาย กรณภูตาย, เอวํ มญฺญเต ‘‘กิญฺจาปิ โส สมฺพนฺโธ เทวทตฺเตนาปฺยวินาภาวีติ ตสฺส โสภินา โชตียเต, ตถาปิ มาตุสมฺพนฺโธภินา โชตียตีติ ‘มาตุ เตน โยโค’ติ จ (วุจฺจติ)… สทฺทสตฺติยา ตคฺคตาเยว ทุติยาย อุภยคตสฺสาปิ สมฺพนฺธสฺส โชตนโต’’ติ รุกฺโข รุกฺโข ติฏฺฐตีติ สมฺพนฺโธ, ฐิติมฺปฏิจฺจาติ ฐิตินฺนิสฺสาย เอสํ รุกฺขานํ โย จ สมฺพนฺโธติ โยชนา, รุกฺขานนฺติ อิมินา รุกฺขา กิริยาย ปเร สมฺพนฺธิโนติ ญาเปติ, ฐิติมฺปฏิจฺจาติ อิมินา ปน ติฏฺฐติสทฺทวจนียา สาธฺยรูปา ฐิติกิริยา รุกฺขโต ปเร สมฺพนฺธีติ, อเจตนานํ รุกฺขานมเปกฺขาวิรเหปิ โลกมฺปตีติวเสน ‘ปิปตีสา’ทีนํ วิญฺญายมานตฺตา วิญฺญายมานฐานาเปกฺขณกิริยายสาธฺยสาธนลกฺขโณ สมฺพนฺโธ ชาโตติ วิญฺเญยฺยํ, โส จ รุกฺขสมฺพนฺโธ-ภินา โชตียตีติ อาห-‘โส’ติอาทิ, ทฺวิพฺพจเนเนว โชตนียาติ วิจฺฉาตฺเถ วุตฺติมตฺเต สตีปิ วิภตฺติยา [วิจฺฉตฺเถ วุตฺกิมตฺเตตฺยาทิวจนํ วิจาเรเรตพฺพํวิตตฺติยา อพิสทฺทสฺสจ วิจฺฉตฺเถ วุตฺติยา อภาวา, ลกฺขณิตฺถมฺภูติ หิ ปกติวิเสสนํ] โชเตตุมสมตฺถตฺตา วิจฺฉาย โชตนาย ทฺวิพฺพวจนํ กตฺตพฺพเมวาติ อธิปฺปาโย.