๓๖. ยโต
วิสุํ กรณํ นิทฺธารณํ, ชินินฺทพุทฺธาจริเยน ‘‘กิมตฺถมฺปุนริทํ วจนํ ยาวตา นิทฺธาริยมาโน-วยโว สมุทายพฺภนฺตโร, ตตฺถ ยทา สมุทายสฺสา-ธิกรณตฺตํ วตฺตุมิจฺฉียเต, ตทา สตฺตมี สิทฺธาว, ยถา รุกฺเข สาขาติ, ยทา ตฺววยวสมฺพนฺโธ ตทา ฉฏฺฐี, ยถา รุกฺขสฺส สาขาติ สจฺจเมตํ ปปญฺจตฺถนฺตุ วจน’’นฺติ วุตฺตํ, ตญฺเจต มยุตฺตนฺติทสฺเสนฺโต อาห-‘น สาลโย’จฺจาทิสูกยุตฺตานิธญฺญานิ สูกธญฺญานิ, อาหิตา อวฏฺฐิตา, อาเธยฺย ภูตาติ วุตฺตํ โหติ. ยโตติ อาหิตตฺตการณา, ตโตติ ยโต ชินินฺทพุทฺธิวจนเมวมยุตฺตํ, ตสฺมา การณา. ‘ปญฺจมี วิภตฺเต’’ติ (๒-๓-๔๒) ปาณินีย สุตฺตํ, ตทาห-‘สมุทายโต’จฺจาทิ, สุตโต สกาสา สีลํ อติสเยน เสยฺโยติ สมฺพนฺโธ, ‘‘นิทฺธารเณ ฉฏฺฐี สตฺตมีสุ ปตฺเตสุ ตทปวาโท, ยํ โยโค’’ติ ปเรหาขฺยายเต, ตตฺถ ตาว นิทฺธารณเมเวตฺถ นตฺถิ กุโต ฉฏฺฐีสตฺตมีนํ ตตฺถปฺปวตฺติ, ยโต ตาสํ พาธนตฺถมิทมารพฺภเตติ ทสฺสยมาห-‘นาตฺร ชาตฺยาทีหิ’จฺจาทิ, นหิจฺจาทินา ชาตฺยาทีหิ นิทฺธารณาภาวํ ทสฺเสติ, ชจฺจาทีนนฺติ นิทฺธารเณ ฉฏฺฐี, กุโต น ภวติจฺจาห-‘ชจฺจาทิสมฺพนฺเธเน’จฺจาทิ, อตํ พฺยปเทสโตติ สีลตฺตาทิพฺยปเทสาภาวโต, ปุน นิทฺธารณาภาเว เหตฺวนฺตรมาห-‘ตุลฺยานญฺเจ’’จฺจาทิ. สาธุนิปุเณหิ โยเค ปูชายํ คมฺมมานายํ สตฺตมี, ตถา อสาธุโยเค, ตถา ปสิตอุสฺสุกฺเกหิ โยเค ตติยาสตฺตมิโย, ตถา โลปนฺตนกฺขตฺตสทฺทา จ เตน เตน วจนนฺตเรน ปาณินิเยหิ วิหิตา, ตํ สพฺพํ ตํตํการกวจนิจฺฉายเมว สาเธตุํ ‘มาตริ สาธุ’ อิจฺจาทโย อุทาหฏา เกเสสุ ปสิโต ปสตฺโต, อวพทฺโธติ อตฺโถ, เกเสหิ กรณภูเตหิ ปสิโต ภวติ, กตฺตุภูเตหิ วา ปสิโต กโตติ อตฺโถ, ผุสฺเสนินฺทุยุตฺเตน ลกฺขิโต กาโล โสยมิตฺยเภเทน สมฺพนฺธา ผุสฺเส, เตน กรณภูเตน.