๑๑๘. อสํ

ลิงฺควจนเภเทปิ พฺยยรหิตตฺตา อพฺยยวนฺตอุปสงฺคนิปาตานํ ปุพฺพาจริยสญฺญา, อสตี สงฺขฺยา เยสนฺตฺยานฺยสงฺขฺยานีตฺยาห- ‘เอกตฺเต’จฺจาทิ, เอกาเนเกสูติ วุตฺตตฺตา สงฺขฺยาวิเสเส วิธียมานาสฺยาทโย กถมสงฺเขฺยหิ อุปฺปชฺชิตุมุสฺสหนฺเต อิจฺจาสเยนาห- ‘กถมสงฺเขฺยหิ สฺยาทีนํ สมฺภโว’ติ. อถ นิสฺสงฺเขฺยหิ โหตุสฺยาทีนมสมฺภโว อุจฺจํ รุกฺขสฺสิจฺจาโทตุ สงฺขฺยาสมฺภเว ภวิตพฺพเมว สฺยาทีหิจฺจาห-‘สงฺขฺยาสมฺภเวเว’จฺจาทิ. วุตฺติคนฺถสฺสาธิปฺปายํ วิวรติ ‘อญฺญเถ’ ตฺยาทินา, กิเมสมุปฺปตฺติยมฺปโยชนํ เยนาสงฺเขฺยหิ ตทุปฺปตฺติ โน-นุมียเต จฺจาสงฺกิยาห-‘ตสฺสญฺจ สติย’นฺตฺยาทิ, อสติ หิ สฺยาทีนมุปฺปตฺติยมุจฺจมาทีนมสงฺขฺยานมฺปทตฺตํ นตฺถีติ โย อาทีสุ ปทสฺมา ปเรสํ ตุมฺหามฺหสทฺทานํ สวิภตฺตีนํ โวโนอาทิกํ ปทนิมิตฺตํ การิยํ น สิยาติ ‘อุจฺจํ โว, อุจฺจํ โน’ติอาทโย ปโยคา น สิชฺฌนฺติ, สติ ตุ สฺยาทุปฺปตฺติยํ ลุตฺเตสุปิ เตสุ ปทตฺตนิปฺผตฺติยาเยว ตทุปฺปตฺติโต ปทตฺเต สิทฺเธ ปทลกฺขณํ การิยํ สิชฺฌเตวาติ ภาโว. ปเรหิ เอตฺถ ‘ตสฺสํ สาลาย’นฺติ วจนิจฺฉายํ ‘ตตฺร สาลาย’นฺติ ยถา สิยาติ ‘‘อพฺยยตฺวา สฺยาทิโน’’ติ (ปา, ๒-๔-๘๒) อพฺยยโต ปรสฺสิตฺถิยมาปฺปจฺจยสฺสาปิ โลโป วิหิโต, เตนาห- ‘อสงฺเขฺยหิ’จฺจาทิ, ตทยุตฺตนฺติ อาปฺปจฺจยสฺส โลปวิธาน มยุตฺตํตฺยตฺโถ. อถ เกนาตฺร อาปฺปจฺจโย วิธียเต เยนาสฺสาปิ โลโป-นุสาสียเต ‘‘อิตฺถิยมตฺวา’’ติ (๓-๒๖) เจ เนตทตฺถิ, อิตฺถิยมาปฺปจฺจยสฺส วิธานโต-สงฺขฺยานญฺจาลิงฺคตฺตา, ตสฺมา อสงฺเขฺยหิ อาปฺปจฺจยสฺส สมฺภโวเยว นตฺถีตฺยนตฺถกมาปฺปจฺจยสฺส โลปวจนนฺติ นานตฺถกํ อิตฺถิยนฺติ (๓-๒๖) หิ คุณิปฺปธาโน นิทฺเทโส อิตฺถตฺตวติ อาปฺปจฺจยาทโย วิธียนฺเต ‘ตสฺสํ สาลาย (มิจฺเจ ตสฺมึ ปทตฺเถ) ตเตฺร’ติ อสงฺขฺยมิทมิตฺถตฺตวติ วตฺตเต, ตสฺมา สิยาเย เวตสฺมา อาปฺปจฺจโยตฺยวสฺสมาปฺปจฺจยสฺส โลโป วิเธยฺโยติ โย มญฺญเต, ตมฺปติ อาห-‘ยทีปิ’จฺจาทิ, วิเสสาภิธานาตฺยุปคเม วตฺต มาโนยมสงฺขฺยสมุทาโย‘นิทฺเทโส วตฺตเต’ติ โจภยมิกฺขเต, อิตฺถิยนฺติ นิทฺเทสสฺส คุณิปฺปธานตฺตํ สาเธตุํ ‘อิตฺถตฺตวติ หิ อาปฺปจฺจยาทโย’ติอาห, ตเตฺรตีมสฺสาสงฺขฺยสฺส สาลายํ วตฺตนโต อาห- ‘อิตฺถตฺตวติ จา’ติ, อยมฺปสิทฺธิรูเปน น วตฺตเตติ สมฺพนฺโธ, ยทิ อยมฺปสิทฺธิรูเปน วตฺตเต, กุโต จรหิ อิตฺถตฺตาวสาโยตฺยาห- ‘อิตฺถตฺตาวสาโย’จฺจาทิ. อิทานิ ชินินฺทพุทฺธิวจนมานีย ตสฺสา ยุตฺตตฺตมุพฺภาวยิตุมาห- ‘โยปฺยาหิ’จฺจาทิ, ยทีปิจฺจาทิ ชินินฺทพุทฺธิวจนํ, ตสฺสาติ อิตฺถตฺตสฺส, ปทตฺโถ จ อิตฺถตฺตํ สิยาติ โยปฺยาเหติ สมฺพนฺโธ, คมฺมมานตฺถตฺตา อิติสทฺทาปฺปโยโค, ตสฺสายุตฺตนฺติ ตสฺเสวํ วาทิโน ชินินฺทพุทฺธิโน วจนมยุตฺตํตฺยตฺโถ, กุโตจฺจาห- ‘เอวํ หิ’จฺจาทิ, ยทิ อิตฺถตฺตสฺส วากฺยตฺถตา อิตฺถิปฺปจฺจยนิวตฺติกตา, เอวํ สติ สาลายมิจฺจาทิสทฺทนฺตราเปกฺขา อิตฺถตฺตปฺปตีติ ตเตฺรตฺยาทีสุ สิยาติ อตฺโถ, เนว ตถา ปตียตีติ ภาโว, วุตฺตเมวตฺถํ ผุฏยิตุมาห- ‘ตถาหิ’จฺจาทิ, อวิทฺทสุอยนฺติ ทิฏฺฐนฺโต ปญฺญาโส, อวิทฺทสุ อยนฺติ อุภยตฺราปฺยเตฺรกวจนสิสฺส นิวตฺติยา กตํ ยเมกตฺตํ, ตํ สทฺทนฺตราทฺยนเปกฺขเมว ปตียเตตฺยตฺโถ, อิตฺถตฺต วุตฺตินา สาลาทิสทฺเทน สามานาธิกรณฺยํ ตเตฺรเตฺยตสฺสาติ เอตาวตา อาปฺปจฺจโย อุปฺปชฺชตีติ จ น สกฺกา วตฺตุนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห-‘สมานาธิกรณตฺตมฺปิ’จฺจาทิ, สมานาธิกรณตฺตมฺปีติ (อิตฺถิ) วุตฺตินา สาลาทิสทฺเทน สามานาธิกรณฺยมฺปิ, อาปฺปจฺจยาทีนํ นางฺคนฺติ สมฺพนฺโธ.