๑๔. สตฺตธี
วจนผลมุปทสฺเสติ‘ยตฺเถ’จฺจาทินา, ยตฺถ ยสฺมึ ‘‘สโร โลโป สเร’’ตฺยาทิเก สุตฺเต, สตฺตมิยาติ ‘สเร’ติอาทินา สตฺตมิยา, ยสฺสาติ สโรติอาทินา นิทฺทิฏฺฐสฺส, การิยํ โลปาทิ, สมฺพนฺธา วิเสสาติ สเรตฺยาโท โอปสิเลสิกมธิกรณํ, ตญฺโจปสิเลเส ภวมธิกรณํ ปุพฺพสฺส วา ปรํ สิยา ปรสฺส วา ปุพฺพนฺติ ปุพฺพปโรปสิ เลสสฺสาวิสิฏฺฐตฺตา ปุพฺพปรานํ สมฺพนฺธสฺส อวิเสสา, ปรสฺสาปีติ น เกวลํ ปุพฺพสฺเสว, สตีตฺยสฺมึ อตฺเถ โชตนีเย สตฺตมี สํสตฺตมี สนฺตสทฺทสฺส สมาเทเสน, สตฺตญฺเจตฺยาทิวจนเมวํ สติ ฆฏเต, สนฺติ วา สนฺตสทฺทตฺเถ ปาทิ, สุตฺเต อวุตฺเตปิ วุตฺติยํ ‘นิทฺเทเส’ติ วจเน การณมาห-สตฺตญฺจา’ติอาทิ, นิทฺเทสมนฺตเรน สตฺตํ น สมฺภวตีติ สมฺพนฺโธ, สตฺตมิยา นิทฺเทเส สติเยว ตํ สมฺพนฺธาย สตฺตาย สมฺภโว, อญฺญถา กิมญฺญนฺตสฺสา ปติฏฺฐาติ อธิปฺปาโย, ปุพฺพสทฺทสฺส สมฺพนฺธิสทฺทตฺตา กินฺนิสฺสาย ปุพฺพตฺตมิจฺจาห-‘สตฺตมิ’จฺจาทิ, ตนฺติ ‘‘สโร โลโป สเร’’ติ สุตฺตํ, อุการสฺสาติ ‘เวฬุ’อิจฺจตฺร อุการสฺส, ปุพฺพสฺส…เป… กริตฺวา ตํมนสิกตญฺโจทนํ ทสฺเสตุมาห-‘ตมห’นฺติ จฺจาทิติ เอวเมตฺถ สาชฺฌาหาโร สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปุพฺพสฺสาติ สตฺตมี นิทฺทิฏฺฐโต ปุพฺพสฺส, อนนฺตรสฺสาติ อพฺยวหิตสฺส, วุตฺตํ กิญฺจิ นตฺถีติ สมฺพนฺโธ, อยมธิปฺปาโย ‘‘ตสฺมินฺติ นิทฺทิฏฺเฐ ปุพฺพสฺสา’’ติ (๑-๑-๖๖) ปาณินิยวจเน ‘‘ทิสิรยมุจฺจารณกฺริโย นิสทฺโทปฺยย มิห เนรนฺตริยํ โชเตติ, ตตฺถ‘นิรนฺตรํ ทิฏฺโฐ’ติ ปาทิสมาเส กเต ผุฏเมวานนฺตรมุจฺจาริเตตฺยมตฺโถ-วคมฺยเตติ ‘‘ปุพฺพสทฺทสฺส พฺยวหิเตปิ ปโยคทสฺสเน พฺยวหิเตปิ การิยํ ปปฺโปตี’’ติ ภสฺสการาทโย วณฺเณนฺติ, อิห ตาทิสวจนาภาเวน วณฺณาทิ พฺยวธาเนปิ สิยา’’ติ, สเรจฺจาทิปริหารวจเน-ธิปฺปาย มุพฺภาวยติ ‘ยทิปิ’จฺจาทินา, มถุราย ปาฏลิปุตฺตกสฺส จานฺตราเฬ คามาทีนํ สพฺภาวา พฺยวธาเนปิ ปุพฺพสทฺทสฺส ปวตฺติยา ทิฏฺฐนฺตมาห-‘มถุรา’ อิจฺจาทิ, ยสฺมา สเรติ โอปสิเลสิกาธาเร สตฺตมฺยนฺตํ ปทํ, ตสฺมา พฺยวธาเน สรโลโป น โหตีติ เอวํ สงฺเขปพฺยาขฺยาเนน วุตฺติย มตฺโถ เวทิตพฺโพ, น เกวลํ สเรติ เอตฺเถวาติ อาห- ‘การิเย’จฺจาทิ, โอปสิเลสิเกเยวาธาเร ภวตีติ เสโส, การณมาห-‘วตฺติจฺฉานฺหวิธานโต สทฺทสฺสา’ติ, วตฺตุโน ยา อิจฺฉา วจนิจฺฉา ตสฺสา อนุตูเลน วิธานโต อตฺถสฺส กถนโตติ อตฺโถ,เยน หิ ยมตฺถํ วตฺตาติธาตุมิจฺฉติ สตีปฺยภิธานสา มตฺถิเย น ตโต-ญฺญมตฺถํ สทฺโทภิทธาตีตฺยธิปฺปาโย, วตฺติจฺฉา วสาเย การณมาห’วตฺติจฺฉาปิ’จฺจาทิ, วตฺตุโน สุตฺตการสฺส อิจฺฉา วตฺติจฺฉา, กถมุปเทสโต วตฺติจฺฉา-วสียเต’ กถญฺจ สามตฺถิยโตติ อาสงฺกิย ตมุปทสฺเสตุมาห-‘อโตเจตฺยาทิ, อโต วกฺขมานการณา อุปเทสโต วสียเตติ สมฺพนฺโธ, กินฺตํ การณ มิจฺจาห-‘ยสฺมา’อิจฺจาทิ, อนฺวยสทฺเทเนตฺถ คุรุปารมฺปริโย-ปเทโส วิวจฺฉิโต, ยสฺมา การณา อนฺวโย คุรุปารมฺปริโย ปเทโส คุรุกุลมุปคมฺม ปญฺหกรณาทินา อนฺวิจฺฉียเต คเวสียติ, อโต การณา คุรุปรมฺปรา คตอุปเทสโต วสียโตติ อตฺโถ, สามตฺถิยโต-วสายปฺปฏิปาทยิตุมาห- ‘สามตฺถิยมฺปิ’จฺจาทิ, สามตฺถิยมฺปิ วุจฺจเตติเสโส, ลฆุโนปาเยน สทฺทานมุปลกฺขเณ ปวตฺตีติ พฺยวหิตนิวตฺติยา วจนนฺตรก-รณมนุปนฺนํ, อุปปนฺนํ วจนนฺตรกรณํ, ตสฺส จ โอปสิเลสิกาธาร มนฺตเรน อญฺญถานุปปตฺติยา อาธารวิเสสปฺปฏิปฺปตฺตีติ อิทเมตฺถ สามตฺถิยํ, อาธารนฺตเรจฺจาทินา ยถาวุตฺตํ สามตฺถิยํ วิภาเวติ, อาธารนฺตเรปีติ สพฺพตฺถ ปาโฐ ทิสฺสติ, ปสงฺคาภาวโต อตฺถนฺต-เรนาปิ อาธารนฺตเรปิ โอปสิเลสิกาธาเรปิ วจนนฺตรปฺปสงฺโค สิยาติ สมฺพนฺธสมฺภวา โอปสิเลสิกาธารนิสฺสยเนปิ อานิสํโส น ทิสฺสตีติ สมุจฺจยตฺเถนาปิ นตฺถิ ปโยชนนฺติ วชฺเชตพฺโพ ยมฺปิ สทฺโทติ, นนุ กิเมวํ วณฺณียเต ปุพฺพสฺเสเวติ วจน เมโวปสิเลสิกมธิกรณํ วิญฺญาปยติ… ตตฺเถว ปุพฺพปรตฺต สมฺภวาติ โยมญฺญเต, ตสฺเสสา กปฺปนา น สงฺคตาติ ทสฺเสตุมาห-‘ปุพฺพสฺสาติ’จฺจาทิ, อยุตฺตตฺเต การณมาห-‘สามีปิเกปิ ตสฺส สมฺภวา’ติ, ‘คงฺคายํ โฆโส’ติ วุตฺเต โฆโส คงฺคายํ ปุพฺโพ วา ปโร เวติ คมฺมมานตฺตา สามีปิเกปฺยธิกรเณ ปุพฺพปรตฺตสฺส สมฺภวาติ อตฺโถ, เอตาววุจฺจเตติ ปุพฺพสฺเสว โหติ น ปรสฺสาติ เอตฺตกเมว วุจฺจเต, ตถาจ วกฺขติ-‘กินฺต’นฺติอาทิ, อธิกํ พฺยวหิตนิวุตฺยาทิ น วุจฺจเตติ สมฺพนฺโธ, อาทิสทฺเทเนตฺถ ฉฏฺฐีปกปฺปนา คหิตา, ฉฏฺฐีปกปฺปนาปิ สามตฺติยา กตาติ สมฺพนฺโธ, ปกปฺปนํ ปกปฺปนาวิธานํ, เอวํ มญฺญเต ‘ปาณินิยา ‘‘ฉฏฺฐีฏฺฐาเนโยคา’’ตฺยโต (๑-๑-๔๙) ‘‘ตสฺมินฺติ นิทฺทิฏฺเฐ ปุพฺพสฺส’’ (๑-๑-๖๖) ‘‘ตสฺมา ตฺยุตฺตรสฺส’’ อิติ (๑-๑-๖๗) ปริภาสาสุตฺตทฺวเย ฉฏฺฐีคหณมนุวตฺติย ‘ตสฺมินฺติ นิทฺทิฏฺเฐ ปุพฺพสฺส ฉฏฺฐี’ ‘ตสฺมาตฺยุตฺตรสฺส ฉฏฺฐี [นิทฺทิฏฺเฐ ปุพฺพสฺส ฉฏฺฐีติ ปุพฺพสฺส การิยิตฺตปฏิปาทนโยคฺโค ฉฏฺฐี ตพฺโพธกปเท ภวติตฺยตฺโถ, เอว ธุตฺตรสฺเสตุ วิ. อุชฺโชตฏีกา] ติ ฉฏฺฐีปกปฺปนํ ปฏิปาเทนฺติ ‘ยสฺมึ สุตฺเต ฉฏฺฐีนิทฺเทโส นตฺถิ, ตตฺถ ฉฏฺฐีปกปฺปนายถา สิยา’ติ, อิธ ปน วจนนฺตราภาเวปิ ยตฺถ ฉฏฺฐีนิทฺเทโส นตฺถิ, ตตฺถ สามตฺถิเยเนว ฉฏฺฐีปกปฺปนา สิทฺธา’ติ, สามตฺถิยมุปทสฺเสติ ‘สตฺตมีนิทฺเทเส’จฺจาทินา, อญฺญวิภตฺตินิทฺทิฏฺโฐปิ ปฏิปชฺชเตติ สมฺพนฺโธ, การิยโย คนฺติ การิยสมฺพนฺธํ, ยถา ‘‘วคฺเค วคฺคนฺโต’’ติ เอตฺถานุวตฺตมานํ นิคฺคหีต’นฺติทํ ฉฏฺฐียนฺตํ วิญฺญายเต, กถํ วคฺเคเตสา สตฺตมฺยกตตฺถา ‘‘นิคฺคหีต’’นฺติ (๑-๓๘) ปุพฺพสุตฺเต กตตฺถตาย ปฐมา วิภตฺติยา ฉฏฺฐีวิภตฺติมฺปกปฺเปติ สตฺตมิยํ ปุพฺพสฺเส’ติ ตเถตฺยวคนฺตพฺพํ. เอตาว วุจฺจเตติ วุตฺเต อิทนฺติ น วิญฺญายเตติ อาห ‘กินฺต’นฺติอาทิ, ยทาหิจฺจาทินา ปริยายปสงฺคกฺกมํ ทสฺเสติ. กิมิทมุจฺจเต ปริยายปฺปสงฺเค นิยมตฺถํ วจนนฺติ นนุ ปุพฺพปรานํ ยุคปทุปฺปตฺติย มาจริยวจนปฺปมาเณนาปฺปฏิปตฺติยํ วิชฺฌนตฺถํ วจนนฺติ กสฺมา โนจฺจ เตจฺจาห- ‘ยุคปทุปสิลิฏฺฐาน’นฺตฺยาทิ, ยุคปทุปสิลิฏฺฐานมสมฺภโวติ สมฺพนฺโธ, กุโตจฺจาห-‘อปรสฺสูปสิเลสิกสฺสาภาวโต’ติ, อโตติ ยุคปทุภินฺนมฺปตฺติยา อภาวโต, วจนํ ‘‘สโร โลปาสเร’’จฺจาทิกํ (๑-๒๖) สุตฺตํ.