๓. เทฺวเทฺว

เตติ’อาโท’ติ สตฺตมฺยนฺตตฺตา อปเร เทฺว ปรามสติ, เหฏฺฐา วิยาติ เหฏฺฐา วุตฺตํ อตฺถวสา วิภตฺติวิปริณามํ อุปเมติ, อโตว วิญฺญายมานตฺถวเสน เตสุ’ติ วุตฺตํ, เตสุติ ปน นิทฺธารณตฺตวิวจฺฉายํ ตมฺปิ สมฺภวตีติ เตสํ วณฺณานํ มชฺเฌ เทฺวเทฺวติ ทฺวิสงฺขฺยาย นิทฺธารณตฺโถปิ เวทิตพฺโพ, วิจฺฉายํ วุตฺติ ยสฺส โส วิจฺฉาวุตฺติ-ทฺวิสทฺโท, วิจฺฉาวุตฺติตา จาสฺส สวณฺณตฺตคุเณน ทฺวินฺนํ (‘พฺยาปิตุ) มิฏฺฐตฺตา, กเมนาวฏฺฐิเตติ อิมินา อการาทิวณฺณปฺปพนฺธสฺส อนาทิกาลสิทฺธํ กมสิทฺธตฺตมาห. นนุ สมานา วณฺณา สวณฺณาตฺยนฺวตฺเถ สวณฺณสทฺเท สติ กตํ รสฺสทีฆานํ สวณฺณสญฺญา สิยา… อสมานตฺตา เอเตสนฺติ, เนตทตฺถิวณฺณปฺปพนฺธสฺส กมสิทฺธตฺตา วจนพเลเนวาสมานานมฺปิ โหเตวาติ, เนวมฺปิ วตฺตุํ ยุตฺตํ‘‘เทฺวเทฺว สวณฺณา’’ติ สุตฺตสฺส ตาทิสสามตฺถิยสพฺภาเว [สพฺภาเวน (โปตฺถเก)] วิเสสการณาภาวาติ อาห‘สมานตฺตมฺปนา’ติอาทิ. ติฏฺฐนฺติ เอตฺถ วณฺณา จิตฺตชตฺเตปิ อภิพฺยตฺติ วเสนาติ ฐานํ กณฺฐาทิ, เตน กตนฺติ สมาโส, กณฺฐตาตุ อิติ จตฺเต ปาณฺยงฺคตฺตา นปุํสกตฺตํ. ปญฺจเมหิ วคฺคปญฺจเมหิ. อนฺตฏฺฐากีติ วคฺคานมนฺเต ติฏฺฐนฺตีติ อนฺตฏฺฐา, ตาหิ, ยุตฺตสฺสาติ พฺรหฺมจริยา, คุยฺห’นฺติอาทีสุ ยุตฺตสฺส. เกจีติ อนิยเมน วุตฺตํ, เต ปน–

‘‘หกาโร ปญฺจเมเหว, อนฺตฏฺฐาหิ จ สํยุโต;

โอรโส อิติ วิญฺเญยฺโย, กณฺฐโช ตทสํยุโต’’ติ วทนฺติ.