๘. เทวาสุรสงฺคามสุตฺตํ
๓๙. ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห [สมุปพฺพูโฬฺห (สี. ปี.)] อโหสิ. ตสฺมึ โข ปน, ภิกฺขเว, สงฺคาเม อสุรา ชินึสุ, เทวา ปราชยึสุ [ปราชิยึสุ (สี. สฺยา. ก.)]. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, เทวา [เทวา ภีตา (ปี.)] อปยึสุเยว [อปยํเสฺวว (สี.)] อุตฺตเรนาภิมุขา, อภิยึสุ [อภิยํสุ (สี.)] อสุรา. อถ โข, ภิกฺขเว, เทวานํ เอตทโหสิ – ‘อภิยนฺเตว โข อสุรา. ยํนูน มยํ ทุติยมฺปิ อสุเรหิ สงฺคาเมยฺยามา’ติ. ทุติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, เทวา อสุเรหิ สงฺคาเมสุํ. ทุติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อสุราว ชินึสุ, เทวา ปราชยึสุ. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, เทวา อปยึสุเยว อุตฺตเรนาภิมุขา, อภิยึสุ อสุรา’’.
อถ โข, ภิกฺขเว, เทวานํ เอตทโหสิ – ‘อภิยนฺเตว โข อสุรา. ยํนูน มยํ ตติยมฺปิ อสุเรหิ สงฺคาเมยฺยามา’ติ. ตติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, เทวา อสุเรหิ สงฺคาเมสุํ. ตติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อสุราว ชินึสุ, เทวา ปราชยึสุ. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, เทวา ภีตา เทวปุรํเยว ปวิสึสุ. เทวปุรคตานญฺจ ปน [ปุน (ก.)], ภิกฺขเว, เทวานํ เอตทโหสิ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ มยํ เอตรหิ อตฺตนา วิหราม อกรณียา อสุเรหี’ติ. อสุรานมฺปิ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ เทวา เอตรหิ อตฺตนา วิหรนฺติ อกรณียา อเมฺหหี’ติ.
‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ. ตสฺมึ โข ปน, ภิกฺขเว, สงฺคาเม เทวา ชินึสุ, อสุรา ปราชยึสุ. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, อสุรา อปยึสุเยว ทกฺขิเณนาภิมุขา, อภิยึสุ เทวา. อถ โข, ภิกฺขเว, อสุรานํ เอตทโหสิ – ‘อภิยนฺเตว โข เทวา. ยํนูน มยํ ทุติยมฺปิ เทเวหิ สงฺคาเมยฺยามา’ติ. ทุติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อสุรา เทเวหิ สงฺคาเมสุํ. ทุติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, เทวา ชินึสุ, อสุรา ปราชยึสุ. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, อสุรา อปยึสุเยว ทกฺขิเณนาภิมุขา, อภิยึสุ เทวา’’.
อถ โข, ภิกฺขเว, อสุรานํ เอตทโหสิ – ‘อภิยนฺเตว โข เทวา. ยํนูน มยํ ตติยมฺปิ เทเวหิ สงฺคาเมยฺยามา’ติ. ตติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อสุรา เทเวหิ สงฺคาเมสุํ. ตติยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, เทวา ชินึสุ, อสุรา ปราชยึสุ. ปราชิตา จ, ภิกฺขเว, อสุรา ภีตา อสุรปุรํเยว ปวิสึสุ. อสุรปุรคตานญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อสุรานํ เอตทโหสิ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ มยํ เอตรหิ อตฺตนา วิหราม อกรณียา เทเวหี’ติ. เทวานมฺปิ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ อสุรา เอตรหิ อตฺตนา วิหรนฺติ อกรณียา อเมฺหหี’ติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุสฺส เอวํ โหติ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานาหํ เอตรหิ อตฺตนา วิหรามิ อกรณีโย มารสฺสา’ติ. มารสฺสาปิ, ภิกฺขเว, ปาปิมโต เอวํ โหติ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ ภิกฺขุ เอตรหิ อตฺตนา วิหรติ อกรณีโย มยฺห’’’นฺติ.
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา…เป… ทุติยํ ฌานํ… ตติยํ ฌานํ… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุสฺส เอวํ โหติ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานาหํ เอตรหิ อตฺตนา วิหรามิ อกรณีโย มารสฺสา’ติ. มารสฺสาปิ, ภิกฺขเว, ปาปิมโต เอวํ โหติ – ‘ภีรุตฺตานคเตน โข ทานิ ภิกฺขุ เอตรหิ อตฺตนา วิหรติ, อกรณีโย มยฺห’’’นฺติ.
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา ‘อนนฺโต อากาโส’ติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘ภิกฺขุ อนฺตมกาสิ มารํ, อปทํ วธิตฺวา มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต ติณฺโณ โลเก วิสตฺติก’’’นฺติ.
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุ สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘อนนฺตํ วิญฺญาณ’นฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ… สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ… สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ… สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘ภิกฺขุ อนฺตมกาสิ มารํ, อปทํ วธิตฺวา มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต ติณฺโณ โลเก วิสตฺติก’’’นฺติ. อฏฺฐมํ.