๘. นวงฺคุโปสถสุตฺตํ

๑๘. ‘‘นวหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต อุโปสโถ อุปวุตฺโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร. กถํ อุปวุตฺโถ จ, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคโต อุโปสโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘ยาวชีวํ อรหนฺโต ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา นิหิตทณฺฑา นิหิตสตฺถา ลชฺชี ทยาปนฺนา สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปิโน วิหรนฺติ; อหมฺปชฺช อิมญฺจ รตฺตึ อิมญฺจ ทิวสํ ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรามิ. อิมินาปงฺเคน [อิมินาปิ องฺเคน (ก. สี.)] อรหตํ อนุกโรมิ; อุโปสโถ จ เม อุปวุตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ. อิมินา ปฐเมน องฺเคน สมนฺนาคโต โหติ…เป. ….

‘‘‘ยาวชีวํ อรหนฺโต อุจฺจาสยนมหาสยนํ ปหาย อุจฺจาสยนมหาสยนา ปฏิวิรตา นีจเสยฺยํ กปฺเปนฺติ – มญฺจเก วา ติณสนฺถารเก วา; อหมฺปชฺช อิมญฺจ รตฺตึ อิมญฺจ ทิวสํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ ปหาย อุจฺจาสยนมหาสยนา ปฏิวิรโต นีจเสยฺยํ กปฺเปมิ – มญฺจเก วา ติณสนฺถารเก วา. อิมินาปงฺเคน อรหตํ อนุกโรมิ; อุโปสโถ จ เม อุปวุตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ. อิมินา อฏฺฐเมน องฺเคน สมนฺนาคโต โหติ.

‘‘เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน [อพฺยาปชฺเฌน (ก.), อพฺยาพชฺเฌน (?)] ผริตฺวา วิหรติ. อิมินา นวเมน องฺเคน สมนฺนาคโต โหติ. เอวํ อุปวุตฺโถ โข, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคโต อุโปสโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร’’ติ. อฏฺฐมํ.