๑๐. เวลามสุตฺตํ

๒๐. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ –

‘‘อปิ นุ เต, คหปติ, กุเล ทานํ ทียตี’’ติ? ‘‘ทียติ เม, ภนฺเต, กุเล ทานํ; ตญฺจ โข ลูขํ กณาชกํ พิฬงฺคทุติย’’นฺติ. ‘‘ลูขญฺเจปิ [ลูขํ วาปิ (สฺยา.), ลูขญฺจาปิ (ก.)], คหปติ, ทานํ เทติ ปณีตํ วา; ตญฺจ อสกฺกจฺจํ เทติ, อจิตฺตีกตฺวา [อจิตฺตึ กตฺวา (ก.), อปจิตฺตึ กตฺวา (สฺยา.), อจิตฺติกตฺวา (ปี.)] เทติ, อสหตฺถา เทติ, อปวิทฺธํ [อปวิฏฺฐํ (สฺยา.)] เทติ, อนาคมนทิฏฺฐิโก เทติ. ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ, น อุฬาราย ภตฺตโภคาย จิตฺตํ นมติ, น อุฬาราย วตฺถโภคาย จิตฺตํ นมติ, น อุฬาราย ยานโภคาย จิตฺตํ นมติ, น อุฬาเรสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ โภคาย จิตฺตํ นมติ. เยปิสฺส เต โหนฺติ ปุตฺตาติ วา ทาราติ วา ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ น สุสฺสูสนฺติ น โสตํ โอทหนฺติ น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? เอวเญฺหตํ [เอวญฺเจตํ (สฺยา. ก.)], คหปติ, โหติ อสกฺกจฺจํ กตานํ กมฺมานํ วิปาโก’’.

‘‘ลูขญฺเจปิ, คหปติ, ทานํ เทติ ปณีตํ วา; ตญฺจ สกฺกจฺจํ เทติ, จิตฺตีกตฺวา เทติ, สหตฺถา เทติ, อนปวิทฺธํ เทติ, อาคมนทิฏฺฐิโก เทติ. ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ, อุฬาราย ภตฺตโภคาย จิตฺตํ นมติ, อุฬาราย วตฺถโภคาย จิตฺตํ นมติ, อุฬาราย ยานโภคาย จิตฺตํ นมติ, อุฬาเรสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ โภคาย จิตฺตํ นมติ. เยปิสฺส เต โหนฺติ ปุตฺตาติ วา ทาราติ วา ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ สุสฺสูสนฺติ โสตํ โอทหนฺติ อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? เอวเญฺหตํ, คหปติ, โหติ สกฺกจฺจํ กตานํ กมฺมานํ วิปาโก.

‘‘ภูตปุพฺพํ, คหปติ, เวลาโม นาม พฺราหฺมโณ อโหสิ. โส เอวรูปํ ทานํ อทาสิ มหาทานํ. จตุราสีติ สุวณฺณปาติสหสฺสานิ อทาสิ รูปิยปูรานิ, จตุราสีติ รูปิยปาติสหสฺสานิ อทาสิ สุวณฺณปูรานิ, จตุราสีติ กํสปาติสหสฺสานิ อทาสิ หิรญฺญปูรานิ, จตุราสีติ หตฺถิสหสฺสานิ อทาสิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฺปฏิจฺฉนฺนานิ [เหมชาลสญฺฉนฺนานิ (สี. ปี.)], จตุราสีติ รถสหสฺสานิ อทาสิ สีหจมฺมปริวารานิ พฺยคฺฆจมฺมปริวารานิ ทีปิจมฺมปริวารานิ ปณฺฑุกมฺพลปริวารานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฺปฏิจฺฉนฺนานิ, จตุราสีติ เธนุสหสฺสานิ อทาสิ ทุกูลสนฺธนานิ [ทุกูลสนฺทสฺสนานิ (สี.), ทุกูลสณฺฐนานิ (สฺยา.), ทุกูลสนฺถนานิ (ปี.), ทุหสนฺทนานิ (ที. นิ. ๒.๒๖๓), ทุกูลสนฺทนานิ (ตตฺถ ปาฐนฺตรํ)] กํสูปธารณานิ, จตุราสีติ กญฺญาสหสฺสานิ อทาสิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลาโย [อามุกฺกมณิกุณฺฑลาโย (?)], จตุราสีติ ปลฺลงฺกสหสฺสานิ อทาสิ โคนกตฺถตานิ ปฏิกตฺถตานิ ปฏลิกตฺถตานิ กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณานิ สอุตฺตรจฺฉทานิ อุภโตโลหิตกูปธานานิ, จตุราสีติ วตฺถโกฏิสหสฺสานิ อทาสิ โขมสุขุมานํ โกเสยฺยสุขุมานํ กมฺพลสุขุมานํ กปฺปาสิกสุขุมานํ, โก ปน วาโท อนฺนสฺส ปานสฺส ขชฺชสฺส โภชฺชสฺส เลยฺยสฺส เปยฺยสฺส, นชฺโช มญฺเญ วิสฺสนฺทนฺติ [วิสฺสนฺทติ (สี. ปี.)].

‘‘สิยา โข ปน เต, คหปติ, เอวมสฺส – ‘อญฺโญ นูน เตน สมเยน เวลาโม พฺราหฺมโณ อโหสิ, โส [โย (?)] ตํ ทานํ อทาสิ มหาทาน’นฺติ. น โข ปเนตํ, คหปติ, เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. อหํ เตน สมเยน เวลาโม พฺราหฺมโณ อโหสึ. อหํ ตํ ทานํ อทาสึ มหาทานํ. ตสฺมึ โข ปน, คหปติ, ทาเน น โกจิ ทกฺขิเณยฺโย อโหสิ, น ตํ โกจิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘ยํ, คหปติ, เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ, โย เจกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ.

( ) [(ยญฺจ คหปติ เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ) (สี. ปี.)] ‘‘โย จ สตํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ โภเชยฺย, โย เจกํ สกทาคามึ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ.

( ) [(ยญฺจ คหปติ เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ) (สี. ปี.)] ‘‘โย จ สตํ สกทาคามีนํ โภเชยฺย, โย เจกํ อนาคามึ โภเชยฺย…เป… โย จ สตํ อนาคามีนํ โภเชยฺย, โย เจกํ อรหนฺตํ โภเชยฺย… โย จ สตํ อรหนฺตานํ โภเชยฺย, โย เจกํ ปจฺเจกพุทฺธํ โภเชยฺย … โย จ สตํ ปจฺเจกพุทฺธานํ โภเชยฺย, โย จ ตถาคตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ โภเชยฺย… โย จ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ โภเชยฺย… โย จ จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหารํ การาเปยฺย… โย จ ปสนฺนจิตฺโต พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ สรณํ คจฺเฉยฺย… โย จ ปสนฺนจิตฺโต สิกฺขาปทานิ สมาทิเยยฺย – ปาณาติปาตา เวรมณึ, อทินฺนาทานา เวรมณึ, กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณึ, มุสาวาทา เวรมณึ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณึ, โย จ อนฺตมโส คนฺโธหนมตฺตมฺปิ [คนฺธูหนมตฺตมฺปิ (สี.), คทฺทูหนมตฺตมฺปิ (สฺยา. ปี.) ม. นิ. ๓.๒๑๑] เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, ( ) [(โย จ อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ อนิจฺจสญฺญํ ภาเวยฺย) (ก.)] อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ.

‘‘ยญฺจ, คหปติ, เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ, โย เจกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย… โย จ สตํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ โภเชยฺย, โย เจกํ สกทาคามึ โภเชยฺย… โย จ สตํ สกทาคามีนํ โภเชยฺย, โย เจกํ อนาคามึ โภเชยฺย… โย จ สตํ อนาคามีนํ โภเชยฺย, โย เจกํ อรหนฺตํ โภเชยฺย… โย จ สตํ อรหนฺตานํ โภเชยฺย, โย เจกํ ปจฺเจกพุทฺธํ โภเชยฺย… โย จ สตํ ปจฺเจกพุทฺธานํ โภเชยฺย, โย จ ตถาคตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ โภเชยฺย… โย จ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ โภเชยฺย, โย จ จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหารํ การาเปยฺย… โย จ ปสนฺนจิตฺโต พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ สรณํ คจฺเฉยฺย, โย จ ปสนฺนจิตฺโต สิกฺขาปทานิ สมาทิเยยฺย – ปาณาติปาตา เวรมณึ… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณึ, โย จ อนฺตมโส คนฺโธหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, โย จ อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ อนิจฺจสญฺญํ ภาเวยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตร’’นฺติ. ทสมํ.

สีหนาทวคฺโค ทุติโย.