๔. นนฺทกสุตฺตํ

๔. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา นนฺทโก อุปฏฺฐานสาลายํ ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา พหิทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐาสิ กถาปริโยสานํ อาคมยมาโน. อถ โข ภควา กถาปริโยสานํ วิทิตฺวา อุกฺกาเสตฺวา อคฺคฬํ อาโกเฏสิ. วิวรึสุ โข เต ภิกฺขู ภควโต ทฺวารํ.

อถ โข ภควา อุปฏฺฐานสาลํ ปวิสิตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ นนฺทกํ เอตทโวจ – ‘‘ทีโฆ โข ตฺยายํ, นนฺทก, ธมฺมปริยาโย ภิกฺขูนํ ปฏิภาสิ. อปิ เม ปิฏฺฐิ อาคิลายติ พหิทฺวารโกฏฺฐเก ฐิตสฺส กถาปริโยสานํ อาคมยมานสฺสา’’ติ.

เอวํ วุตฺเต อายสฺมา นนฺทโก สารชฺชมานรูโป ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘น โข ปน มยํ, ภนฺเต, ชานาม ‘ภควา พหิทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต’ติ. สเจ หิ มยํ, ภนฺเต, ชาเนยฺยาม ‘ภควา พหิทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต’ติ, เอตฺตกมฺปิ ( ) [(ธมฺมํ) กตฺถจิ] โน นปฺปฏิภาเสยฺยา’’ติ.

อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ นนฺทกํ สารชฺชมานรูปํ วิทิตฺวา อายสฺมนฺตํ นนฺทกํ เอตทโวจ – ‘‘สาธุ, สาธุ, นนฺทก! เอตํ โข, นนฺทก, ตุมฺหากํ ปติรูปํ กุลปุตฺตานํ สทฺธาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตานํ, ยํ ตุเมฺห ธมฺมิยา กถาย สนฺนิสีเทยฺยาถ. สนฺนิปติตานํ โว, นนฺทก, ทฺวยํ กรณียํ – ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว. [อ. นิ. ๘.๗๑; ๙.๑] สทฺโธ จ, นนฺทก, ภิกฺขุ โหติ, โน จ สีลวา. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ – ‘กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ สีลวา จา’ติ. ยโต จ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ, เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหติ.

‘‘สทฺโธ จ, นนฺทก, ภิกฺขุ โหติ สีลวา จ, โน จ ลาภี อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ – ‘กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺสา’ติ. ยโต จ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหติ.

‘‘สทฺโธ จ, นนฺทก, ภิกฺขุ โหติ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, น ลาภี อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เสยฺยถาปิ, นนฺทก, ปาณโก จตุปฺปาทโก อสฺส. ตสฺส เอโก ปาโท โอมโก ลามโก. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร อสฺส. เอวเมวํ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, น ลาภี อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ – ‘กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส ลาภี จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนายา’’’ติ.

‘‘ยโต จ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส ลาภี จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย, เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหตี’’ติ. อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสิ.

อถ โข อายสฺมา นนฺทโก อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิทานิ, อาวุโส, ภควา จตูหิ ปเทหิ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปวิฏฺโฐ – ‘สทฺโธ จ, นนฺทก, ภิกฺขุ โหติ, โน จ สีลวา. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ – กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ สีลวา จา’ติ. ยโต จ โข นนฺทก ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ, เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหติ. สทฺโธ จ นนฺทก ภิกฺขุ โหติ สีลวา จ, โน จ ลาภี อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส…เป… ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, น ลาภี อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย, เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เสยฺยถาปิ นนฺทก ปาณโก จตุปฺปาทโก อสฺส, ตสฺส เอโก ปาโท โอมโก ลามโก, เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร อสฺส. เอวเมวํ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ, ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, น ลาภี อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย, เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ, เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ ‘กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ สีลวา จ, ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส, ลาภี จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนายา’ติ. ยโต จ โข, นนฺทก, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ สีลวา จ ลาภี จ อชฺฌตฺตํ เจโตสมาธิสฺส ลาภี จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย, เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหตี’’ติ.

‘‘ปญฺจิเม, อาวุโส, อานิสํสา กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย. กตเม ปญฺจ? อิธาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ยถา ยถา, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตถา ตถา โส สตฺถุ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ. อยํ, อาวุโส, ปฐโม อานิสํโส กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย.

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ยถา ยถา, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฺปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฺปฏิสํเวที จ. อยํ, อาวุโส, ทุติโย อานิสํโส กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย.

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ยถา ยถา, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม คมฺภีรํ อตฺถปทํ ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ. อยํ, อาวุโส, ตติโย อานิสํโส กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย.

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ยถา ยถา, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตถา ตถา นํ สพฺรหฺมจารี อุตฺตริ สมฺภาเวนฺติ – ‘อทฺธา อยมายสฺมา ปตฺโต วา ปชฺชติ วา’. อยํ, อาวุโส, จตุตฺโถ อานิสํโส กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย.

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ยถา ยถา, อาวุโส, ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตตฺถ เย โข ภิกฺขู เสขา อปฺปตฺตมานสา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมานา วิหรนฺติ, เต ตํ ธมฺมํ สุตฺวา วีริยํ อารภนฺติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เย ปน ตตฺถ ภิกฺขู อรหนฺโต ขีณาสวา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสํโยชนา สมฺมทญฺญาวิมุตฺตา, เต ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํเยว อนุยุตฺตา วิหรนฺติ. อยํ, อาวุโส, ปญฺจโม อานิสํโส กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉาย. อิเม โข, อาวุโส, ปญฺจ อานิสํสา กาเลน ธมฺมสฺสวเน กาเลน ธมฺมสากจฺฉายา’’ติ. จตุตฺถํ.