๖. ยสสุตฺตํ

๘๖. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน อิจฺฉานงฺคลํ นาม โกสลานํ พฺราหฺมณคาโม ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. อสฺโสสุํ โข อิจฺฉานงฺคลกา พฺราหฺมณคหปติกา – ‘‘สมโณ ขลุ โภ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต อิจฺฉานงฺคลํ อนุปฺปตฺโต อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’’ติ.

อถ โข อิจฺฉานงฺคลกา พฺราหฺมณคหปติกา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปหุตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย เยน อิจฺฉานงฺคลวนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา พหิทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐํสุ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา นาคิโต ภควโต อุปฏฺฐาโก โหติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ นาคิตํ อามนฺเตสิ – ‘‘เก ปน เต, นาคิต, อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเป’’ติ? ‘‘เอเต, ภนฺเต, อิจฺฉานงฺคลกา พฺราหฺมณคหปติกา ปหุตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย พหิทฺวารโกฏฺฐเก ฐิตา ภควนฺตํเยว อุทฺทิสฺส ภิกฺขุสงฺฆญฺจา’’ติ. ‘‘มาหํ, นาคิต, ยเสน สมาคมํ, มา จ มยา ยโส. โย โข, นาคิต, นยิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อสฺส อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี [นิกามลาภี อสฺสํ (พหูสุ) อ. นิ. ๕.๓๐ ปสฺสิตพฺพํ. ตตฺถ หิ อยํ ปาฐเภทา นตฺถิ] อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, โส ตํ มีฬฺหสุขํ มิทฺธสุขํ ลาภสกฺการสิโลกสุขํ สาทิเยยฺยา’’ติ.

‘‘อธิวาเสตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา. อธิวาเสตุ สุคโต. อธิวาสนกาโล ทานิ, ภนฺเต, ภควโต. เยน เยเนว ทานิ, ภนฺเต, ภควา คมิสฺสติ ตนฺนินฺนาว ภวิสฺสนฺติ พฺราหฺมณคหปติกา เนคมา เจว ชานปทา จ. เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต ยถานินฺนํ อุทกานิ ปวตฺตนฺติ; เอวเมวํ โข, ภนฺเต, เยน เยเนว ทานิ ภควา คมิสฺสติ ตนฺนินฺนาว ภวิสฺสนฺติ พฺราหฺมณคหปติกา เนคมา เจว ชานปทา จ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตถา หิ, ภนฺเต, ภควโต สีลปญฺญาณ’’นฺติ.

‘‘มาหํ, นาคิต, ยเสน สมาคมํ, มา จ มยา ยโส. โย โข, นาคิต, นยิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อสฺส อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, โส ตํ มีฬฺหสุขํ มิทฺธสุขํ ลาภสกฺการสิโลกสุขํ สาทิเยยฺย.

‘‘เทวตาปิ โข, นาคิต, เอกจฺจา นยิมสฺส [เอกจฺจา อิมสฺส (?)] เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภินิโย อสฺสุ [อิทํ ปทํ กตฺถจิ นตฺถิ] อกิจฺฉลาภินิโย [นิกามลาภินิโย อกิจฺฉลาภินิโย (?)] อกสิรลาภินิโย, ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ตุมฺหากมฺปิ [ตาสมฺปิ (?)] โข, นาคิต, สงฺคมฺม สมาคมฺม สงฺคณิกวิหารํ อนุยุตฺตานํ วิหรตํ [อนุยุตฺเต วิหรนฺเต ทิสฺวา (?)] เอวํ โหติ – ‘น หิ นูนเม [น หนูนเม (สี. สฺยา. ปี.)] อายสฺมนฺโต อิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภิโน อสฺสุ [อิทํ ปทํ กตฺถจิ นตฺถิ] อกิจฺฉลาภิโน อกสิรลาภิโน. ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ตถา หิ ปน เม อายสฺมนฺโต สงฺคมฺม สมาคมฺม สงฺคณิกวิหารํ อนุยุตฺตา วิหรนฺติ’’’.

‘‘อิธาหํ, นาคิต, ภิกฺขู ปสฺสามิ อญฺญมญฺญํ องฺคุลิปโตทเกน [องฺคุลิปโตทเกหิ (สี. ปี. ก.)] สญฺชคฺฆนฺเต สงฺกีฬนฺเต. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘น หิ นูนเม อายสฺมนฺโต อิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภิโน อสฺสุ อกิจฺฉลาภิโน อกสิรลาภิโน. ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ตถา หิ ปน เม อายสฺมนฺโต อญฺญมญฺญํ องฺคุลิปโตทเกน สญฺชคฺฆนฺติ สงฺกีฬนฺติ’’’.

‘‘อิธ ปนาหํ [อิธาหํ (สี. ปี. ก.)], นาคิต, ภิกฺขู ปสฺสามิ ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺเต วิหรนฺเต. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘น หิ นูนเม อายสฺมนฺโต อิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภิโน อสฺสุ อกิจฺฉลาภิโน อกสิรลาภิโน. ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. ตถา หิ ปน เม อายสฺมนฺโต ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺตา วิหรนฺติ’’’.

‘‘อิธาหํ [อิธ ปนาหํ (?)], นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ คามนฺตวิหารึ สมาหิตํ นิสินฺนํ. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘อิทานิ อิมํ [อิทานิมํ (กตฺถจิ) อ. นิ. ๖.๔๒] อายสฺมนฺตํ อารามิโก วา อุปฏฺฐหิสฺสติ [ปจฺเจสฺสติ (สี. ปี.), อุปฏฺฐหติ (ก.)] สมณุทฺเทโส วา. ตํ ตมฺหา [โส ตมฺหา (ก. สี.), โส ตํ ตมฺหา (?)] สมาธิมฺหา จาเวสฺสตี’ติ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน น อตฺตมโน โหมิ คามนฺตวิหาเรน.

‘‘อิธ ปนาหํ, นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ อารญฺญิกํ อรญฺเญ ปจลายมานํ นิสินฺนํ. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘อิทานิ อยมายสฺมา อิมํ นิทฺทากิลมถํ ปฏิวิโนเทตฺวา อรญฺญสญฺญํเยว มนสิ กริสฺสติ เอกตฺต’นฺติ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตมโน โหมิ อรญฺญวิหาเรน.

‘‘อิธ ปนาหํ, นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ อารญฺญิกํ อรญฺเญ อสมาหิตํ นิสินฺนํ. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘อิทานิ อยมายสฺมา อสมาหิตํ วา จิตฺตํ สมาทหิสฺสติ [สมาทเหสฺสติ (กตฺถจิ)], สมาหิตํ วา จิตฺตํ อนุรกฺขิสฺสตี’ติ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตมโน โหมิ อรญฺญวิหาเรน.

‘‘อิธ ปนาหํ, นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ อารญฺญิกํ อรญฺเญ สมาหิตํ นิสินฺนํ. ตสฺส มยฺหํ, นาคิต, เอวํ โหติ – ‘อิทานิ อยมายสฺมา อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจิสฺสติ, วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ อนุรกฺขิสฺสตี’ติ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตมโน โหมิ อรญฺญวิหาเรน.

‘‘อิธ ปนาหํ, นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ คามนฺตวิหารึ ลาภึ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. โส ตํ ลาภสกฺการสิโลกํ นิกามยมาโน ริญฺจติ ปฏิสลฺลานํ, ริญฺจติ อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ; คามนิคมราชธานึ โอสริตฺวา วาสํ กปฺเปติ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน น อตฺตมโน โหมิ คามนฺตวิหาเรน.

‘‘อิธ ปนาหํ, นาคิต, ภิกฺขุํ ปสฺสามิ อารญฺญิกํ ลาภึ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. โส ตํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปฏิปณาเมตฺวา น ริญฺจติ ปฏิสลฺลานํ, น ริญฺจติ อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ. เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตมโน โหมิ อรญฺญวิหาเรน. [[ ] เอตฺถนฺตเร ปาโฐ อ. นิ. ๖.๔๒ ฉกฺกนิปาเตเยว ทิสฺสติ, น เอตฺถ อฏฺฐกนิปาเต]

‘‘ยสฺมาหํ [ยสฺมึหํ (กตฺถจิ)], นาคิต, สมเย อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน น กญฺจิ ปสฺสามิ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา, ผาสุ เม, นาคิต, ตสฺมึ สมเย โหติ อนฺตมโส อุจฺจารปสฺสาวกมฺมายา’’ติ. ฉฏฺฐํ.