๙. ปฐมอิธโลกิกสุตฺตํ

๔๙. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ…เป…. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา เอตทโวจ –

‘‘จตูหิ โข, วิสาเข, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ, อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ, สงฺคหิตปริชโน, ภตฺตุ มนาปํ จรติ, สมฺภตํ อนุรกฺขติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม เย เต ภตฺตุ อพฺภนฺตรา กมฺมนฺตา – อุณฺณาติ วา กปฺปาสาติ วา – ตตฺถ ทกฺขา โหติ อนลสา ตตฺรุปายาย วีมํสาย สมนฺนาคตา อลํ กาตุํ อลํ สํวิธาตุํ. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม โย โส ภตฺตุ อพฺภนฺตโร อนฺโตชโน – ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา – เตสํ กตญฺจ กตโต ชานาติ อกตญฺจ อกตโต ชานาติ, คิลานกานญฺจ พลาพลํ ชานาติ ขาทนียํ โภชนียญฺจสฺส ปจฺจํเสน สํวิภชติ. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม ยํ ภตฺตุ อมนาปสงฺขาตํ ตํ ชีวิตเหตุปิ น อชฺฌาจรติ. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม ยํ ภตฺตา อาหรติ ธนํ วา ธญฺญํ วา รชตํ วา ชาตรูปํ วา ตํ อารกฺเขน คุตฺติยา สมฺปาเทติ, ตตฺถ จ โหติ อธุตฺตี อเถนี อโสณฺฑี อวินาสิกา. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ. อิเมหิ โข, วิสาเข, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ, อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ.

‘‘จตูหิ โข, วิสาเข, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ, ปรโลโก อารทฺโธ โหติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ, สีลสมฺปนฺโน โหติ, จาคสมฺปนฺโน โหติ, ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม สทฺโธ โหติ, สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาคา ปยตปาณินี โวสฺสคฺครตา ยาจโยคา ทานสํวิภาครตา. เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ.

‘‘กถญฺจ, วิสาเข, มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ? อิธ, วิสาเข, มาตุคาโม ปญฺญวา โหติ…เป… เอวํ โข, วิสาเข, มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ. อิเมหิ โข, วิสาเข, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ, ปรโลโก อารทฺโธ โหตี’’ติ.

‘‘สุสํวิหิตกมฺมนฺตา, สงฺคหิตปริชฺชนา;

ภตฺตุ มนาปํ จรติ, สมฺภตํ อนุรกฺขติ.

‘‘สทฺธา สีเลน สมฺปนฺนา, วทญฺญู วีตมจฺฉรา;

นิจฺจํ มคฺคํ วิโสเธติ, โสตฺถานํ สมฺปรายิกํ.

‘‘อิจฺเจเต อฏฺฐ ธมฺมา จ, ยสฺสา วิชฺชนฺติ นาริยา;

ตมฺปิ สีลวตึ อาหุ, ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินึ.

‘‘โสฬสาการสมฺปนฺนา, อฏฺฐงฺคสุสมาคตา;

ตาทิสี สีลวตี อุปาสิกา;

อุปปชฺชติ เทวโลกํ มนาป’’นฺติ. นวมํ;