๕. โพชฺฌสุตฺตํ

๔๕. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข โพชฺฌา อุปาสิกา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข โพชฺฌํ อุปาสิกํ ภควา เอตทโวจ –

‘‘อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต, โพชฺเฌ, อุโปสโถ อุปวุตฺโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร. กถํ อุปวุตฺโถ จ, โพชฺเฌ, อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต อุโปสโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร? อิธ, โพชฺเฌ, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘ยาวชีวํ อรหนฺโต ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา นิหิตทณฺฑา นิหิตสตฺถา ลชฺชี ทยาปนฺนา, สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปิโน วิหรนฺติ. อหํ ปชฺช อิมญฺจ รตฺตึ อิมญฺจ ทิวสํ ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน, สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรามิ. อิมินาปงฺเคน อรหตํ อนุกโรมิ, อุโปสโถ จ เม อุปวุตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ. อิมินา ปฐเมน องฺเคน สมนฺนาคโต โหติ…เป….

‘‘‘ยาวชีวํ อรหนฺโต อุจฺจาสยนมหาสยนํ ปหาย อุจฺจาสยนมหาสยนา ปฏิวิรตา นีจเสยฺยํ กปฺเปนฺติ – มญฺจเก วา ติณสนฺถารเก วา. อหํ ปชฺช อิมญฺจ รตฺตึ อิมญฺจ ทิวสํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ ปหาย อุจฺจาสยนมหาสยนา ปฏิวิรโต นีจเสยฺยํ กปฺเปมิ – มญฺจเก วา ติณสนฺถารเก วา. อิมินาปงฺเคน อรหตํ อนุกโรมิ, อุโปสโถ จ เม อุปวุตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ. อิมินา อฏฺฐเมน องฺเคน สมนฺนาคโต โหติ. เอวํ อุปวุตฺโถ โข, โพชฺเฌ, อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต อุโปสโถ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส มหาชุติโก มหาวิปฺผาโร.

‘‘กีวมหปฺผโล โหติ, กีวมหานิสํโส, กีวมหาชุติโก, กีวมหาวิปฺผาโร? เสยฺยถาปิ, โพชฺเฌ, โย อิเมสํ โสฬสนฺนํ มหาชนปทานํ ปหูตรตฺตรตนานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรยฺย, เสยฺยถิทํ – องฺคานํ มคธานํ กาสีนํ โกสลานํ วชฺชีนํ มลฺลานํ เจตีนํ วงฺคานํ กุรูนํ ปญฺจาลานํ มจฺฉานํ สูรเสนานํ อสฺสกานํ อวนฺตีนํ คนฺธารานํ กมฺโพชานํ, อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตสฺส อุโปสถสฺส เอตํ กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ. ตํ กิสฺส เหตุ? กปณํ, โพชฺเฌ, มานุสกํ รชฺชํ ทิพฺพํ สุขํ อุปนิธาย.

‘‘ยานิ, โพชฺเฌ, มานุสกานิ ปญฺญาส วสฺสานิ, จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ เอโส เอโก รตฺตินฺทิโว. ตาย รตฺติยา ตึสรตฺติโย มาโส. เตน มาเสน ทฺวาทสมาสิโย สํวจฺฉโร. เตน สํวจฺฉเรน ทิพฺพานิ ปญฺจ วสฺสสตานิ จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ. ฐานํ โข ปเนตํ, โพชฺเฌ, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ อิตฺถี วา ปุริโส วา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสิตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย. อิทํ โข ปเนตํ, โพชฺเฌ, สนฺธาย ภาสิตํ – ‘กปณํ มานุสกํ รชฺชํ ทิพฺพํ สุขํ อุปนิธาย’’’.

‘‘ยํ, โพชฺเฌ, มานุสกํ วสฺสสตํ…เป… ตานิ, โพชฺเฌ, มานุสกานิ เทฺว วสฺสสตานิ…เป… จตฺตาริ วสฺสสตานิ…เป… อฏฺฐ วสฺสสตานิ…เป… โสฬส วสฺสสตานิ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ เอโส เอโก รตฺตินฺทิโว. ตาย รตฺติยา ตึสรตฺติโย มาโส. เตน มาเสน ทฺวาทสมาสิโย สํวจฺฉโร. เตน สํวจฺฉเรน ทิพฺพานิ โสฬส วสฺสสหสฺสานิ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ. ฐานํ โข ปเนตํ, โพชฺเฌ, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ อิตฺถี วา ปุริโส วา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสิตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย. อิทํ โข ปเนตํ, โพชฺเฌ, สนฺธาย ภาสิตํ – ‘กปณํ มานุสกํ รชฺชํ ทิพฺพํ สุขํ อุปนิธายา’’’ติ.

‘‘ปาณํ น หญฺเญ น จทินฺนมาทิเย,

มุสา น ภาเส น จ มชฺชโป สิยา;

อพฺรหฺมจริยา วิรเมยฺย เมถุนา,

รตฺตึ น ภุญฺเชยฺย วิกาลโภชนํ.

‘‘มาลํ น ธาเร น จ คนฺธมาจเร,

มญฺเจ ฉมายํ ว สเยถ สนฺถเต;

เอตญฺหิ อฏฺฐงฺคิกมาหุโปสถํ,

พุทฺเธน ทุกฺขนฺตคุนา ปกาสิตํ.

‘‘จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา,

โอภาสยํ อนุปริยนฺติ ยาวตา;

ตโมนุทา เต ปน อนฺตลิกฺขคา,

นเภ ปภาสนฺติ ทิสาวิโรจนา.

‘‘เอตสฺมึ ยํ วิชฺชติ อนฺตเร ธนํ,

มุตฺตา มณิ เวฬุริยญฺจ ภทฺทกํ;

สิงฺคีสุวณฺณํ อถ วาปิ กญฺจนํ,

ยํ ชาตรูปํ หฏกนฺติ วุจฺจติ.

‘‘อฏฺฐงฺคุเปตสฺส อุโปสถสฺส,

กลมฺปิ เต นานุภวนฺติ โสฬสึ;

จนฺทปฺปภา ตารคณา จ สพฺเพ.

‘‘ตสฺมา หิ นารี จ นโร จ สีลวา,

อฏฺฐงฺคุเปตํ อุปวสฺสุโปสถํ;

ปุญฺญานิ กตฺวาน สุขุทฺรยานิ,

อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐาน’’นฺติ. ปญฺจมํ;