๖. ทุติยโลกธมฺมสุตฺตํ

๖. ‘‘อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, โลกธมฺมา โลกํ อนุปริวตฺตนฺติ, โลโก จ อฏฺฐ โลกธมฺเม อนุปริวตฺตติ. กตเม อฏฺฐ? ลาโภ จ, อลาโภ จ, ยโส จ, อยโส จ, นินฺทา จ, ปสํสา จ, สุขญฺจ, ทุกฺขญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, อฏฺฐ โลกธมฺมา โลกํ อนุปริวตฺตนฺติ, โลโก จ อิเม อฏฺฐ โลกธมฺเม อนุปริวตฺตติ.

‘‘อสฺสุตวโต, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชนสฺส อุปฺปชฺชติ ลาโภปิ อลาโภปิ ยโสปิ อยโสปิ นินฺทาปิ ปสํสาปิ สุขมฺปิ ทุกฺขมฺปิ. สุตวโตปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อุปฺปชฺชติ ลาโภปิ อลาโภปิ ยโสปิ อยโสปิ นินฺทาปิ ปสํสาปิ สุขมฺปิ ทุกฺขมฺปิ. ตตฺร, ภิกฺขเว, โก วิเสโส โก อธิปฺปยาโส [อธิปฺปาโย (สี.), อธิปฺปายโส (สฺยา. กํ.) อธิ + ป + ยสุ + ณ = อธิปฺปยาโส] กึ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนนา’’ติ? ‘‘ภควํมูลกา โน, ภนฺเต, ธมฺมา ภควํเนตฺติกา ภควํปฏิสรณา. สาธุ วต, ภนฺเต, ภควนฺตํเยว ปฏิภาตุ เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ. ภควโต สุตฺวา ภิกฺขู ธาเรสฺสนฺตี’’ติ.

‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘อสฺสุตวโต, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชนสฺส อุปฺปชฺชติ ลาโภ. โส น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อุปฺปนฺโน โข เม อยํ ลาโภ; โส จ โข อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโม’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อุปฺปชฺชติ อลาโภ…เป… อุปฺปชฺชติ ยโส… อุปฺปชฺชติ อยโส… อุปฺปชฺชติ นินฺทา… อุปฺปชฺชติ ปสํสา… อุปฺปชฺชติ สุขํ… อุปฺปชฺชติ ทุกฺขํ. โส น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อุปฺปนฺนํ โข เม อิทํ ทุกฺขํ; ตญฺจ โข อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺม’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ’’.

‘‘ตสฺส ลาโภปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อลาโภปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ยโสปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อยโสปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, นินฺทาปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ปสํสาปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, สุขมฺปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ทุกฺขมฺปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ. โส อุปฺปนฺนํ ลาภํ อนุรุชฺฌติ, อลาเภ ปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ ยสํ อนุรุชฺฌติ, อยเส ปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ ปสํสํ อนุรุชฺฌติ, นินฺทาย ปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ สุขํ อนุรุชฺฌติ, ทุกฺเข ปฏิวิรุชฺฌติ. โส เอวํ อนุโรธวิโรธสมาปนฺโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. ‘น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมา’ติ วทามิ’’.

‘‘สุตวโต จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อุปฺปชฺชติ ลาโภ. โส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อุปฺปนฺโน โข เม อยํ ลาโภ; โส จ โข อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโม’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อุปฺปชฺชติ อลาโภ…เป… อุปฺปชฺชติ ยโส… อุปฺปชฺชติ อยโส… อุปฺปชฺชติ นินฺทา… อุปฺปชฺชติ ปสํสา… อุปฺปชฺชติ สุขํ… อุปฺปชฺชติ ทุกฺขํ. โส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อุปฺปนฺนํ โข เม อิทํ ทุกฺขํ; ตญฺจ โข อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺม’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ’’.

‘‘ตสฺส ลาโภปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อลาโภปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ยโสปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อยโสปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, นินฺทาปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ปสํสาปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, สุขมฺปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ทุกฺขมฺปิ จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ. โส อุปฺปนฺนํ ลาภํ นานุรุชฺฌติ, อลาเภ นปฺปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ ยสํ นานุรุชฺฌติ, อยเส นปฺปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ ปสํสํ นานุรุชฺฌติ, นินฺทาย นปฺปฏิวิรุชฺฌติ; อุปฺปนฺนํ สุขํ นานุรุชฺฌติ, ทุกฺเข นปฺปฏิวิรุชฺฌติ. โส เอวํ อนุโรธวิโรธวิปฺปหีโน ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. ‘ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมา’ติ วทามิ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนนา’’ติ.

‘‘ลาโภ อลาโภ จ ยสายโส จ,

นินฺทา ปสํสา จ สุขํ ทุขญฺจ;

เอเต อนิจฺจา มนุเชสุ ธมฺมา,

อสสฺสตา วิปริณามธมฺมา.

‘‘เอเต จ ญตฺวา สติมา สุเมโธ,

อเวกฺขติ วิปริณามธมฺเม;

อิฏฺฐสฺส ธมฺมา น มเถนฺติ จิตฺตํ,

อนิฏฺฐโต โน ปฏิฆาตเมติ.

‘‘ตสฺสานุโรธา อถ วา วิโรธา,

วิธูปิตา อตฺถงฺคตา น สนฺติ;

ปทญฺจ ญตฺวา วิรชํ อโสกํ,

สมฺมปฺปชานาติ ภวสฺส ปารคู’’ติ. ฉฏฺฐํ;