๔. ทุติยอปฺปิยสุตฺตํ

๔. ‘‘อฏฺฐหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ อปฺปิโย จ โหติ อมนาโป จ อครุ จ อภาวนีโย จ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ลาภกาโม จ โหติ, สกฺการกาโม จ, อนวญฺญตฺติกาโม จ, อกาลญฺญู จ, อมตฺตญฺญู จ, อสุจิ จ, พหุภาณี จ, อกฺโกสกปริภาสโก จ สพฺรหฺมจารีนํ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ อปฺปิโย จ โหติ อมนาโป จ อครุ จ อภาวนีโย จ.

‘‘อฏฺฐหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น ลาภกาโม จ โหติ, น สกฺการกาโม จ, น อนวญฺญตฺติกาโม จ, กาลญฺญู จ, มตฺตญฺญู จ, สุจิ จ, น พหุภาณี จ, อนกฺโกสกปริภาสโก จ สพฺรหฺมจารีนํ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’’ติ. จตุตฺถํ.