๑๐. ภริยาสุตฺตํ
๖๓. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. เตน โข ปน สมเยน อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส นิเวสเน มนุสฺสา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา โหนฺติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ –
‘‘กึ นุ เต, คหปติ, นิเวสเน มนุสฺสา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเป’’ติ? ‘‘อยํ, ภนฺเต, สุชาตา ฆรสุณฺหา อฑฺฒกุลา อานีตา. สา เนว สสฺสุํ อาทิยติ, น สสุรํ อาทิยติ, น สามิกํ อาทิยติ, ภควนฺตมฺปิ น สกฺกโรติ น ครุํ กโรติ น มาเนติ น ปูเชตี’’ติ.
อถ โข ภควา สุชาตํ ฆรสุณฺหํ อามนฺเตสิ – ‘‘เอหิ, สุชาเต’’ติ! ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข สุชาตา ฆรสุณฺหา ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข สุชาตํ ฆรสุณฺหํ ภควา เอตทโวจ –
‘‘สตฺต โข อิมา, สุชาเต, ปุริสสฺส ภริยาโย. กตมา สตฺต? วธกสมา, โจรีสมา, อยฺยสมา, มาตาสมา, ภคินีสมา, สขีสมา, ทาสีสมา. อิมา โข, สุชาเต, สตฺต ปุริสสฺส ภริยาโย. ตาสํ ตฺวํ กตมา’’ติ? ‘‘น โข อหํ [นาหํ (สฺยา.)], ภนฺเต, อิมสฺส ภควตา สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ. สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา ตถา ธมฺมํ เทเสตุ ยถาหํ อิมสฺส ภควตา สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ ชาเนยฺย’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, สุชาเต, สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข สุชาตา ฆรสุณฺหา ภควโต ปจฺจสฺโสสิ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ปทุฏฺฐจิตฺตา อหิตานุกมฺปินี,
อญฺเญสุ รตฺตา อติมญฺญเต ปตึ;
ธเนน กีตสฺส วธาย อุสฺสุกา,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘วธา จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘ยํ อิตฺถิยา วินฺทติ สามิโก ธนํ,
สิปฺปํ วณิชฺชญฺจ กสึ อธิฏฺฐหํ;
อปฺปมฺปิ ตสฺส อปหาตุมิจฺฉติ,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘โจรี จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘อกมฺมกามา อลสา มหคฺฆสา,
ผรุสา จ จณฺฑี ทุรุตฺตวาทินี;
อุฏฺฐายกานํ อภิภุยฺย วตฺตติ,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘อยฺยา จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘ยา สพฺพทา โหติ หิตานุกมฺปินี,
มาตาว ปุตฺตํ อนุรกฺขเต ปตึ;
ตโต ธนํ สมฺภตมสฺส รกฺขติ,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘มาตา จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘ยถาปิ เชฏฺฐา ภคินี กนิฏฺฐกา [กณิฏฺฐา (สี.), กนิฏฺฐา (สฺยา.)],
สคารวา โหติ สกมฺหิ สามิเก;
หิรีมนา ภตฺตุวสานุวตฺตินี,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;‘ภคินี จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘ยาจีธ ทิสฺวาน ปตึ ปโมทติ,
สขี สขารํว จิรสฺสมาคตํ;
โกเลยฺยกา สีลวตี ปติพฺพตา,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘สขี จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘อกฺกุทฺธสนฺตา วธทณฺฑตชฺชิตา,
อทุฏฺฐจิตฺตา ปติโน ติติกฺขติ;
อกฺโกธนา ภตฺตุวสานุวตฺตินี,
ยา เอวรูปา ปุริสสฺส ภริยา;
‘ทาสี จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ.
‘‘ยาจีธ ภริยา วธกาติ วุจฺจติ,
‘โจรี จ อยฺยา’ติ จ ยา ปวุจฺจติ;
ทุสฺสีลรูปา ผรุสา อนาทรา,
กายสฺส เภทา นิรยํ วชนฺติ ตา.
‘‘ยาจีธ มาตา ภคินี สขีติ จ,
‘ทาสี จ ภริยา’ติ จ สา ปวุจฺจติ;
สีเล ฐิตตฺตา จิรรตฺตสํวุตา,
กายสฺส เภทา สุคตึ วชนฺติ ตา’’ติ.
‘‘อิมา โข, สุชาเต, สตฺต ปุริสสฺส ภริยาโย. ตาสํ ตฺวํ กตมา’’ติ? ‘‘อชฺชตคฺเค มํ, ภนฺเต, ภควา ทาสีสมํ สามิกสฺส ภริยํ ธาเรตู’’ติ. ทสมํ.