๑๐. นนฺทมาตาสุตฺตํ

๕๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สาริปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จรนฺติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ. เตน โข ปน สมเยน เวฬุกณฺฑกี [เวฬุกณฺฑกี (สฺยา.) อ. นิ. ๖.๓๗; ๒.๑๓๔; สํ. นิ. ๒.๑๗๓ ปสฺสิตพฺพํ] นนฺทมาตา อุปาสิกา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย ปารายนํ [จูฬนิ. ปารายนวคฺค, วตฺถุคาถา] สเรน ภาสติ.

เตน โข ปน สมเยน เวสฺสวโณ มหาราชา อุตฺตราย ทิสาย ทกฺขิณํ ทิสํ คจฺฉติ เกนจิเทว กรณีเยน. อสฺโสสิ โข เวสฺสวโณ มหาราชา นนฺทมาตาย อุปาสิกาย ปารายนํ สเรน ภาสนฺติยา, สุตฺวา กถาปริโยสานํ อาคมยมาโน อฏฺฐาสิ.

อถ โข นนฺทมาตา อุปาสิกา ปารายนํ สเรน ภาสิตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. อถ โข เวสฺสวโณ มหาราชา นนฺทมาตาย อุปาสิกาย กถาปริโยสานํ วิทิตฺวา อพฺภานุโมทิ – ‘‘สาธุ ภคินิ, สาธุ ภคินี’’ติ! ‘‘โก ปเนโส, ภทฺรมุขา’’ติ? ‘‘อหํ เต, ภคินิ, ภาตา เวสฺสวโณ, มหาราชา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภทฺรมุข, เตน หิ โย เม อยํ ธมฺมปริยาโย ภณิโต อิทํ เต โหตุ อาติเถยฺย’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภคินิ, เอตญฺเจว เม โหตุ อาติเถยฺยํ. เสฺวว [เสฺว จ (สี.)] สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ อกตปาตราโส เวฬุกณฺฑกํ อาคมิสฺสติ, ตญฺจ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา มม ทกฺขิณํ อาทิเสยฺยาสิ. เอตญฺเจว [เอวญฺจ (สี. สฺยา.), เอตญฺจ (?)] เม ภวิสฺสติ อาติเถยฺย’’นฺติ.

อถ โข นนฺทมาตา อุปาสิกา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน สเก นิเวสเน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปสิ. อถ โข สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ อกตปาตราโส เยน เวฬุกณฺฑโก ตทวสริ. อถ โข นนฺทมาตา อุปาสิกา อญฺญตรํ ปุริสํ อามนฺเตสิ – ‘‘เอหิ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส กาลํ อาโรเจหิ – ‘กาโล, ภนฺเต, อยฺยาย นนฺทมาตุยา นิเวสเน นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’’นฺติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข โส ปุริโส นนฺทมาตาย อุปาสิกาย ปฏิสฺสุตฺวา อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส กาลํ อาโรเจสิ – ‘‘กาโล, ภนฺเต, อยฺยาย นนฺทมาตุยา นิเวสเน นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. อถ โข สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน นนฺทมาตาย อุปาสิกาย นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข นนฺทมาตา อุปาสิกา สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปสิ สมฺปวาเรสิ.

อถ โข นนฺทมาตา อุปาสิกา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข นนฺทมาตรํ อุปาสิกํ อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ – ‘‘โก ปน เต, นนฺทมาเต, ภิกฺขุสงฺฆสฺส อพฺภาคมนํ อาโรเจสี’’ติ?

‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย ปารายนํ สเรน ภาสิตฺวา ตุณฺหี อโหสึ. อถ โข, ภนฺเต, เวสฺสวโณ มหาราชา มม กถาปริโยสานํ วิทิตฺวา อพฺภานุโมทิ – ‘สาธุ, ภคินิ, สาธุ, ภคินี’ติ! ‘โก ปเนโส, ภทฺรมุขา’ติ? ‘อหํ เต, ภคินิ, ภาตา เวสฺสวโณ, มหาราชา’ติ. ‘สาธุ, ภทฺรมุข, เตน หิ โย เม อยํ ธมฺมปริยาโย ภณิโต อิทํ เต โหตุ อาติเถยฺย’นฺติ. ‘สาธุ, ภคินิ, เอตญฺเจว เม โหตุ อาติเถยฺยํ. เสฺวว สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ อกตปาตราโส เวฬุกณฺฑกํ อาคมิสฺสติ, ตญฺจ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา มม ทกฺขิณํ อาทิเสยฺยาสิ. เอตญฺเจว [เอตญฺจ (สี.), เอวญฺจ (สฺยา.)] เม ภวิสฺสติ อาติเถยฺย’นฺติ. ยทิทํ [ยมิทํ (ม. นิ. ๑.๓๖๓)], ภนฺเต, ทาเน [ปุญฺญํ หิ ตํ (สี.), ปุญฺญํ ปุญฺญมหิตํ (สฺยา.), ปุญฺญํ วา ปุญฺญมหํ วา (ปี.), ปุญฺญํ วา ปุญฺญมหี วา (ก.)] ปุญฺญญฺจ ปุญฺญมหี จ ตํ [ปุญฺญํ หิ ตํ (สี.), ปุญฺญํ ปุญฺญมหิตํ (สฺยา.), ปุญฺญํ วา ปุญฺญมหํ วา (ปี.), ปุญฺญํ วา ปุญฺญมหี วา (ก.)] เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส สุขาย โหตู’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต! ยตฺร หิ นาม เวสฺสวเณน มหาราเชน เอวํมหิทฺธิเกน เอวํมเหสกฺเขน เทวปุตฺเตน สมฺมุขา สลฺลปิสฺสสี’’ติ.

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อิธ เม, ภนฺเต, นนฺโท นาม เอกปุตฺตโก ปิโย มนาโป. ตํ ราชาโน กิสฺมิญฺจิเทว ปกรเณ โอกสฺส ปสยฺห ชีวิตา โวโรเปสุํ. ตสฺมึ โข ปนาหํ, ภนฺเต, ทารเก คหิเต วา คยฺหมาเน วา วเธ วา วชฺฌมาเน วา หเต วา หญฺญมาเน วา นาภิชานามิ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺต’’นฺติ. ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ นนฺทมาเต! ยตฺร หิ นาม จิตฺตุปฺปาทมฺปิ [จิตฺตุปฺปาทมตฺตมฺปิ (สฺยา.)] ปริโสเธสฺสสี’’ติ.

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อิธ เม, ภนฺเต, สามิโก กาลงฺกโต อญฺญตรํ ยกฺขโยนึ อุปปนฺโน. โส เม เตเนว ปุริเมน อตฺตภาเวน อุทฺทสฺเสสิ. น โข ปนาหํ, ภนฺเต, อภิชานามิ ตโตนิทานํ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺต’’นฺติ. ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต! ยตฺร หิ นาม จิตฺตุปฺปาทมฺปิ ปริโสเธสฺสสี’’ติ.

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. ยโตหํ, ภนฺเต, สามิกสฺส ทหรสฺเสว ทหรา อานีตา นาภิชานามิ สามิกํ มนสาปิ อติจริตา [อติจริตุํ (สฺยา.), อติจาริตฺตํ (ก.)], กุโต ปน กาเยนา’’ติ! ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต! ยตฺร หิ นาม จิตฺตุปฺปาทมฺปิ ปริโสเธสฺสสี’’ติ.

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. ยทาหํ, ภนฺเต, อุปาสิกา ปฏิเทสิตา นาภิชานามิ กิญฺจิ สิกฺขาปทํ สญฺจิจฺจ วีติกฺกมิตา’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต’’ติ!

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อิธาหํ, ภนฺเต, ยาวเทว [ยาวเทว (สี. สฺยา.) สํ. นิ. ๒.๑๕๒ ปาฬิ จ อฏฺฐกถาฏีกา จ ปสฺสิตพฺพา] อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขิกา จ วิหรามิ สตา จ สมฺปชานา สุขญฺจ กาเย ปฏิสํเวเทมิ, ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต’’ติ!

‘‘น โข เม, ภนฺเต, เอเสว อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. อตฺถิ เม อญฺโญปิ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม. ยานิมานิ, ภนฺเต, ภควตา เทสิตานิ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ นาหํ เตสํ กิญฺจิ อตฺตนิ อปฺปหีนํ สมนุปสฺสามี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, นนฺทมาเต, อพฺภุตํ, นนฺทมาเต’’ติ!

อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต นนฺทมาตรํ อุปาสิกํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามีติ. ทสมํ.

มหายญฺญวคฺโค ปญฺจโม.