๒. อาวรณสุตฺตํ

๘๖. ‘‘ฉหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ฉหิ? กมฺมาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, กิเลสาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, วิปากาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, อสฺสทฺโธ จ โหติ, อจฺฉนฺทิโก จ, ทุปฺปญฺโญ จ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.

‘‘ฉหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ฉหิ? น กมฺมาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, น กิเลสาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, น วิปากาวรณตาย สมนฺนาคโต โหติ, สทฺโธ จ โหติ, ฉนฺทิโก จ, ปญฺญวา จ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ. ทุติยํ.