๓. มิตฺตสุตฺตํ
๖๗. ‘‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปาปมิตฺโต ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก, ปาปมิตฺเต [ปาปเก มิตฺเต (ก.)] เสวมาโน ภชมาโน ปยิรุปาสมาโน, เตสญฺจ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชมาโน อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘เสขํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘สีลานิ อปริปูเรตฺวา กามราคํ วา รูปราคํ วา อรูปราคํ วา ปชหิสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.
‘‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก, กลฺยาณมิตฺเต เสวมาโน ภชมาโน ปยิรุปาสมาโน, เตสญฺจ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชมาโน อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘สีลานิ ปริปูเรตฺวา กามราคํ วา รูปราคํ วา อรูปราคํ วา ปชหิสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติ. ตติยํ.