๔. มหาโมคฺคลฺลานสุตฺตํ

๓๔. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘กตเมสานํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม [โสตาปนฺนามฺหา (สี.), โสตาปนฺนามฺห (สฺยา. กํ. ปี.)] อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ? เตน โข ปน สมเยน ติสฺโส นาม ภิกฺขุ อธุนากาลงฺกโต อญฺญตรํ พฺรหฺมโลกํ อุปปนฺโน โหติ. ตตฺรปิ นํ เอวํ ชานนฺติ – ‘‘ติสฺโส พฺรหฺมา มหิทฺธิโก มหานุภาโว’’ติ.

อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ [สมฺมิญฺชิตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมวํ – เชตวเน อนฺตรหิโต ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรโหสิ. อทฺทสา โข ติสฺโส พฺรหฺมา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ – ‘‘เอหิ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน; สฺวาคตํ [สาคตํ (สี.)], มาริส โมคฺคลฺลาน; จิรสฺสํ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน; อิมํ ปริยายมกาสิ, ยทิทํ อิธาคมนาย. นิสีท, มาริส โมคฺคลฺลาน, อิทมาสนํ ปญฺญตฺต’’นฺติ. นิสีทิ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปญฺญตฺเต อาสเน. ติสฺโสปิ โข พฺรหฺมา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ติสฺสํ พฺรหฺมานํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ –

‘‘กตเมสานํ โข, ติสฺส, เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ? ‘‘จาตุมหาราชิกานํ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ.

‘‘สพฺเพสญฺเญว นุ โข, ติสฺส, จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ? ‘‘น โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, สพฺเพสํ จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ. เย โข เต, มาริส โมคฺคลฺลาน, จาตุมหาราชิกา เทวา พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา อริยกนฺเตหิ สีเลหิ อสมนฺนาคตา น เตสํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ. เย จ โข เต, มาริส โมคฺคลฺลาน, จาตุมหาราชิกา เทวา พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา, ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา, สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคตา, เตสํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ.

‘‘จาตุมหาราชิกานญฺเญว นุ โข, ติสฺส, เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ อุทาหุ ตาวตึสานมฺปิ เทวานํ…เป… ยามานมฺปิ เทวานํ… ตุสิตานมฺปิ เทวานํ… นิมฺมานรตีนมฺปิ เทวานํ… ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนมฺปิ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ? ‘‘ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนมฺปิ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ.

‘‘สพฺเพสญฺเญว นุ โข, ติสฺส, ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ? ‘‘น โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, สพฺเพสํ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ. เย โข เต, มาริส โมคฺคลฺลาน, ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา, ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา, สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน อสมนฺนาคตา, อริยกนฺเตหิ สีเลหิ อสมนฺนาคตา, น เตสํ เทวานํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ. เย จ โข เต, มาริส โมคฺคลฺลาน, ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา, ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา, สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา, อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคตา เตสํ เอวํ ญาณํ โหติ – ‘โสตาปนฺนา นาม อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’’ติ.

อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ติสฺสสฺส พฺรหฺมุโน ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา – ‘‘เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมวํ – ‘พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิโต เชตวเน ปาตุรโหสี’’’ติ. จตุตฺถํ.