๑. สามกสุตฺตํ
๒๑. เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ สามคามเก โปกฺขรณิยายํ. อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ –
‘‘ตโยเม, ภนฺเต, ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? กมฺมารามตา, ภสฺสารามตา, นิทฺทารามตา – อิเม โข, ภนฺเต, ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิทมโวจ สา เทวตา. สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ. อถ โข สา เทวตา ‘‘สมนุญฺโญ เม สตฺถา’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ.
อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิมํ, ภิกฺขเว, รตฺตึ อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข, ภิกฺขเว, สา เทวตา มํ เอตทโวจ – ‘ตโยเม, ภนฺเต, ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? กมฺมารามตา, ภสฺสารามตา, นิทฺทารามตา – อิเม โข, ภนฺเต, ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตี’ติ. อิทมโวจ, ภิกฺขเว, สา เทวตา. อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ. เตสํ โว [โข (ก.)], ภิกฺขเว, อลาภา เตสํ ทุลฺลทฺธํ, เย โว เทวตาปิ ชานนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ ปริหายมาเน’’.
‘‘อปเรปิ, ภิกฺขเว, ตโย ปริหานิเย ธมฺเม เทเสสฺสามิ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ตโย ปริหานิยา ธมฺมา? สงฺคณิการามตา, โทวจสฺสตา, ปาปมิตฺตตา – อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปริหานิยา ธมฺมา’’.
‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, อตีตมทฺธานํ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ, สพฺเพเต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ. เยปิ หิ เกจิ, ภิกฺขเว, อนาคตมทฺธานํ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ, สพฺเพเต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ. เยปิ หิ เกจิ, ภิกฺขเว, เอตรหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ, สพฺเพเต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหี’’ติ. ปฐมํ.