๗. วปกาสสุตฺตํ

๑๒๗. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ นาลํ สงฺฆมฺหา วปกาสิตุํ [วิ + อป + กาสิตุํ = วปกาสิตุํ]. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน, อสนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตน, อสนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน เสนาสเนน, อสนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน คิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน, กามสงฺกปฺปพหุโล จ วิหรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ นาลํ สงฺฆมฺหา วปกาสิตุํ.

‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํ สงฺฆมฺหา วปกาสิตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน, สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตน, สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน เสนาสเนน, สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน คิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน, เนกฺขมฺมสงฺกปฺปพหุโล [น กามสงฺกปฺปพหุโล (ก.)] จ วิหรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํ สงฺฆมฺหา วปกาสิตุ’’นฺติ. สตฺตมํ.