๑. สิกฺขาปทสุตฺตํ

๒๐๑. ‘‘อสปฺปุริสญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ; สปฺปุริสญฺจ, สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –

‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ, อทินฺนาทายี โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารี โหติ, มุสาวาที โหติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริโส.

‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ, ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ; อตฺตนา จ อทินฺนาทายี โหติ, ปรญฺจ อทินฺนาทาเน สมาทเปติ; อตฺตนา จ กาเมสุมิจฺฉาจารี โหติ, ปรญฺจ กาเมสุมิจฺฉาจาเร สมาทเปติ; อตฺตนา จ มุสาวาที โหติ, ปรญฺจ มุสาวาเท สมาทเปติ; อตฺตนา จ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ, ปรญฺจ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐาเน สมาทเปติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร.

‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, สปฺปุริโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สปฺปุริโส.

‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ; อตฺตนา จ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ อทินฺนาทานา เวรมณิยา สมาทเปติ; อตฺตนา จ กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณิยา สมาทเปติ; อตฺตนา จ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ มุสาวาทา เวรมณิยา สมาทเปติ; อตฺตนา จ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณิยา สมาทเปติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร’’ติ [ปุ. ป. ๑๓๕]. ปฐมํ.