๑. โสตานุคตสุตฺตํ

๑๙๑. ‘‘โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ จตฺตาโร อานิสํสา ปาฏิกงฺขา. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ [มุฏฺฐสฺสตี (สี.)] กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ [ปิลปนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ อยํ ปฐโม อานิสํโส ปาฏิกงฺโข.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ; อปิ จ โข ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ วา โส ธมฺมวินโย, ยตฺถาหํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริ’นฺติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปเมว วิเสสคามี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส กุสโล เภริสทฺทสฺส. โส อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน เภริสทฺทํ สุเณยฺย. ตสฺส น เหว โข อสฺส กงฺขา วา วิมติ วา – ‘เภริสทฺโท นุ โข, น นุ โข เภริสทฺโท’ติ! อถ โข เภริสทฺโทเตฺวว นิฏฺฐํ คจฺเฉยฺย. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ; อปิ จ โข ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ วา โส ธมฺมวินโย, ยตฺถาหํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริ’นฺติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ อยํ ทุติโย อานิสํโส ปาฏิกงฺโข.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ, นปิ ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ; อปิ จ โข เทวปุตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ วา โส ธมฺมวินโย, ยตฺถาหํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริ’นฺติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส กุสโล สงฺขสทฺทสฺส. โส อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน สงฺขสทฺทํ สุเณยฺย. ตสฺส น เหว โข อสฺส กงฺขา วา วิมติ วา – ‘สงฺขสทฺโท นุ โข, น นุ โข สงฺขสทฺโท’ติ! อถ โข สงฺขสทฺโทเตฺวว นิฏฺฐํ คจฺเฉยฺย. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ, นปิ ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ; อปิ จ โข เทวปุตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ วา โส ธมฺมวินโย, ยตฺถาหํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริ’นฺติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ อยํ ตติโย อานิสํโส ปาฏิกงฺโข.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ, นปิ ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ, นปิ เทวปุตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ; อปิ จ โข โอปปาติโก โอปปาติกํ สาเรติ – ‘สรสิ ตฺวํ, มาริส, สรสิ ตฺวํ, มาริส, ยตฺถ มยํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริมฺหา’ติ. โส เอวมาห – ‘สรามิ, มาริส, สรามิ, มาริสา’ติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เทฺว สหายกา สหปํสุกีฬิกา [สหปํสุกีฬกา (สฺยา. กํ.)]. เต กทาจิ กรหจิ อญฺญมญฺญํ สมาคจฺเฉยฺยุํ. อญฺโญ ปน [สมาคจฺเฉยฺยุํ, ตเมนํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สหายโก สหายกํ เอวํ วเทยฺย – ‘อิทมฺปิ, สมฺม, สรสิ, อิทมฺปิ, สมฺม, สรสี’ติ. โส เอวํ วเทยฺย – ‘สรามิ, สมฺม, สรามิ, สมฺมา’ติ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. ตสฺส เต ธมฺมา โสตานุคตา โหนฺติ, วจสา ปริจิตา, มนสานุเปกฺขิตา, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา. โส มุฏฺฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. ตสฺส ตตฺถ น เหว โข สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ, นปิ ภิกฺขุ อิทฺธิมา เจโตวสิปฺปตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ, นปิ เทวปุตฺโต เทวปริสายํ ธมฺมํ เทเสติ; อปิ จ โข โอปปาติโก โอปปาติกํ สาเรติ – ‘สรสิ ตฺวํ, มาริส, สรสิ ตฺวํ, มาริส, ยตฺถ มยํ ปุพฺเพ พฺรหฺมจริยํ อจริมฺหา’ติ. โส เอวมาห – ‘สรามิ, มาริส, สรามิ, มาริสา’ติ. ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท; อถ โข โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหติ. โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ อยํ จตุตฺโถ อานิสํโส ปาฏิกงฺโข. โสตานุคตานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ, วจสา ปริจิตานํ, มนสานุเปกฺขิตานํ ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธานํ อิเม จตฺตาโร อานิสํสา ปาฏิกงฺขา’’ติ. ปฐมํ.