๙. วณิชฺชสุตฺตํ
๗๙. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา [ยถาธิปฺปายํ (สี.)] โหติ? โก นุ โข, ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา [ยถาธิปฺปายํ (สี.)] โหติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตี’’ติ?
‘‘อิธ, สาริปุตฺต, เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ – ‘วทตุ, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’ติ. โส เยน ปวาเรติ ตํ น เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ, โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส โหติ เฉทคามินี.
‘‘อิธ ปน, สาริปุตฺต, เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ – ‘วทตุ, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’ติ. โส เยน ปวาเรติ ตํ น ยถาธิปฺปายํ เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ, โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส น โหติ ยถาธิปฺปายา [ยถาธิปฺปายํ (สี. ก.)].
‘‘อิธ ปน, สาริปุตฺต, เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ – ‘วทตุ, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’ติ. โส เยน ปวาเรติ ตํ ยถาธิปฺปายํ เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ, โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส โหติ ยถาธิปฺปายา [ยถาธิปฺปายํ (สี. ก.)].
‘‘อิธ, สาริปุตฺต, เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ – ‘วทตุ, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’ติ. โส เยน ปวาเรติ ตํ ปราธิปฺปายํ เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ, โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส โหติ ปราธิปฺปายา [ปราธิปฺปายํ (ก.)].
‘‘อยํ โข, สาริปุตฺต, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ. อยํ ปน, สาริปุตฺต, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา โหติ. อยํ โข ปน, สาริปุตฺต, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา โหติ. อยํ ปน, สาริปุตฺต, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตี’’ติ. นวมํ.