๙. อุชฺชยสุตฺตํ

๓๙. อถ โข อุชฺชโย พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อุชฺชโย พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภวมฺปิ โน โคตโม ยญฺญํ วณฺเณตี’’ติ? ‘‘น โข อหํ, พฺราหฺมณ, สพฺพํ ยญฺญํ วณฺเณมิ; น ปนาหํ, พฺราหฺมณ, สพฺพํ ยญฺญํ น วณฺเณมิ. ยถารูเป โข, พฺราหฺมณ, ยญฺเญ คาโว หญฺญนฺติ, อเชฬกา หญฺญนฺติ, กุกฺกุฏสูกรา หญฺญนฺติ, วิวิธา ปาณา สงฺฆาตํ อาปชฺชนฺติ; เอวรูปํ โข อหํ, พฺราหฺมณ, สารมฺภํ ยญฺญํ น วณฺเณมิ. ตํ กิสฺส เหตุ? เอวรูปญฺหิ, พฺราหฺมณ, สารมฺภํ ยญฺญํ น อุปสงฺกมนฺติ อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา.

‘‘ยถารูเป จ โข, พฺราหฺมณ, ยญฺเญ เนว คาโว หญฺญนฺติ, น อเชฬกา หญฺญนฺติ, น กุกฺกุฏสูกรา หญฺญนฺติ, น วิวิธา ปาณา สงฺฆาตํ อาปชฺชนฺติ; เอวรูปํ โข อหํ, พฺราหฺมณ, นิรารมฺภํ ยญฺญํ วณฺเณมิ, ยทิทํ นิจฺจทานํ อนุกุลยญฺญํ. ตํ กิสฺส เหตุ? เอวรูปญฺหิ, พฺราหฺมณ, นิรารมฺภํ ยญฺญํ อุปสงฺกมนฺติ อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา’’ติ.

‘‘อสฺสเมธํ ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ นิรคฺคฬํ;

มหายญฺญา มหารมฺภา [สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ; นิรคฺคฬํ มหารมฺภา (ปี.) สํ. นิ. ๑.๑๒๐], น เต โหนฺติ มหปฺผลา.

‘‘อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร;

น ตํ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.

‘‘เย จ ยญฺญา นิรารมฺภา, ยชนฺติ อนุกุลํ สทา;

อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา เนตฺถ หญฺญเร [นาเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร (สฺยา. กํ.)];

ตญฺจ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.

‘‘เอตํ [เอวํ (สฺยา. กํ.)] ยเชถ เมธาวี, เอโส ยญฺโญ มหปฺผโล;

เอตํ [เอวํ (สฺยา. กํ. ก.)] หิ ยชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย;

ยญฺโญ จ วิปุโล โหติ, ปสีทนฺติ จ เทวตา’’ติ. นวมํ;