.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
องฺคุตฺตรนิกาโย
ทุกนิปาตปาฬิ
๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. กมฺมกรณวคฺโค
๑. วชฺชสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, วชฺชานิ. กตมานิ เทฺว? ทิฏฺฐธมฺมิกญฺจ วชฺชํ สมฺปรายิกญฺจ วชฺชํ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐธมฺมิกํ วชฺชํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปสฺสติ โจรํ อาคุจารึ ราชาโน คเหตฺวา วิวิธา กมฺมการณา [วิวิธานิ กมฺมกรณานิ (ก.)] กาเรนฺเต; กสาหิปิ ตาเฬนฺเต, เวตฺเตหิปิ ตาเฬนฺเต, อทฺธทณฺฑเกหิปิ ตาเฬนฺเต, หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺเต, ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต, หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต, กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺเต, นาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต, กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต, พิลงฺคถาลิกมฺปิ กโรนฺเต, สงฺขมุณฺฑิกมฺปิ กโรนฺเต, ราหุมุขมฺปิ กโรนฺเต, โชติมาลิกมฺปิ กโรนฺเต, หตฺถปชฺโชติกมฺปิ กโรนฺเต, เอรกวตฺติกมฺปิ กโรนฺเต, จีรกวาสิกมฺปิ กโรนฺเต, เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺเต, พฬิสมํสิกมฺปิ กโรนฺเต, กหาปณิกมฺปิ กโรนฺเต, ขาราปตจฺฉิกมฺปิ [ขาราปฏิจฺฉกมฺปิ (สฺยา. กํ. ก.)] กโรนฺเต, ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ กโรนฺเต, ปลาลปีฐกมฺปิ [ปลาลปิฏฺฐิกมฺปิ (สี.)] กโรนฺเต, ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺจนฺเต, สุนเขหิปิ ขาทาเปนฺเต, ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสนฺเต, อสินาปิ สีสํ ฉินฺทนฺเต.
‘‘ตสฺส เอวํ โหติ – ‘ยถารูปานํ โข ปาปกานํ กมฺมานํ เหตุ โจรํ อาคุจารึ ราชาโน คเหตฺวา วิวิธา กมฺมการณา กาเรนฺติ; กสาหิปิ ตาเฬนฺติ, เวตฺเตหิปิ ตาเฬนฺติ, อทฺธทณฺฑเกหิปิ ตาเฬนฺติ, หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺติ, ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺติ, หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺติ, กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺติ, นาสมฺปิ ฉินฺทนฺติ, กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺติ, พิลงฺคถาลิกมฺปิ กโรนฺติ, สงฺขมุณฺฑิกมฺปิ กโรนฺติ, ราหุมุขมฺปิ กโรนฺติ, โชติมาลิกมฺปิ กโรนฺติ, หตฺถปชฺโชติกมฺปิ กโรนฺติ, เอรกวตฺติกมฺปิ กโรนฺติ, จีรกวาสิกมฺปิ กโรนฺติ, เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺติ, พฬิสมํสิกมฺปิ กโรนฺติ, กหาปณิกมฺปิ กโรนฺติ, ขาราปตจฺฉิกมฺปิ กโรนฺติ, ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ กโรนฺติ, ปลาลปีฐกมฺปิ กโรนฺติ, ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺจนฺติ, สุนเขหิปิ ขาทาเปนฺติ, ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสนฺติ, อสินาปิ สีสํ ฉินฺทนฺติ. อหญฺเจว [อหญฺเจ (?)] โข ปน เอวรูปํ ปาปกมฺมํ กเรยฺยํ, มมฺปิ ราชาโน คเหตฺวา เอวรูปา วิวิธา กมฺมการณา กาเรยฺยุํ; กสาหิปิ ตาเฬยฺยุํ…เป… อสินาปิ สีสํ ฉินฺเทยฺยุ’นฺติ. โส ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส วชฺชสฺส ภีโต น ปเรสํ ปาภตํ วิลุมฺปนฺโต จรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐธมฺมิกํ วชฺชํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สมฺปรายิกํ วชฺชํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กายทุจฺจริตสฺส โข ปน ปาปโก ทุกฺโข วิปาโก อภิสมฺปรายํ, วจีทุจฺจริตสฺส ปาปโก ทุกฺโข วิปาโก อภิสมฺปรายํ, มโนทุจฺจริตสฺส ปาปโก ทุกฺโข วิปาโก อภิสมฺปรายํ. อหญฺเจว โข ปน กาเยน ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, วาจาย ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, มนสา ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ. กิญฺจ ตํ ยาหํ น กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย’นฺติ. โส สมฺปรายิกสฺส วชฺชสฺส ภีโต กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมฺปรายิกํ วชฺชํ. ‘‘อิมานิ โข, ภิกฺขเว, เทฺว วชฺชานิ. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส วชฺชสฺส ภายิสฺสาม, สมฺปรายิกสฺส วชฺชสฺส ภายิสฺสาม, วชฺชภีรุโน ภวิสฺสาม วชฺชภยทสฺสาวิโน’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพํ. วชฺชภีรุโน, ภิกฺขเว, วชฺชภยทสฺสาวิโน เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ ปริมุจฺจิสฺสติ สพฺพวชฺเชหี’’ติ. ปฐมํ.
๒. ปธานสุตฺตํ
๒. ‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, ปธานานิ ทุรภิสมฺภวานิ โลกสฺมึ. กตมานิ เทฺว? ยญฺจ คิหีนํ อคารํ อชฺฌาวสตํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานุปฺปทานตฺถํ ปธานํ, ยญฺจ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตานํ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคตฺถํ ปธานํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปธานานิ ทุรภิสมฺภวานิ โลกสฺมึ.
‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปธานานํ ยทิทํ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคตฺถํ ปธานํ. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคตฺถํ ปธานํ ปทหิสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. ตปนียสุตฺตํ
๓. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ตปนียา. กตเม เทฺว? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส กายทุจฺจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ กายสุจริตํ; วจีทุจฺจริตํ กตํ โหติ; อกตํ โหติ วจีสุจริตํ; มโนทุจฺจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ มโนสุจริตํ. โส ‘กายทุจฺจริตํ เม กต’นฺติ ตปฺปติ, ‘อกตํ เม กายสุจริต’นฺติ ตปฺปติ; ‘วจีทุจฺจริตํ เม กต’นฺติ ตปฺปติ, ‘อกตํ เม วจีสุจริต’นฺติ ตปฺปติ; ‘มโนทุจฺจริตํ เม กต’นฺติ ตปฺปติ, ‘อกตํ เม มโนสุจริต’นฺติ ตปฺปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา ตปนียา’’ติ. ตติยํ.
๔. อตปนียสุตฺตํ
๔. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา อตปนียา. กตเม เทฺว? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส กายสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ กายทุจฺจริตํ; วจีสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ วจีทุจฺจริตํ; มโนสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ มโนทุจฺจริตํ. โส ‘กายสุจริตํ เม กต’นฺติ น ตปฺปติ, ‘อกตํ เม กายทุจฺจริต’นฺติ น ตปฺปติ; ‘วจีสุจริตํ เม กต’นฺติ น ตปฺปติ, ‘อกตํ เม วจีทุจฺจริต’นฺติ น ตปฺปติ; ‘มโนสุจริตํ เม กต’นฺติ น ตปฺปติ, ‘อกตํ เม มโนทุจฺจริต’นฺติ น ตปฺปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา อตปนียา’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. อุปญฺญาตสุตฺตํ
๕. ‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ อุปญฺญาสึ – ยา จ อสนฺตุฏฺฐิตา กุสเลสุ ธมฺเมสุ, ยา จ อปฺปฏิวานิตา ปธานสฺมึ. อปฺปฏิวานี สุทาหํ, ภิกฺขเว, ปทหามิ – ‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ [นหารุ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ, สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิตํ, ยํ ตํ ปุริสถาเมน ปุริสวีริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ น ตํ อปาปุณิตฺวา วีริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตี’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมาทาธิคตา สมฺโพธิ, อปฺปมาทาธิคโต อนุตฺตโร โยคกฺเขโม. ตุเมฺห เจปิ, ภิกฺขเว, อปฺปฏิวานํ ปทเหยฺยาถ – ‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ, สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิตํ, ยํ ตํ ปุริสถาเมน ปุริสวีริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ น ตํ อปาปุณิตฺวา วีริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตี’ติ, ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเว, นจิรสฺเสว – ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ – พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสถ. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อปฺปฏิวานํ ปทหิสฺสาม. กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ, สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิตํ, ยํ ตํ ปุริสถาเมน ปุริสวีริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ น ตํ อปาปุณิตฺวา วีริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ปญฺจมํ.
๖. สํโยชนสุตฺตํ
๖. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา. กตเม เทฺว? ยา จ สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิตา, ยา จ สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ นิพฺพิทานุปสฺสิตา. สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสี วิหรนฺโต ราคํ น ปชหติ, โทสํ น ปชหติ, โมหํ น ปชหติ. ราคํ อปฺปหาย, โทสํ อปฺปหาย, โมหํ อปฺปหาย น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ.
‘‘สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ นิพฺพิทานุปสฺสี วิหรนฺโต ราคํ ปชหติ, โทสํ ปชหติ, โมหํ ปชหติ. ราคํ ปหาย, โทสํ ปหาย, โมหํ ปหาย, ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. กณฺหสุตฺตํ
๗. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา กณฺหา. กตเม เทฺว? อหิริกญฺจ อโนตฺตปฺปญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา กณฺหา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. สุกฺกสุตฺตํ
๘. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สุกฺกา. กตเม เทฺว? หิรี [หิริ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] จ โอตฺตปฺปญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา สุกฺกา’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. จริยสุตฺตํ
๙. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สุกฺกา โลกํ ปาเลนฺติ. กตเม เทฺว? หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ น ปาเลยฺยุํ, นยิธ ปญฺญาเยถ มาตาติ วา มาตุจฺฉาติ วา มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วา. สมฺเภทํ โลโก อคมิสฺส, ยถา อเชฬกา กุกฺกุฏสูกรา โสณสิงฺคาลา [โสณสิคาลา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อิเม เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ ตสฺมา ปญฺญายติ [ปญฺญายนฺติ (สี.)] มาตาติ วา มาตุจฺฉาติ วา มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วา’’ติ. นวมํ.
๑๐. วสฺสูปนายิกสุตฺตํ
๑๐. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, วสฺสูปนายิกา. กตมา เทฺว? ปุริมิกา จ ปจฺฉิมิกา จ. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว วสฺสูปนายิกา’’ติ. ทสมํ.
กมฺมกรณวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
วชฺชา ปธานา เทฺว ตปนียา, อุปญฺญาเตน ปญฺจมํ;
สํโยชนญฺจ กณฺหญฺจ, สุกฺกํ จริยา วสฺสูปนายิเกน วคฺโค.
๒. อธิกรณวคฺโค
๑๑. ‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ เทฺว? ปฏิสงฺขานพลญฺจ ภาวนาพลญฺจ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กายทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, วจีทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, มโนทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจา’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ยมิทํ [ยทิทํ (สี.)] ภาวนาพลํ เสขานเมตํ [เสขเมตํ (สี. สฺยา. กํ.)] พลํ. เสขญฺหิ โส, ภิกฺขเว, พลํ อาคมฺม ราคํ ปชหติ, โทสํ ปชหติ, โมหํ ปชหติ. ราคํ ปหาย, โทสํ ปหาย, โมหํ ปหาย ยํ อกุสลํ น ตํ กโรติ, ยํ ปาปํ น ตํ เสวติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, เทฺว พลานี’’ติ.
๑๒. ‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ เทฺว? ปฏิสงฺขานพลญฺจ ภาวนาพลญฺจ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กายทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, วจีทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, มโนทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจา’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสคฺคปริณามึ, ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ… วีริยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ… ปีติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ… ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ… สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ… อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสคฺคปริณามึ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, เทฺว พลานี’’ติ.
๑๓. ‘‘เทฺวมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ เทฺว? ปฏิสงฺขานพลญฺจ ภาวนาพลญฺจ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กายทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, วจีทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ, มโนทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจา’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิสงฺขานพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ, วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน, สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ, ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภาวนาพลํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, เทฺว พลานี’’ติ.
๑๔. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา. กตมา เทฺว? สํขิตฺเตน จ วิตฺถาเรน จ. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา’’ติ.
๑๕. ‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อาปนฺโน [อาปตฺตาปนฺโน (ก.)] จ ภิกฺขุ โจทโก จ ภิกฺขุ น สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ น ผาสุํ [น ผาสุ (ก.)] วิหริสฺสนฺตีติ [วิหริสฺสนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ก.)]. ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อาปนฺโน จ ภิกฺขุ โจทโก จ ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ น ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ ผาสุํ วิหริสฺสนฺตีติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อาปนฺโน ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ? อิธ, ภิกฺขเว, อาปนฺโน ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อหํ โข อกุสลํ อาปนฺโน กญฺจิเทว [กิญฺจิเทว (ก.)] เทสํ กาเยน. มํ โส [ตสฺมา มํ โส (สี. สฺยา.)] ภิกฺขุ อทฺทส อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. โน เจ อหํ อกุสลํ อาปชฺเชยฺยํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน, น มํ โส ภิกฺขุ ปสฺเสยฺย อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. ยสฺมา จ โข, อหํ อกุสลํ อาปนฺโน กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน, ตสฺมา มํ โส ภิกฺขุ อทฺทส อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. ทิสฺวา จ ปน มํ โส ภิกฺขุ อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน อนตฺตมโน อโหสิ. อนตฺตมโน สมาโน อนตฺตมนวจนํ [อนตฺตมนวาจํ (ก.)] มํ โส ภิกฺขุ อวจ. อนตฺตมนวจนาหํ [อนตฺตมนวาจํ นาหํ (ก.)] เตน ภิกฺขุนา วุตฺโต สมาโน อนตฺตมโน [อตฺตมโน (ก.)] อโหสึ. อนตฺตมโน สมาโน ปเรสํ อาโรเจสึ. อิติ มเมว ตตฺถ อจฺจโย อจฺจคมา สุงฺกทายกํว ภณฺฑสฺมินฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อาปนฺโน ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, โจทโก ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ? อิธ, ภิกฺขเว, โจทโก ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อยํ โข ภิกฺขุ อกุสลํ อาปนฺโน กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. อหํ อิมํ ภิกฺขุํ อทฺทสํ อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. โน เจ อยํ ภิกฺขุ อกุสลํ อาปชฺเชยฺย กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน, นาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปสฺเสยฺยํ อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. ยสฺมา จ โข, อยํ ภิกฺขุ อกุสลํ อาปนฺโน กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน, ตสฺมา อหํ อิมํ ภิกฺขุํ อทฺทสํ อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน. ทิสฺวา จ ปนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อกุสลํ อาปชฺชมานํ กิญฺจิเทว เทสํ กาเยน อนตฺตมโน อโหสึ. อนตฺตมโน สมาโน อนตฺตมนวจนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อวจํ. อนตฺตมนวจนายํ ภิกฺขุ มยา วุตฺโต สมาโน อนตฺตมโน อโหสิ. อนตฺตมโน สมาโน ปเรสํ อาโรเจสิ. อิติ มเมว ตตฺถ อจฺจโย อจฺจคมา สุงฺกทายกํว ภณฺฑสฺมินฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, โจทโก ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ.
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อาปนฺโน จ ภิกฺขุ โจทโก จ ภิกฺขุ น สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ น ผาสุํ วิหริสฺสนฺตีติ. ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อาปนฺโน จ ภิกฺขุ โจทโก จ ภิกฺขุ สาธุกํ อตฺตนาว อตฺตานํ ปจฺจเวกฺขติ ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ น ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ ผาสุ วิหริสฺสนฺตี’’ติ.
๑๖. อถ โข อญฺญตโร พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ? ‘‘อธมฺมจริยาวิสมจริยาเหตุ โข, พฺราหฺมณ, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘โก นุ โข, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ? ‘‘ธมฺมจริยาสมจริยาเหตุ โข, พฺราหฺมณ, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, นิกฺกุชฺชิตํ [นิกุชฺชิตํ (ก.)] วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ, เอวเมวํ โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๑๗. อถ โข ชาณุสฺโสณิ [ชาณุโสณิ (ก.)] พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชาณุสฺโสณิ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ? ‘‘กตตฺตา จ, พฺราหฺมณ, อกตตฺตา จ. เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ. ‘‘โก ปน, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ? ‘‘กตตฺตา จ, พฺราหฺมณ, อกตตฺตา จ. เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ. ‘‘น โข อหํ อิมสฺส โภโต โคตมสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภตฺตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ. สาธุ เม ภวํ โคตโม ตถา ธมฺมํ เทเสตุ ยถา อหํ อิมสฺส โภโต โคตมสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภตฺตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชาเนยฺย’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ โภ’’ติ โข ชาณุสฺโสณิ พฺราหฺมโณ ภควโต ปจฺจสฺโสสิ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘อิธ, พฺราหฺมณ, เอกจฺจสฺส กายทุจฺจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ กายสุจริตํ; วจีทุจฺจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ วจีสุจริตํ; มโนทุจฺจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ มโนสุจริตํ. เอวํ โข, พฺราหฺมณ, กตตฺตา จ อกตตฺตา จ เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ. อิธ ปน, พฺราหฺมณ, เอกจฺจสฺส กายสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ กายทุจฺจริตํ; วจีสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ วจีทุจฺจริตํ; มโนสุจริตํ กตํ โหติ, อกตํ โหติ มโนทุจฺจริตํ. เอวํ โข, พฺราหฺมณ, กตตฺตา จ อกตตฺตา จ เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม…เป… อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๑๘. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘เอกํเสนาหํ, อานนฺท, อกรณียํ วทามิ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริต’’นฺติ. ‘‘ยมิทํ, ภนฺเต, ภควตา เอกํเสน อกรณียํ อกฺขาตํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ ตสฺมึ อกรณีเย กยิรมาเน โก อาทีนโว ปาฏิกงฺโข’’ติ? ‘‘ยมิทํ, อานนฺท, มยา เอกํเสน อกรณียํ อกฺขาตํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ ตสฺมึ อกรณีเย กยิรมาเน อยํ อาทีนโว ปาฏิกงฺโข – อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ, อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ, ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. ยมิทํ, อานนฺท, มยา เอกํเสน อกรณียํ อกฺขาตํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ ตสฺมึ อกรณีเย กยิรมาเน อยํ อาทีนโว ปาฏิกงฺโข’’ติ.
‘‘เอกํเสนาหํ, อานนฺท, กรณียํ วทามิ กายสุจริตํ วจีสุจริตํ มโนสุจริต’’นฺติ. ‘‘ยมิทํ, ภนฺเต, ภควตา เอกํเสน กรณียํ อกฺขาตํ กายสุจริตํ วจีสุจริตํ มโนสุจริตํ ตสฺมึ กรณีเย กยิรมาเน โก อานิสํโส ปาฏิกงฺโข’’ติ? ‘‘ยมิทํ, อานนฺท, มยา เอกํเสน กรณียํ อกฺขาตํ กายสุจริตํ วจีสุจริตํ มโนสุจริตํ ตสฺมึ กรณีเย กยิรมาเน อยํ อานิสํโส ปาฏิกงฺโข – อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ, อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ, กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. ยมิทํ, อานนฺท, มยา เอกํเสน กรณียํ อกฺขาตํ กายสุจริตํ วจีสุจริตํ มโนสุจริตํ ตสฺมึ กรณีเย กยิรมาเน อยํ อานิสํโส ปาฏิกงฺโข’’ติ.
๑๙. ‘‘อกุสลํ, ภิกฺขเว, ปชหถ. สกฺกา, ภิกฺขเว, อกุสลํ ปชหิตุํ. โน เจทํ [โน เจตํ (สฺยา. กํ. ปี. ก.) สํ. นิ. ๓.๒๘ ปสฺสิตพฺพํ], ภิกฺขเว, สกฺกา อภวิสฺส อกุสลํ ปชหิตุํ, นาหํ เอวํ วเทยฺยํ – ‘อกุสลํ, ภิกฺขเว, ปชหถา’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, สกฺกา อกุสลํ ปชหิตุํ ตสฺมาหํ เอวํ วทามิ – ‘อกุสลํ, ภิกฺขเว, ปชหถา’ติ. อกุสลญฺจ หิทํ, ภิกฺขเว [อกุสลํ ภิกฺขเว (ก.)], ปหีนํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺเตยฺย นาหํ เอวํ วเทยฺยํ – ‘อกุสลํ, ภิกฺขเว, ปชหถา’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อกุสลํ ปหีนํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ ตสฺมาหํ เอวํ วทามิ – ‘อกุสลํ, ภิกฺขเว, ปชหถา’’’ติ.
‘‘กุสลํ, ภิกฺขเว, ภาเวถ. สกฺกา, ภิกฺขเว, กุสลํ ภาเวตุํ. โน เจทํ, ภิกฺขเว, สกฺกา อภวิสฺส กุสลํ ภาเวตุํ, นาหํ เอวํ วเทยฺยํ – ‘กุสลํ, ภิกฺขเว, ภาเวถา’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, สกฺกา กุสลํ ภาเวตุํ ตสฺมาหํ เอวํ วทามิ – ‘กุสลํ, ภิกฺขเว, ภาเวถา’ติ. กุสลญฺจ หิทํ, ภิกฺขเว, ภาวิตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺเตยฺย, นาหํ เอวํ วเทยฺยํ – ‘กุสลํ, ภิกฺขเว, ภาเวถา’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, กุสลํ ภาวิตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ ตสฺมาหํ เอวํ วทามิ – ‘กุสลํ, ภิกฺขเว, ภาเวถา’’’ติ.
๒๐. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม เทฺว? ทุนฺนิกฺขิตฺตญฺจ ปทพฺยญฺชนํ อตฺโถ จ ทุนฺนีโต. ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ ทุนฺนโย โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ.
๒๑. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม เทฺว? สุนิกฺขิตฺตญฺจ ปทพฺยญฺชนํ อตฺโถ จ สุนีโต. สุนิกฺขิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ สุนโย โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ.
อธิกรณวคฺโค ทุติโย.
๓. พาลวคฺโค
๒๒. ‘‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, พาลา. กตเม เทฺว? โย จ อจฺจยํ อจฺจยโต น ปสฺสติ, โย จ อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว พาลา’ติ. ‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตา. กตเม เทฺว? โย จ อจฺจยํ อจฺจยโต ปสฺสติ, โย จ อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปณฺฑิตา’’’ติ.
๒๓. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺติ. กตเม เทฺว? ทุฏฺโฐ วา โทสนฺตโร, สทฺโธ วา ทุคฺคหิเตน [ทุคฺคหีเตน (สี.)]. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺตี’’ติ.
๒๔. ‘‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺติ. กตเม เทฺว? โย จ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ, โย จ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺตี’ติ. ‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ตถาคตํ นาพฺภาจิกฺขนฺติ. กตเม เทฺว? โย จ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ, โย จ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตํ นาพฺภาจิกฺขนฺตี’’’ติ.
๒๕. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺติ. กตเม เทฺว? โย จ เนยฺยตฺถํ สุตฺตนฺตํ นีตตฺโถ สุตฺตนฺโตติ ทีเปติ, โย จ นีตตฺถํ สุตฺตนฺตํ เนยฺยตฺโถ สุตฺตนฺโตติ ทีเปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตํ อพฺภาจิกฺขนฺตี’’ติ.
๒๖. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ตถาคตํ นาพฺภาจิกฺขนฺติ. กตเม เทฺว? โย จ เนยฺยตฺถํ สุตฺตนฺตํ เนยฺยตฺโถ สุตฺตนฺโตติ ทีเปติ, โย จ นีตตฺถํ สุตฺตนฺตํ นีตตฺโถ สุตฺตนฺโตติ ทีเปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ตถาคตํ นาพฺภาจิกฺขนฺตี’’ติ.
๒๗. ‘‘ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺตสฺส, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรา คติ ปาฏิกงฺขา – นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วาติ. อปฺปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺตสฺส, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรา คติ ปาฏิกงฺขา – เทวา วา มนุสฺสา วา’’ติ.
๒๘. ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรา คติ ปาฏิกงฺขา – นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วา’’ติ.
๒๙. ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรา คติ ปาฏิกงฺขา – เทวา วา มนุสฺสา วา’’ติ.
๓๐. ‘‘ทุสฺสีลสฺส, ภิกฺขเว, เทฺว ปฏิคฺคาหา – นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วา. สีลวโต, ภิกฺขเว, เทฺว ปฏิคฺคาหา – เทวา วา มนุสฺสา วา’’ติ [เทโว วา มนุสฺโส วาติ (ก.)].
๓๑. ‘‘ทฺวาหํ, ภิกฺขเว, อตฺถวเส สมฺปสฺสมาโน อรญฺญวนปตฺถานิ [อรญฺเญ ปวนปตฺถานิ (สี. ปี.)] ปนฺตานิ เสนาสนานิ ปฏิเสวามิ. กตเม เทฺว? อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สมฺปสฺสมาโน, ปจฺฉิมญฺจ ชนตํ อนุกมฺปมาโน. อิเม โข อหํ, ภิกฺขเว, เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาโน อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ ปฏิเสวามี’’ติ.
๓๒. ‘‘เทฺว เม, ภิกฺขเว, ธมฺมา วิชฺชาภาคิยา. กตเม เทฺว? สมโถ จ วิปสฺสนา จ. สมโถ, ภิกฺขเว, ภาวิโต กมตฺถ [กิมตฺถ (สฺยา. กํ.), กตมตฺถ (ก.)] มนุโภติ? จิตฺตํ ภาวียติ. จิตฺตํ ภาวิตํ กมตฺถมนุโภติ? โย ราโค โส ปหียติ. วิปสฺสนา, ภิกฺขเว, ภาวิตา กมตฺถมนุโภติ? ปญฺญา ภาวียติ. ปญฺญา ภาวิตา กมตฺถมนุโภติ? ยา อวิชฺชา สา ปหียติ. ราคุปกฺกิลิฏฺฐํ วา, ภิกฺขเว, จิตฺตํ น วิมุจฺจติ, อวิชฺชุปกฺกิลิฏฺฐา วา ปญฺญา น ภาวียติ. อิติ โข, ภิกฺขเว, ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตี’’ติ.
พาลวคฺโค ตติโย.
๔. สมจิตฺตวคฺโค
๓๓. ‘‘อสปฺปุริสภูมิญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ สปฺปุริสภูมิญฺจ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ. ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริสภูมิ? อสปฺปุริโส, ภิกฺขเว, อกตญฺญู โหติ อกตเวที. อสพฺภิ เหตํ, ภิกฺขเว, อุปญฺญาตํ ยทิทํ อกตญฺญุตา อกตเวทิตา. เกวลา เอสา, ภิกฺขเว, อสปฺปุริสภูมิ ยทิทํ อกตญฺญุตา อกตเวทิตา. สปฺปุริโส จ โข, ภิกฺขเว, กตญฺญู โหติ กตเวที. สพฺภิ เหตํ, ภิกฺขเว, อุปญฺญาตํ ยทิทํ กตญฺญุตา กตเวทิตา. เกวลา เอสา, ภิกฺขเว, สปฺปุริสภูมิ ยทิทํ กตญฺญุตา กตเวทิตา’’ติ.
๓๔. ‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, น สุปฺปติการํ วทามิ. กตเมสํ ทฺวินฺนํ? มาตุ จ ปิตุ จ. เอเกน, ภิกฺขเว, อํเสน มาตรํ ปริหเรยฺย, เอเกน อํเสน ปิตรํ ปริหเรยฺย วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี โส จ เนสํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหเนน. เต จ ตตฺเถว มุตฺตกรีสํ จเชยฺยุํ. น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. อิมิสฺสา จ, ภิกฺขเว, มหาปถวิยา ปหูตรตฺตรตนาย [ปหูตสตฺตรตนาย (สี. สฺยา. กํ. ปี.) ติกนิปาเต มหาวคฺเค ทสมสุตฺตฏีกายํ ทสฺสิตปาฬิยา สเมติ] มาตาปิตโร อิสฺสราธิปจฺเจ รชฺเช ปติฏฺฐาเปยฺย, น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. ตํ กิสฺส เหตุ? พหุการา [พหูปการา (ก.)], ภิกฺขเว, มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อาปาทกา โปสกา อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร. โย จ โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร อสฺสทฺเธ สทฺธาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ, ทุสฺสีเล สีลสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ, มจฺฉรี จาคสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ, ทุปฺปญฺเญ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ, เอตฺตาวตา โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตญฺจ โหติ ปฏิกตญฺจา’’ติ [ปฏิกตญฺจ อติกตญฺจาติ (สี. ปี.)].
๓๕. อถ โข อญฺญตโร พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กึวาที ภวํ โคตโม กิมกฺขายี’’ติ? ‘‘กิริยวาที จาหํ, พฺราหฺมณ, อกิริยวาที จา’’ติ. ‘‘ยถากถํ ปน ภวํ โคตโม กิริยวาที จ อกิริยวาที จา’’ติ?
‘‘อกิริยํ โข อหํ, พฺราหฺมณ, วทามิ กายทุจฺจริตสฺส วจีทุจฺจริตสฺส มโนทุจฺจริตสฺส, อเนกวิหิตานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อกิริยํ วทามิ. กิริยญฺจ โข อหํ, พฺราหฺมณ, วทามิ กายสุจริตสฺส วจีสุจริตสฺส มโนสุจริตสฺส, อเนกวิหิตานํ กุสลานํ ธมฺมานํ กิริยํ วทามิ. เอวํ โข อหํ, พฺราหฺมณ, กิริยวาที จ อกิริยวาที จา’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม…เป… อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๓๖. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, โลเก ทกฺขิเณยฺยา, กตฺถ จ ทานํ ทาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘เทฺว โข, คหปติ, โลเก ทกฺขิเณยฺยา – เสโข จ อเสโข จ. อิเม โข, คหปติ, เทฺว โลเก ทกฺขิเณยฺยา, เอตฺถ จ ทานํ ทาตพฺพ’’นฺติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน [วตฺวา (สี. ปี.) เอวมีทิเสสุ ฐาเนสุ] สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘เสโข อเสโข จ อิมสฺมึ โลเก,
อาหุเนยฺยา ยชมานานํ โหนฺติ;
เต อุชฺชุภูตา [อุชุภูตา (สฺยา. กํ. ก.)] กาเยน, วาจาย อุท เจตสา;
เขตฺตํ ตํ ยชมานานํ, เอตฺถ ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ.
๓๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สาริปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘อาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ – ‘‘อชฺฌตฺตสํโยชนญฺจ, อาวุโส, ปุคฺคลํ เทเสสฺสามิ พหิทฺธาสํโยชนญฺจ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ –
‘‘กตโม จาวุโส, อชฺฌตฺตสํโยชโน ปุคฺคโล? อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. โส ตโต จุโต อาคามี โหติ, อาคนฺตา อิตฺถตฺตํ. อยํ วุจฺจติ, อาวุโส, อชฺฌตฺตสํโยชโน ปุคฺคโล อาคามี โหติ, อาคนฺตา อิตฺถตฺตํ.
‘‘กตโม จาวุโส, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล? อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส อญฺญตรํ สนฺตํ เจโตวิมุตฺตึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. โส ตโต จุโต อนาคามี โหติ, อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ. อยํ วุจฺจตาวุโส, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล อนาคามี โหติ, อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ.
‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ สีลวา โหติ…เป… สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส กามานํเยว นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ. โส ภวานํเยว นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ. โส ตณฺหากฺขยาย ปฏิปนฺโน โหติ. โส โลภกฺขยาย ปฏิปนฺโน โหติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ. โส ตโต จุโต อนาคามี โหติ, อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ. อยํ วุจฺจตาวุโส, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล อนาคามี โหติ, อนาคนฺตา อิตฺถตฺต’’นฺติ.
อถ โข สมฺพหุลา สมจิตฺตา เทวตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘เอโส, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ภิกฺขูนํ อชฺฌตฺตสํโยชนญฺจ ปุคฺคลํ เทเสติ พหิทฺธาสํโยชนญฺจ. หฏฺฐา, ภนฺเต, ปริสา. สาธุ, ภนฺเต, ภควา เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. อถ โข ภควา – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ [สมฺมิญฺชิตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมวํ – เชตวเน อนฺตรหิโต ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สมฺมุเข ปาตุรโหสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. อายสฺมาปิ โข สาริปุตฺโต ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ –
‘‘อิธ, สาริปุตฺต, สมฺพหุลา สมจิตฺตา เทวตา เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข, สาริปุตฺต, ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ – ‘เอโส, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ภิกฺขูนํ อชฺฌตฺตสํโยชนญฺจ ปุคฺคลํ เทเสติ พหิทฺธาสํโยชนญฺจ. หฏฺฐา, ภนฺเต, ปริสา. สาธุ, ภนฺเต, ภควา เยน อายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’ติ. ตา โข ปน, สาริปุตฺต, เทวตา ทสปิ หุตฺวา วีสมฺปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาลีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา สฏฺฐิปิ หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺติ [พฺยาพาเธนฺตีติ (สพฺพตฺถ)]. สิยา โข ปน [ปน เต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], สาริปุตฺต, เอวมสฺส – ‘ตตฺถ นูน ตาสํ เทวตานํ ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ เยน ตา เทวตา ทสปิ หุตฺวา วีสมฺปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาลีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา สฏฺฐิปิ หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตี’ติ. น โข ปเนตํ, สาริปุตฺต, เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. อิเธว โข, สาริปุตฺต, ตาสํ เทวตานํ ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ, เยน ตา เทวตา ทสปิ หุตฺวา…เป… น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺติ. ตสฺมาติห, สาริปุตฺต, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สนฺตินฺทฺริยา ภวิสฺสาม สนฺตมานสา’ติ. เอวญฺหิ โว, สาริปุตฺต, สิกฺขิตพฺพํ. ‘สนฺตินฺทฺริยานญฺหิ โว, สาริปุตฺต, สนฺตมานสานํ สนฺตํเยว กายกมฺมํ ภวิสฺสติ สนฺตํ วจีกมฺมํ สนฺตํ มโนกมฺมํ. สนฺตํเยว อุปหารํ อุปหริสฺสาม สพฺรหฺมจารีสู’ติ. ‘เอวญฺหิ โว, สาริปุตฺต, สิกฺขิตพฺพํ. อนสฺสุํ โข, สาริปุตฺต, อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา เย อิมํ ธมฺมปริยายํ นาสฺโสสุ’’’นฺติ.
๓๘. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน วรณายํ วิหรติ ภทฺทสาริตีเร [กทฺทมทหตีเร (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. อถ โข อารามทณฺโฑ พฺราหฺมโณ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา มหากจฺจาเนน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อารามทณฺโฑ พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, โภ กจฺจาน, เหตุ โก ปจฺจโย เยน ขตฺติยาปิ ขตฺติเยหิ วิวทนฺติ, พฺราหฺมณาปิ พฺราหฺมเณหิ วิวทนฺติ, คหปติกาปิ คหปติเกหิ วิวทนฺตี’’ติ? ‘‘กามราคาภินิเวสวินิพนฺธ [กามราควินิเวสวินิพทฺธ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานเหตุ โข, พฺราหฺมณ, ขตฺติยาปิ ขตฺติเยหิ วิวทนฺติ, พฺราหฺมณาปิ พฺราหฺมเณหิ วิวทนฺติ, คหปติกาปิ คหปติเกหิ วิวทนฺตี’’ติ.
‘‘โก ปน, โภ กจฺจาน, เหตุ โก ปจฺจโย เยน สมณาปิ สมเณหิ วิวทนฺตี’’ติ? ‘‘ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานเหตุ โข, พฺราหฺมณ, สมณาปิ สมเณหิ วิวทนฺตี’’ติ.
‘‘อตฺถิ ปน, โภ กจฺจาน, โกจิ โลกสฺมึ โย อิมญฺเจว กามราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต, อิมญฺจ ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต’’ติ? ‘‘อตฺถิ, พฺราหฺมณ, โลกสฺมึ โย อิมญฺเจว กามราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต, อิมญฺจ ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต’’ติ.
‘‘โก ปน โส, โภ กจฺจาน, โลกสฺมึ โย อิมญฺเจว กาคราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต, อิมญฺจ ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต’’ติ? ‘‘อตฺถิ, พฺราหฺมณ, ปุรตฺถิเมสุ ชนปเทสุ สาวตฺถี นาม นครํ. ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. โส หิ, พฺราหฺมณ, ภควา อิมญฺเจว กามราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต, อิมญฺจ ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต’’ติ.
เอวํ วุตฺเต อารามทณฺโฑ พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทกฺขิณํ ชาณุมณฺฑลํ ปถวิยํ นิหนฺตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. โย หิ โส ภควา อิมญฺเจว กามราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต, อิมญฺจ ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธปลิเคธปริยุฏฺฐานชฺโฌสานํ สมติกฺกนฺโต’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ กจฺจาน, อภิกฺกนฺตํ, โภ กจฺจาน! เสยฺยถาปิ, โภ กจฺจาน, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ, เอวเมวํ โภตา กจฺจาเนน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, โภ กจฺจาน, ตํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภวํ กจฺจาโน ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๓๙. เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน มธุรายํ วิหรติ คุนฺทาวเน. อถ โข กนฺทรายโน [กณฺฑรายโน (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] พฺราหฺมโณ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา มหากจฺจาเนน สทฺธึ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กนฺทรายโน พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ – ‘‘สุตํ เมตํ, โภ กจฺจาน, ‘น สมโณ กจฺจาโน พฺราหฺมเณ ชิณฺเณ วุทฺเธ มหลฺลเก อทฺธคเต วโยอนุปฺปตฺเต อภิวาเทติ วา ปจฺจุฏฺเฐติ วา อาสเนน วา นิมนฺเตตี’ติ. ตยิทํ, โภ กจฺจาน, ตเถว? น หิ ภวํ กจฺจาโน พฺราหฺมเณ ชิณฺเณ วุทฺเธ มหลฺลเก อทฺธคเต วโยอนุปฺปตฺเต อภิวาเทติ วา ปจฺจุฏฺเฐติ วา อาสเนน วา นิมนฺเตติ. ตยิทํ, โภ กจฺจาน, น สมฺปนฺนเมวา’’ติ.
‘‘อตฺถิ, พฺราหฺมณ, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุทฺธภูมิ จ อกฺขาตา ทหรภูมิ จ. วุทฺโธ เจปิ, พฺราหฺมณ, โหติ อาสีติโก วา นาวุติโก วา วสฺสสติโก วา ชาติยา, โส จ กาเม ปริภุญฺชติ กามมชฺฌาวสติ กามปริฬาเหน ปริฑยฺหติ กามวิตกฺเกหิ ขชฺชติ กามปริเยสนาย อุสฺสุโก. อถ โข โส พาโล น เถโรเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ทหโร เจปิ, พฺราหฺมณ, โหติ ยุวา สุสุกาฬเกโส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ปฐเมน วยสา. โส จ น กาเม ปริภุญฺชติ น กามมชฺฌาวสติ, น กามปริฬาเหน ปริฑยฺหติ, น กามวิตกฺเกหิ ขชฺชติ, น กามปริเยสนาย อุสฺสุโก. อถ โข โส ปณฺฑิโต เถโรเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต กนฺทรายโน พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทหรานํ สตํ [สุทํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ภิกฺขูนํ ปาเท สิรสา วนฺทติ – ‘‘วุทฺธา ภวนฺโต, วุทฺธภูมิยํ ฐิตา. ทหรา มยํ, ทหรภูมิยํ ฐิตา’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ กจฺจาน…เป… อุปาสกํ มํ ภวํ กจฺจาโน ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๔๐. ‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย โจรา พลวนฺโต โหนฺติ, ราชาโน ตสฺมึ สมเย ทุพฺพลา โหนฺติ. ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย รญฺโญ น ผาสุ โหติ อติยาตุํ วา นิยฺยาตุํ วา ปจฺจนฺติเม วา ชนปเท อนุสญฺญาตุํ. พฺราหฺมณคหปติกานมฺปิ ตสฺมึ สมเย น ผาสุ โหติ อติยาตุํ วา นิยฺยาตุํ วา พาหิรานิ วา กมฺมนฺตานิ ปฏิเวกฺขิตุํ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย ปาปภิกฺขู พลวนฺโต โหนฺติ, เปสลา ภิกฺขู ตสฺมึ สมเย ทุพฺพลา โหนฺติ. ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย เปสลา ภิกฺขู ตุณฺหีภูตา ตุณฺหีภูตาว สงฺฆมชฺเฌ สงฺกสายนฺติ [สงฺกมฺม ฌายนฺติ (ก.), สญฺจายนฺติ (สี. อฏฺฐ.)] ปจฺจนฺติเม วา ชนปเท อจฺฉนฺติ [ภชนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ตยิทํ, ภิกฺขเว, โหติ พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ.
‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ราชาโน พลวนฺโต โหนฺติ, โจรา ตสฺมึ สมเย ทุพฺพลา โหนฺติ. ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย รญฺโญ ผาสุ โหติ อติยาตุํ วา นิยฺยาตุํ วา ปจฺจนฺติเม วา ชนปเท อนุสญฺญาตุํ. พฺราหฺมณคหปติกานมฺปิ ตสฺมึ สมเย ผาสุ โหติ อติยาตุํ วา นิยฺยาตุํ วา พาหิรานิ วา กมฺมนฺตานิ ปฏิเวกฺขิตุํ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย เปสลา ภิกฺขู พลวนฺโต โหนฺติ, ปาปภิกฺขู ตสฺมึ สมเย ทุพฺพลา โหนฺติ. ตสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ปาปภิกฺขู ตุณฺหีภูตา ตุณฺหีภูตาว สงฺฆมชฺเฌ สงฺกสายนฺติ, เยน วา ปน เตน ปกฺกมนฺติ [ปปตนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ตยิทํ, ภิกฺขเว, โหติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ.
๔๑. ‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาปฏิปตฺตึ น วณฺเณมิ, คิหิสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา. คิหี วา, ภิกฺขเว, ปพฺพชิโต วา มิจฺฉาปฏิปนฺโน มิจฺฉาปฏิปตฺตาธิกรณเหตุ น อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ.
‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, สมฺมาปฏิปตฺตึ วณฺเณมิ, คิหิสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา. คิหี วา, ภิกฺขเว, ปพฺพชิโต วา สมฺมาปฏิปนฺโน สมฺมาปฏิปตฺตาธิกรณเหตุ อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสล’’นฺติ.
๔๒. ‘‘เย เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ทุคฺคหิเตหิ สุตฺตนฺเตหิ พฺยญฺชนปฺปติรูปเกหิ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ ปฏิวาหนฺติ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู พหุชนาหิตาย ปฏิปนฺนา พหุชนาสุขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. พหุญฺจ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู อปุญฺญํ ปสวนฺติ, เต จิมํ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปนฺติ.
‘‘เย เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สุคฺคหิเตหิ สุตฺตนฺเตหิ พฺยญฺชนปฺปติรูปเกหิ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุโลเมนฺติ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. พหุญฺจ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ปุญฺญํ ปสวนฺติ, เต จิมํ สทฺธมฺมํ ฐเปนฺตี’’ติ.
สมจิตฺตวคฺโค จตุตฺโถ.
๕. ปริสวคฺโค
๔๓. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อุตฺตานา จ ปริสา คมฺภีรา จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, อุตฺตานา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู อุทฺธตา โหนฺติ อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากตินฺทฺริยา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อุตฺตานา ปริสา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, คมฺภีรา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู อนุทฺธตา โหนฺติ อนุนฺนฬา อจปลา อมุขรา อวิกิณฺณวาจา อุปฏฺฐิตสฺสตี สมฺปชานา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา สํวุตินฺทฺริยา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, คมฺภีรา ปริสา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ คมฺภีรา ปริสา’’ติ.
๔๔. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? วคฺคา จ ปริสา สมคฺคา จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, วคฺคา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา กลหชาตา วิวาทาปนฺนา อญฺญมญฺญํ มุขสตฺตีหิ วิตุทนฺตา วิหรนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วคฺคา ปริสา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สมคฺคา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมคฺคา ปริสา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ สมคฺคา ปริสา’’ติ.
๔๕. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อนคฺควตี จ ปริสา อคฺควตี จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, อนคฺควตี ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ เถรา ภิกฺขู พาหุลิกา [พาหุลฺลิกา (สฺยา. กํ. ก.) ฏีกา โอโลเกตพฺพา] โหนฺติ สาถลิกา, โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา, ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา, น วีริยํ อารภนฺติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เตสํ ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. สาปิ โหติ พาหุลิกา สาถลิกา, โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา, ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา, น วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อนคฺควตี ปริสา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อคฺควตี ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ เถรา ภิกฺขู น พาหุลิกา โหนฺติ น สาถลิกา, โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา, ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา, วีริยํ อารภนฺติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เตสํ ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. สาปิ โหติ น พาหุลิกา น สาถลิกา, โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา, ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา, วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อคฺควตี ปริสา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ อคฺควตี ปริสา’’ติ.
๔๖. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อนริยา จ ปริสา อริยา จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, อนริยา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อนริยา ปริสา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อริยา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อริยา ปริสา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ อริยา ปริสา’’ติ.
๔๗. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? ปริสากสโฏ จ ปริสามณฺโฑ จ. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปริสากสโฏ? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู ฉนฺทาคตึ คจฺฉนฺติ, โทสาคตึ คจฺฉนฺติ, โมหาคตึ คจฺฉนฺติ, ภยาคตึ คจฺฉนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปริสากสโฏ.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปริสามณฺโฑ? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู น ฉนฺทาคตึ คจฺฉนฺติ, น โทสาคตึ คจฺฉนฺติ, น โมหาคตึ คจฺฉนฺติ, น ภยาคตึ คจฺฉนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปริสามณฺโฑ. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ ปริสามณฺโฑ’’ติ.
๔๘. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? โอกฺกาจิตวินีตา ปริสา โนปฏิปุจฺฉาวินีตา, ปฏิปุจฺฉาวินีตา ปริสา โนโอกฺกาจิตวินีตา. กตมา จ, ภิกฺขเว, โอกฺกาจิตวินีตา ปริสา โนปฏิปุจฺฉาวินีตา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู เย เต สุตฺตนฺตา ตถาคตภาสิตา คมฺภีรา คมฺภีรตฺถา โลกุตฺตรา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ น สุสฺสูสนฺติ น โสตํ โอทหนฺติ น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ น จ เต ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญนฺติ. เย ปน เต สุตฺตนฺตา กวิตา [กวิกตา (สพฺพตฺถ) ฏีกา โอโลเกตพฺพา] กาเวยฺยา จิตฺตกฺขรา จิตฺตพฺยญฺชนา พาหิรกา สาวกภาสิตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ สุสฺสูสนฺติ โสตํ โอทหนฺติ อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ, เต ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญนฺติ, เต จ ตํ ธมฺมํ ปริยาปุณิตฺวา น เจว อญฺญมญฺญํ ปฏิปุจฺฉนฺติ น จ ปฏิวิจรนฺติ – ‘อิทํ กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ? เต อวิวฏญฺเจว น วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ น อุตฺตานีกโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ น ปฏิวิโนเทนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, โอกฺกาจิตวินีตา ปริสา โน ปฏิปุจฺฉาวินีตา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ปฏิปุจฺฉาวินีตา ปริสา โนโอกฺกาจิตวินีตา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู เย เต สุตฺตนฺตา กวิตา กาเวยฺยา จิตฺตกฺขรา จิตฺตพฺยญฺชนา พาหิรกา สาวกภาสิตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ น สุสฺสูสนฺติ น โสตํ โอทหนฺติ น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ, น จ เต ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญนฺติ. เย ปน เต สุตฺตนฺตา ตถาคตภาสิตา คมฺภีรา คมฺภีรตฺถา โลกุตฺตรา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ สุสฺสูสนฺติ โสตํ โอทหนฺติ อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ, เต จ ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญนฺติ. เต ตํ ธมฺมํ ปริยาปุณิตฺวา อญฺญมญฺญํ ปฏิปุจฺฉนฺติ ปฏิวิจรนฺติ – ‘อิทํ กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ? เต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานีกโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิปุจฺฉาวินีตา ปริสา โนโอกฺกาจิตวินีตา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ ปฏิปุจฺฉาวินีตา ปริสา โนโอกฺกาจิตวินีตา’’ติ.
๔๙. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อามิสครุ ปริสา โน สทฺธมฺมครุ, สทฺธมฺมครุ ปริสา โน อามิสครุ. กตมา จ, ภิกฺขเว, อามิสครุ ปริสา โน สทฺธมฺมครุ? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู คิหีนํ โอทาตวสนานํ สมฺมุขา อญฺญมญฺญสฺส วณฺณํ ภาสนฺติ – ‘อสุโก ภิกฺขุ อุภโตภาควิมุตฺโต, อสุโก ปญฺญาวิมุตฺโต, อสุโก กายสกฺขี, อสุโก ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, อสุโก สทฺธาวิมุตฺโต, อสุโก ธมฺมานุสารี, อสุโก สทฺธานุสารี, อสุโก สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อสุโก ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม’ติ. เต เตน ลาภํ ลภนฺติ. เต ตํ ลาภํ ลภิตฺวา คถิตา [คธิตา (ก.)] มุจฺฉิตา อชฺโฌปนฺนา [อชฺโฌสานา (ก.), อนชฺโฌปนฺนา (สี. สฺยา. ก.) ติกนิปาเต กุสินารวคฺเค ปฐมสุตฺตฏีกา โอโลเกตพฺพา] อนาทีนวทสฺสาวิโน อนิสฺสรณปญฺญา ปริภุญฺชนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อามิสครุ ปริสา โน สทฺธมฺมครุ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สทฺธมฺมครุ ปริสา โนอามิสครุ? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู คิหีนํ โอทาตวสนานํ สมฺมุขา อญฺญมญฺญสฺส วณฺณํ น ภาสนฺติ – ‘อสุโก ภิกฺขุ อุภโตภาควิมุตฺโต, อสุโก ปญฺญาวิมุตฺโต, อสุโก กายสกฺขี, อสุโก ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, อสุโก สทฺธาวิมุตฺโต, อสุโก ธมฺมานุสฺสารี, อสุโก สทฺธานุสารี, อสุโก สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อสุโก ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม’ติ. เต เตน ลาภํ ลภนฺติ. เต ตํ ลาภํ ลภิตฺวา อคถิตา อมุจฺฉิตา อนชฺโฌสนฺนา อาทีนวทสฺสาวิโน นิสฺสรณปญฺญา ปริภุญฺชนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สทฺธมฺมครุ ปริสา โนอามิสครุ. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ สทฺธมฺมครุ ปริสา โนอามิสครู’’ติ.
๕๐. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? วิสมา จ ปริสา สมา จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, วิสมา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ อธมฺมกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ ธมฺมกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, อวินยกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ วินยกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, อธมฺมกมฺมานิ ทิปฺปนฺติ ธมฺมกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ, อวินยกมฺมานิ ทิปฺปนฺติ วินยกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วิสมา ปริสา. ( ) [(วิสมตฺตา ภิกฺขเว ปริสาย อธมฺมกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ… วินยกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ.) (สี. ปี.)]
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สมา ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ธมฺมกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ อธมฺมกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, วินยกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ อวินยกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, ธมฺมกมฺมานิ ทิปฺปนฺติ อธมฺมกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ, วินยกมฺมานิ ทิปฺปนฺติ อวินยกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมา ปริสา. ( ) [(สมตฺตา ภิกฺขเว ปริสาย ธมฺมกมฺมานิ ปวตฺตนฺติ… อวินยกมฺมานิ น ทิปฺปนฺติ.) (สี. ปี.)] อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ สมา ปริสา’’ติ.
๕๑. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อธมฺมิกา จ ปริสา ธมฺมิกา จ ปริสา…เป… อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ ธมฺมิกา ปริสา’’ติ.
๕๒. ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริสา. กตมา เทฺว? อธมฺมวาทินี จ ปริสา ธมฺมวาทินี จ ปริสา. กตมา จ, ภิกฺขเว, อธมฺมวาทินี ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู อธิกรณํ อาทิยนฺติ ธมฺมิกํ วา อธมฺมิกํ วา. เต ตํ อธิกรณํ อาทิยิตฺวา น เจว อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปนฺติ น จ สญฺญตฺตึ อุปคจฺฉนฺติ, น จ นิชฺฌาเปนฺติ น จ นิชฺฌตฺตึ อุปคจฺฉนฺติ. เต อสญฺญตฺติพลา อนิชฺฌตฺติพลา อปฺปฏินิสฺสคฺคมนฺติโน ตเมว อธิกรณํ ถามสา ปรามาสา [ปรามสฺส (สี. ปี.)] อภินิวิสฺส โวหรนฺติ – ‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อธมฺมวาทินี ปริสา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ธมฺมวาทินี ปริสา? อิธ, ภิกฺขเว, ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู อธิกรณํ อาทิยนฺติ ธมฺมิกํ วา อธมฺมิกํ วา. เต ตํ อธิกรณํ อาทิยิตฺวา อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปนฺติ เจว สญฺญตฺติญฺจ อุปคจฺฉนฺติ, นิชฺฌาเปนฺติ เจว นิชฺฌตฺติญฺจ อุปคจฺฉนฺติ. เต สญฺญตฺติพลา นิชฺฌตฺติพลา ปฏินิสฺสคฺคมนฺติโน, น ตเมว อธิกรณํ ถามสา ปรามาสา อภินิวิสฺส โวหรนฺติ – ‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ธมฺมวาทินี ปริสา. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปริสา. เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ ธมฺมวาทินี ปริสา’’ติ.
ปริสวคฺโค ปญฺจโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
อุตฺตานา วคฺคา อคฺควตี, อริยา กสโฏ จ ปญฺจโม;
โอกฺกาจิตอามิสญฺเจว, วิสมา อธมฺมาธมฺมิเยน จาติ.
ปฐโม ปณฺณาสโก สมตฺโต.
๒. ทุติยปณฺณาสกํ
(๖) ๑. ปุคฺคลวคฺโค
๕๓. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตเม เทฺว? ตถาคโต จ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ราชา จ จกฺกวตฺตี. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ.
๕๔. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ อจฺฉริยมนุสฺสา. กตเม เทฺว? ตถาคโต จ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ราชา จ จกฺกวตฺตี. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ อจฺฉริยมนุสฺสา’’ติ.
๕๕. ‘‘ทฺวินฺนํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคลานํ กาลกิริยา พหุโน ชนสฺส อนุตปฺปา โหติ. กตเมสํ ทฺวินฺนํ? ตถาคตสฺส จ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, รญฺโญ จ จกฺกวตฺติสฺส. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กาลกิริยา พหุโน ชนสฺส อนุตปฺปา โหตี’’ติ.
๕๖. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ถูปารหา. กตเม เทฺว? ตถาคโต จ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ราชา จ จกฺกวตฺตี. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ถูปารหา’’ติ.
๕๗. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, พุทฺธา. กตเม เทฺว? ตถาคโต จ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ปจฺเจกพุทฺโธ จ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว พุทฺธา’’ติ.
๕๘. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺติ. กตเม เทฺว? ภิกฺขุ จ ขีณาสโว, หตฺถาชานีโย จ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺตี’’ติ.
๕๙. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺติ. กตเม เทฺว? ภิกฺขุ จ ขีณาสโว, อสฺสาชานีโย จ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺตี’’ติ.
๖๐. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺติ. กตเม เทฺว? ภิกฺขุ จ ขีณาสโว, สีโห จ มิคราชา. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺตี’’ติ.
๖๑. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อตฺถวเส สมฺปสฺสมานา กึปุริสา มานุสึ วาจํ น ภาสนฺติ. กตเม เทฺว? มา จ มุสา ภณิมฺหา, มา จ ปรํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขิมฺหาติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมานา กึปุริสา มานุสึ วาจํ น ภาสนฺตี’’ติ.
๖๒. ‘‘ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ, ภิกฺขเว, อติตฺโต อปฺปฏิวาโน มาตุคาโม กาลํ กโรติ. กตเมสํ ทฺวินฺนํ? เมถุนสมาปตฺติยา จ วิชายนสฺส จ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน มาตุคาโม กาลํ กโรตี’’ติ.
๖๓. ‘‘อสนฺตสนฺนิวาสญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ สนฺตสนฺนิวาสญฺจ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อสนฺตสนฺนิวาโส โหติ, กถญฺจ อสนฺโต สนฺนิวสนฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เถรสฺส ภิกฺขุโน เอวํ โหติ – ‘เถโรปิ มํ น วเทยฺย, มชฺฌิโมปิ มํ น วเทยฺย, นโวปิ มํ น วเทยฺย; เถรมฺปาหํ น วเทยฺยํ, มชฺฌิมมฺปาหํ น วเทยฺยํ, นวมฺปาหํ น วเทยฺยํ. เถโร เจปิ มํ วเทยฺย อหิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน หิตานุกมฺปี, โนติ นํ วเทยฺยํ วิเหเฐยฺยํ [วิเหเสยฺยํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปสฺสมฺปิสฺส นปฺปฏิกเรยฺยํ. มชฺฌิโม เจปิ มํ วเทยฺย…เป… นโว เจปิ มํ วเทยฺย อหิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน หิตานุกมฺปี, โนติ นํ วเทยฺยํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส นปฺปฏิกเรยฺยํ’. มชฺฌิมสฺสปิ ภิกฺขุโน เอวํ โหติ…เป… นวสฺสปิ ภิกฺขุโน เอวํ โหติ – ‘เถโรปิ มํ น วเทยฺย, มชฺฌิโมปิ มํ น วเทยฺย, นโวปิ มํ น วเทยฺย; เถรมฺปาหํ น วเทยฺยํ, มชฺฌิมมฺปาหํ น วเทยฺยํ, นวมฺปาหํ น วเทยฺยํ. เถโร เจปิ มํ วเทยฺย อหิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน หิตานุกมฺปี โนติ นํ วเทยฺยํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส นปฺปฏิกเรยฺยํ. มชฺฌิโม เจปิ มํ วเทยฺย…เป… นโว เจปิ มํ วเทยฺย อหิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน หิตานุกมฺปี, โนติ นํ วเทยฺยํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส นปฺปฏิกเรยฺยํ’. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อสนฺตสนฺนิวาโส โหติ, เอวญฺจ อสนฺโต สนฺนิวสนฺติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, สนฺตสนฺนิวาโส โหติ, กถญฺจ สนฺโต สนฺนิวสนฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เถรสฺส ภิกฺขุโน เอวํ โหติ – ‘เถโรปิ มํ วเทยฺย, มชฺฌิโมปิ มํ วเทยฺย, นโวปิ มํ วเทยฺย; เถรมฺปาหํ วเทยฺยํ, มชฺฌิมมฺปาหํ วเทยฺยํ, นวมฺปาหํ วเทยฺยํ. เถโร เจปิ มํ วเทยฺย หิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน อหิตานุกมฺปี, สาธูติ นํ วเทยฺยํ น วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส ปฏิกเรยฺยํ. มชฺฌิโม เจปิ มํ วเทยฺย…เป… นโว เจปิ มํ วเทยฺย หิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน อหิตานุกมฺปี, สาธูติ นํ วเทยฺยํ น นํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส ปฏิกเรยฺยํ’. มชฺฌิมสฺสปิ ภิกฺขุโน เอวํ โหติ…เป… นวสฺสปิ ภิกฺขุโน เอวํ โหติ – ‘เถโรปิ มํ วเทยฺย, มชฺฌิโมปิ มํ วเทยฺย, นโวปิ มํ วเทยฺย; เถรมฺปาหํ วเทยฺยํ, มชฺฌิมมฺปาหํ วเทยฺยํ, นวมฺปาหํ วเทยฺยํ. เถโร เจปิ มํ วเทยฺย หิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน อหิตานุกมฺปี, สาธูติ นํ วเทยฺยํ น นํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส ปฏิกเรยฺยํ. มชฺฌิโม เจปิ มํ วเทยฺย…เป… นโว เจปิ มํ วเทยฺย หิตานุกมฺปี มํ วเทยฺย โน อหิตานุกมฺปี, สาธูติ นํ วเทยฺยํ น นํ วิเหเฐยฺยํ ปสฺสมฺปิสฺส ปฏิกเรยฺยํ’. เอวํ โข, ภิกฺขเว, สนฺตสนฺนิวาโส โหติ, เอวญฺจ สนฺโต สนฺนิวสนฺตี’’ติ.
๖๔. ‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อุภโต วจีสํสาโร ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ อชฺฌตฺตํ อวูปสนฺตํ โหติ, ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ – ‘ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ น ผาสุํ [ผาสุ (ก.)] วิหริสฺสนฺติ’. ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, อธิกรเณ อุภโต วจีสํสาโร ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ อชฺฌตฺตํ สุวูปสนฺตํ โหติ, ตเสฺมตํ, ภิกฺขเว, อธิกรเณ ปาฏิกงฺขํ – ‘น ทีฆตฺตาย ขรตฺตาย วาฬตฺตาย สํวตฺติสฺสติ, ภิกฺขู จ ผาสุํ วิหริสฺสนฺตี’’’ติ.