๒. เจตนากรณียสุตฺตํ
๒. [อ. นิ. ๑๐.๒] ‘‘สีลวโต, ภิกฺขเว, สีลสมฺปนฺนสฺส น เจตนาย กรณียํ – ‘อวิปฺปฏิสาโร เม อุปฺปชฺชตู’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส อวิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ.
‘‘อวิปฺปฏิสาริสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘ปาโมชฺชํ เม อุปฺปชฺชตู’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ อวิปฺปฏิสาริสฺส ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชติ.
‘‘ปมุทิตสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘ปีติ เม อุปฺปชฺชตู’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ ปมุทิตสฺส ปีติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘ปีติมนสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘กาโย เม ปสฺสมฺภตู’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ.
‘‘ปสฺสทฺธกายสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘สุขํ เวทิยามี’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวทิยติ.
‘‘สุขิโน, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘จิตฺตํ เม สมาธิยตู’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ.
‘‘สมาหิตสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘ยถาภูตํ ชานามิ ปสฺสามี’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ สมาหิโต ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสติ.
‘‘ยถาภูตํ, ภิกฺขเว, ชานโต ปสฺสโต น เจตนาย กรณียํ – ‘นิพฺพินฺทามี’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ นิพฺพินฺทติ.
‘‘นิพฺพินฺนสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘วิรชฺชามี’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ นิพฺพินฺโน วิรชฺชติ.
‘‘วิรตฺตสฺส, ภิกฺขเว, น เจตนาย กรณียํ – ‘วิมุตฺติญาณทสฺสนํ สจฺฉิกโรมี’ติ. ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยํ วิรตฺโต วิมุตฺติญาณทสฺสนํ สจฺฉิกโรติ.
‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, วิราโค วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺโถ วิมุตฺติญาณทสฺสนานิสํโส, นิพฺพิทา วิราคตฺถา วิราคานิสํสา, ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถํ นิพฺพิทานิสํสํ, สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺโถ ยถาภูตญาณทสฺสนานิสํโส, สุขํ สมาธตฺถํ สมาธานิสํสํ, ปสฺสทฺธิ สุขตฺถา สุขานิสํสา, ปีติ ปสฺสทฺธตฺถา ปสฺสทฺธานิสํสา, ปาโมชฺชํ ปีตตฺถํ ปีตานิสํสํ, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺโถ ปาโมชฺชานิสํโส, กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารตฺถานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานิ. อิติ โข, ภิกฺขเว, ธมฺมา ธมฺเม อภิสนฺเทนฺติ, ธมฺมา ธมฺเม ปริปูเรนฺติ อปารา ปารํ คมนายา’’ติ. ทุติยํ.