๙. กรชกายสุตฺตํ
๒๑๙. ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํเวทิตฺวา พฺยนฺตีภาวํ วทามิ, ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเย. น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํเวทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ วทามิ.
‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก เอวํ วิคตาภิชฺโฌ วิคตพฺยาปาโท อสมฺมูโฬฺห สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ [จตุตฺถึ (?)]. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ.
‘‘โส เอวํ ปชานาติ – ‘ปุพฺเพ โข เม อิทํ จิตฺตํ ปริตฺตํ อโหสิ อภาวิตํ, เอตรหิ ปน เม อิทํ จิตฺตํ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ. ยํ โข ปน กิญฺจิ ปมาณกตํ กมฺมํ, น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ น ตํ ตตฺราวติฏฺฐตี’ติ.
‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, ทหรตคฺเค เจ โส อยํ [เจ อยํ (สฺยา.)] กุมาโร เมตฺตํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวยฺย, อปิ นุ โข [อปิ นุ โส (?)] ปาปกมฺมํ กเรยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘อกโรนฺตํ โข ปน ปาปกมฺมํ อปิ นุ โข ทุกฺขํ ผุเสยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต. อกโรนฺตญฺหิ, ภนฺเต, ปาปกมฺมํ กุโต ทุกฺขํ ผุสิสฺสตี’’ติ!
‘‘ภาเวตพฺพา โข ปนายํ, ภิกฺขเว, เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา. อิตฺถิยา วา, ภิกฺขเว, ปุริสสฺส วา นายํ กาโย อาทาย คมนีโย. จิตฺตนฺตโร อยํ, ภิกฺขเว, มจฺโจ. โส เอวํ ปชานาติ – ‘ยํ โข เม อิทํ กิญฺจิ ปุพฺเพ อิมินา กรชกาเยน ปาปกมฺมํ กตํ, สพฺพํ ตํ อิธ เวทนียํ; น ตํ อนุคํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวํ ภาวิตา โข, ภิกฺขเว, เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ อนาคามิตาย สํวตฺตติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน อุตฺตริ [อุตฺตรึ (สี. สฺยา. ปี.)] วิมุตฺตึ อปฺปฏิวิชฺฌโต.
‘‘กรุณาสหคเตน เจตสา… มุทิตาสหคเตน เจตสา… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ.
‘‘โส เอวํ ปชานาติ – ‘ปุพฺเพ โข เม อิทํ จิตฺตํ ปริตฺตํ อโหสิ อภาวิตํ, เอตรหิ ปน เม อิทํ จิตฺตํ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ. ยํ โข ปน กิญฺจิ ปมาณกตํ กมฺมํ, น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ น ตํ ตตฺราวติฏฺฐตี’ติ.
‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, ทหรตคฺเค เจ โส อยํ กุมาโร อุเปกฺขํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวยฺย, อปิ นุ โข ปาปกมฺมํ กเรยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘อกโรนฺตํ โข ปน ปาปกมฺมํ อปิ นุ โข ทุกฺขํ ผุเสยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต. อกโรนฺตญฺหิ, ภนฺเต, ปาปกมฺมํ กุโต ทุกฺขํ ผุสิสฺสตี’’ติ!
‘‘ภาเวตพฺพา โข ปนายํ, ภิกฺขเว, อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา. อิตฺถิยา วา, ภิกฺขเว, ปุริสสฺส วา นายํ กาโย อาทาย คมนีโย. จิตฺตนฺตโร อยํ, ภิกฺขเว, มจฺโจ. โส เอวํ ปชานาติ – ‘ยํ โข เม อิทํ กิญฺจิ ปุพฺเพ อิมินา กรชกาเยน ปาปกมฺมํ กตํ, สพฺพํ ตํ อิธ เวทนียํ; น ตํ อนุคํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวํ ภาวิตา โข, ภิกฺขเว, อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ อนาคามิตาย สํวตฺตติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน อุตฺตริ วิมุตฺตึ อปฺปฏิวิชฺฌโต’’ติ. นวมํ.