๓. มาตุคามสุตฺตํ
๒๑๓. ‘‘ทสหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ทสหิ? ปาณาติปาตี โหติ…เป… อทินฺนาทายี โหติ… กาเมสุมิจฺฉาจารี โหติ… มุสาวาที โหติ… ปิสุณวาโจ โหติ… ผรุสวาโจ โหติ… สมฺผปฺปลาปี โหติ… อภิชฺฌาลุ โหติ… พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ… มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ…. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ทสหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ทสหิ? ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ… กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ… มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ… ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ… ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ… สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ… อนภิชฺฌาลุ โหติ… อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ… สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ… อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. ตติยํ.