๕. สงฺคารวสุตฺตํ

๑๑๗. [อ. นิ. ๑๐.๑๖๙] อถ โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, โอริมํ ตีรํ, กึ ปาริมํ ตีร’’นฺติ? ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิ โข, พฺราหฺมณ, โอริมํ ตีรํ, สมฺมาทิฏฺฐิ ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาสงฺกปฺโป โอริมํ ตีรํ, สมฺมาสงฺกปฺโป ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาวาจา โอริมํ ตีรํ, สมฺมาวาจา ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉากมฺมนฺโต โอริมํ ตีรํ, สมฺมากมฺมนฺโต ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาอาชีโว โอริมํ ตีรํ, สมฺมาอาชีโว ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาวายาโม โอริมํ ตีรํ, สมฺมาวายาโม ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาสติ โอริมํ ตีรํ, สมฺมาสติ ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาสมาธิ โอริมํ ตีรํ, สมฺมาสมาธิ ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาญาณํ โอริมํ ตีรํ, สมฺมาญาณํ ปาริมํ ตีรํ; มิจฺฉาวิมุตฺติ โอริมํ ตีรํ, สมฺมาวิมุตฺติ ปาริมํ ตีรนฺติ. อิทํ โข, พฺราหฺมณ, โอริมํ ตีรํ, อิทํ ปาริมํ ตีรนฺติ.

‘‘อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ, เย ชนา ปารคามิโน;

อถายํ อิตรา ปชา, ตีรเมวานุธาวติ.

‘‘เย จ โข สมฺมทกฺขาเต, ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน;

เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ.

‘‘กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย, สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต;

โอกา อโนกมาคมฺม, วิเวเก ยตฺถ ทูรมํ.

‘‘ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย, หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน;

ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ, จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต.

‘‘เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ, สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ;

อาทานปฏินิสฺสคฺเค, อนุปาทาย เย รตา;

ขีณาสวา ชุติมนฺโต [ชุตีมนฺโต (สี.)], เต โลเก ปรินิพฺพุตา’’ติ. ปญฺจมํ;